นากาก็อต...เธอจัดหนัก!

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
นมัสเต นากาก็อต...ตื่นนอนตี 5 พร้อมด้วยรอยแมลงกัด คันไปทั้งตัว
เป็นวันแรกที่รู้สึกอยากกลับเมืองไทย รู้สึกว่าอยู่ผิดที่ผิดทาง...ปันใจให้โพคราไปแล้ว
แต่เนื่องจากมีภารกิจ (อีกแล้ว) ต้องออกไปชมเทือกเขาที่เค้าบอกว่าจากจุดนี้ จะเห็นทิวหิมาลัย ยาวววววว เป็นภาพพาโนราม่า...(แต่หวังว่าจะไม่มีหมอกเยอะอีกนะ ไม่งั้นจะจองไฟลท์กลับคืนนี้เลย ฮึ!)


ยังมืดอยู่เลย


พาโนราม่าแบบไม่ปาด

แล้วก็จริงดังคาด หมอกจั๊ดจัด...ถอนหายใจ หยิบกล้องถ่ายรูปมาแชะๆ เอาเถอะ ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าอากาศดีมาก
รู้สึกได้ถึงความชื่นของไอหมอก สัมผัสได้ถึงไอดิน ถึงจะแอบหน่วง แต่ก็อดชื่นชมไม่ได้
"โอเคนากาก็อต คุณได้ไปต่อ เชิญค่ะ!!"



สีสวยเหมือนอยู่ในหนังย้อนยุค

ด้วยความที่ห้องพักอยู่ชั้น 3 ตามความลาดชันของหน้าผา เลยต้องเดินย่องๆ ฝ่าความหนาวลงมาชั้น 1 เพื่อดูว่า reception เปิดหรือยัง วันนี้มีกิจกรรมอะไรน่าทำเป็นพิเศษมั้ย...แต่ยังไงซะ ตั้งใจไว้ว่าจะเดินชมวิวเอง ไม่พึ่งไกด์
พอกันทีกับค่าบริการต่างๆ นาๆ อิชั้นจะไม่ยอมเสียตังค์แล้ว! (เก่งเหลือเกิ้นนนน)
ปรากฏว่าด้านล่างเงียบฉี่ พนักงานโรงแรมยังไม่ตื่น ไปชมเขาที่ไหนดีหว่าเรา (ตอนนั้นยังซื่อบื้อ ไม่รู้ว่าโรงแรมตัวเองมีจุดชมวิว --")
เห็นประตูอิฐแดงๆ อยู่ข้างหน้า เอ๊ะ! นั่นคืออะไร ประตูทะลุมิติเหรอ ดูย้อนยุค...เข้าไปสำรวจซะหน่อย
พอเดินผ่านไป โอ้โหหหหหห...สวยจัง มันคือโรงแรม The Fort ที่อยู่ติดกับโรงแรมเรา และชิดหน้าผาที่สุด
 
The Fort...I love ya!

ใจคิดทำไมตรูไม่รู้ว่ามีที่แห่งนี้ โฮฮฮฮฮ...หน้าตาที่พักดีมาก เหมือนสวิสเซอร์แลนด์ มีลานหินที่มี bench สีขาววางเป็นมุมทานกาแฟ และอาหารเช้า 
ไม่รอช้า เดินเข้าไปถามพนักงานว่าที่นี่คืนเท่าไหร่ กะว่าถ้าไม่แพงมาก จะทิ้งห้องที่ View point มานอนชิลซะที่นี่
เลยได้ความว่าห้องละ 120 USD...
เอิ่ม...ก็สมควรล่ะ แพงกว่าไอ้ห้องชมรมแมลงของเราตั้ง 4 เท่า แอบเสียดายเงินตะหงิดๆ...อย่าเลย! พรุ่งนี้ก็กลับแต่เช้า ทนนอนไปละกัน เสียตังค์แล้ว อย่างน้อยห้องของเราก็ดูใกล้ชิดธรรมชาติดี มีผีเสื้อบินกันให้ว่อน สวยอีกแบบ (หาเหตุผลให้ตัวเองสุดฤทธิ์)
สายตาแอบเห็นว่าบนดาดฟ้าโรงแรมมีเจดีย์ตั้งอยู่อันนึง มีนักท่องเที่ยวยืนถ่ายรูปอยู่ ขึ้นไปดีกว่า
ทำเป็นเนียนเดินหน้าบึ้งๆ ขึ้นบันไดไป (ทำหน้าบึ้งแล้วคนจะไม่กล้าคุยด้วย 5555) หัวโขกบันไดที่ลักษณะเหมือนห้องใต้หลังคาไป 1 โป๊ก...พอถึงดาดฟ้า ว้าวววววว ! มีเรื่องให้ประทับใจตลอดเลยนะเนี่ย!!!!
 


ทิวเทือกเขาหิมาลัยทอดยาวเรียงสลับตามความสูงลดหลั่นกันไป แต่ละยอดมีหิมะขาวโพลนปกคลุม ทำให้เห็นถึงความหนาวเหน็บของอากาศบนยอดนั้นๆ ...สวยกว่าที่โพคราอีก 
จาก The Fort นี้ เราจะเห็นวิวชัดเจน ไม่มีอะไรบดบังสายตา เพราะมันตั้งอยู่ริมสุดหน้าผา ด้านล่างคือเขาลูกถัดไปที่เตี้ยกว่า มีรีสอร์ทเล็กๆมากมาย เหมือนเมืองตุ๊กตา...คล้ายเมืองในหุบเขาในการ์ตูนดิสนีย์

เคยดูเร่ืองเจ้าหญิงนิทรามั้ย...อารมณ์นี้เลย 


ผู้พิชิตยอดเจดีย์ เย้ๆ

ภาพนี้ทำให้เรายิ้มออก มีความสุขมากมาย ไม่ผิดหวังที่เลือกมานากาก็อต ที่หลายคนบอกว่ามันใกล้กาฐมาณฑุเกินไป ไม่ถึงใจ! 
พยายามถ่ายรูปตัวเอง ด้วยกล้องกระป๋อง เช้านี้น้องแล็คซี่แบตหมด นอนแอ้งแม้งอยู่ในห้อง...นักท่องเที่ยวชาวจีนยืนผลัดกันถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน...จะขอให้เค้าถ่ายให้ก็ไม่กล้า เลยถ่ายมันคนเดียว (ก็ได้วะ!) แหมๆ

กลายเป็นคนติดผ้าขาวม้า...ดีจริงอะไรจริง

ม่รู้หรอกว่ายอดอะไรเป็นยอดอะไร แต่เคยอ่านๆ ผ่านๆ ตาว่า จากจุดนี้ หากวันไหนอากาศดี ท้องฟ้าปลอดโปร่ง จะเห็นยอดเขาเอเวอร์เรสต์อยู่ลิบๆ …

แต่ ณ​ตอนนี้ ในเมื่อไม่รู้ว่ายอดไหนเป็นยอดไหน ก็ถ่ายรูปดีกว่า แชะๆ แชะๆ



ยังก๊ะภาคเหนือ

มีความสุขที่สุด รู้สึกดีใจที่เลือกมาที่นี่ ถึงรีวิวจะไม่ค่อยแนะนำให้เที่ยวนากาก็อต เพราะมันอยู่ใกล้กาฐมาณฑุ และไม่ค่อยมีกิจกรรมเร้าใจ แต่สำหรับคนชิลๆ อย่าเราแล้ว แค่นี้ก็เป็นสุขที่สุด....

เมื่อไม่ต้องเร่งรีบกับเวลา มีวิวสวยๆ และกาแฟร้อนๆให้จิบ ที่ไหนก็ได้! (เพื่อนบอก: เขาใหญ่มั้ยกวาง?) 555

ถ่ายรูปจนหนำใจก็เดินลงบันไดกลับ เก็บภาพมุมโน่นมุมนี่ของโรงแรมไปเรื่อย ประหนึ่งว่าเป็นแขกของที่นี่...ก็เค้าสวยจริงอะไรจริง อยากจะย้ายมาอยู่ซะเลยถ้าไม่ติดว่างก



ประหนึ่งว่าชั้นพักที่นี่!!!! 5555

ลานหินมีร่องรอยน้ำค้างยามเช้าอยู่ทั่วไป...แต่ท้องเริ่มร้อง เลยเดินกลับโรงแรมอย่างอาลัยอาวรณ์

 


อีกมุมนึงของ The Fort...จะสวย (กว่าโรงแรมเรา) ไปไหน

โรงแรมอ่ะฮั้น


ห้องใต้ระเบียงคือห้องของเรา..ส่วนห้องอาหารอยู่ด้านบนตรงกระจก

ห้องอาหารเปิดแล้ว เลือกโต๊ะริมกระจกฝั่งตรงข้ามกับที่นั่งเมื่อคืน จากตรงนี้ก็เห็นวิวยอดเขาอยู่ สั่งอาหารมาพร้อมกาแฟไม่ใส่นม 1 กา...กะว่ากินกันให้ตาค้าง


ไข่คนเหมือนเดิม


วิวรกๆไปหน่อย 

เหลือบไปเห็นบริกรเดินไปมา เลยถามว่ามีกิจกรรมอะไรให้ทำบนนี้มั้ย...พี่แกคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนบอกว่ามี trekking สั้นๆ ไป Dhulikel หรือเนินเขาอีกลูกนึงเพื่อชมวัดเก่าๆ

แค่ได้ยินว่า "อีกลูกนึง"​อิชั้นก็ส่ายหน้า บอกว่า โนว โนว ไอไม่ต้องการเดินจริงจัง ไอไม่แข็งแรง เข่าเสื่อม (ไม่ใช่ละ!) พี่บริกรเลยแนะนำให้เดินสั้นกว่านั้นอีก คือรอบเขา แต่ก็มีให้เลือกว่าจะเดินครึ่งวัน หรือ 3 ชั่วโมง

ตอบทันทีไม่ต้องคิด "3 hours is enough, how much?” พ่อคุณตอบทันควันเหมือนกันว่า 25 USD

แว้กกกก!! แพงเกิ้นนนนน...เค้าบอกว่าแค่ 7-8 USD คุณพี่จะเอาตั้งเกือบ 30 USD ...เรายืดอกบอกว่างั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวเดินเองก็ได้ สะบัดบ๊อบ! (ได้ข่าวว่าผมสั้น!)

ตังค์ก็ร่อยหรอ...เหลืออยู่ 3000 RPS ไหนจะต้องกันไว้เป็นค่าแท็กซี่ลงเขาอีก ขามาก็ปาไป 1500 RPS ลดแล้วนะ..ขากลับจะโดนเท่าไหร่?? บัตรเครดิตก็ใช้ไม่ได้เพราะไม่มีไฟฟ้า (ใช้พลังงานแสงอาทิตย์) ฝนมันตก เลยไม่มีแดดชาร์จไฟ (เวรกำ) เลยตัดใจ...เดินเองก็ได้ฟล้ะ

กินข้าวเสร็จก็เดินย่อย ปีนดาดฟ้าโรงแรมตัวเองไปถ่ายรูปอีกหน่อย เลยรู้ว่าที่นี่มีแผนผังชื่อยอดเขาแต่ละยอดให้ดู ว่ายอดไหนเป็นยอดไหน...แต่กระนั้นเลย ไอ้กวางก็ไม่รู้อยู่ดี เพราะนับไม่ถูก แป่วววว --”


 

กลัวแดดเผา เลยต้องคลุมผ้า...(ช้าไปแล้วกวาง เกรียมไปเยอะแล้ว)


ได้ยินเสียงสวดมนต์แว่วๆมา เอ๊ะ! เสียงอะไร ดูศักดิ์สิทธิ์ฮึกเหิม มองไปทางยอดเขาอีกลูกนึง เห็นกลุ่มคนกลุ่มเบ้อเริ่ม หันหน้าหาพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้น ร้องเพลงเหมือนบทสวด เลยนึกถึงรีวิวอันนึง ที่เล่าว่าชาวญี่ปุ่นมักหันหน้าหาแสงอาทิตย์แรก และร้องเพลงสรรเสริญเพราะพวกเค้าคือ ลูกพระอาทิตย์

น้ำตาจะไหล...ซาบซึ้งขึ้นมาไม่รู้ตัว ขนาดอยู่เขาอีกลูกนึงยังได้ยินเสียงร้องเพลงชัดเจน ชื่นใจในความเป็นลูกพระอาทิตย์ของชาวญี่ปุ่นเสียจริงๆ

ถ่ายรูปไปพอสมควร ลงไปผึ่งพุงในห้องนอนดีกว่า...เจอบริกรคนเดิมที่บันได เค้าถามว่าสรุปจะเดินเขามั้ย เราเลยบอกว่าไม่เอา มันแพง!!! เค้าเลยถามว่าจะเอาเท่าไหร่...หึ หึ หึ "8 Dollars”

ตอบไปใช่ใจไม่กลัวจะโดนโขกด้วยถาด...

“OK fine, get ready. I will see you at reception at 8.30am”

โอ้วววว ต่อได้ด้วย เย้ๆ ในที่สุดก็มีอะไรทำแล้ว ฮิบฮิ้ววววว

พี่ไกด์ (เปลี่ยนตำแหน่ง) ถามว่าจะเอาน้ำไปมั้ย เราก็อวดดีบอกว่าไม่เป็นไร เดินแค่ 3 ชั่วโมงเอง เดี๋ยวก็กลับ น้ำเนิ้มอะไร อย่าหิ้วไปให้เสียการทรงตัว

ว่าแล้วก็ออกเดินทาง ไปตามทางลูกรังลงเขา ก่อนพี่แกจะพาเดินตัดเลียบภูเขาผ่านบ้านชาวบ้าน และไร่นา


ร้านค้าข้างทาง


นักท่องเที่ยวทยอยกลับ โดยรถบัสของบริษัทนำเที่ยว



หนูน้อยขี้อาย


อากาศที่มีดีๆ ในเวลาเช้า...ไม่ว่าจะร้อนหรือจะเหน็บหนาวสักเท่าไร
ถึงฝนจะตก ไม่สดใส แต่ก็สวยงาม ^_^ (credited by Bakery music)


ระหว่างทางพี่ไกด์เล่าว่าวันนี้ (29/8/ 2011) เป็นวันพ่อของชาวเนปาล ครอบครัวจะกลับมาอยู่ด้วยกัน ...เราก็เลยบอกว่าที่เมืองไทยก็มีนะ เป็นวันเกิดในหลวง

เค้าบอกว่าเคยได้ยินมาเหมือนกันว่าเมืองไทยมีในหลวง เมื่อก่อนเนปาลก็เคยมี แต่ตอนนี้เลิกไปแล้ว...และก็เล่าแบบอ้อมแอ้มว่า King เนปาลที่สวรรคตเพราะต้องพระแสงปืนของพระโอรสเมื่อ 10 ปีก่อน เป้นที่รักของชาวเนปาลมาก..(และมี details อีกเยอะที่ขอไม่เล่า) เรารู้สึกได้เลยว่าคนเนปาลเจ็บปวดกับการจากไปของพระมหากษัตริย์ของพวกเค้า และพี่ไกด์ยังบอกอีกว่า "Your King is the Great King, I've heard about him” ^_____^

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ - - พระบารมีและพระเมตตาเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก รู้สึกโชคดีที่เกิดเป็นคนไทย


ระบบประปาภูเขา ที่เป็นทั้งที่อาบน้ำ น้ำกิน และน้ำอาบ




ไร่ข้าวโพด ข้าวไร่ เขียวขจี ตามความลาดชัน คนที่นี่ทำการเกษตรภูเขา ทำนาขั้นบันใด...(รู้สึกคุ้นๆ เหมือนมาทำงาน 555) แต่กระนั้น พี่ไกด์เล่าว่าเนปาลต้องนำเข้าอาหารจากอินเดียและจีนเพราะประเทศอยู่กลางหุบเขา นั่นเป็นเหตุผลที่อาหารการกินแพง

แดดเริ่มร้อน ใจคิดทำไมเหมือนมาทำงานเลยฟล้ะ อยู่เมืองไทยไปดูงานบนดอย ข้ามเขา 3-4 ลูกไม่พอหรือไง?? เริ่มถอดเสื้อหนาวออกเพราะร้อน กระเป๋าใบเล็กที่พกไปเริ่มหนัก เอาแล้วไง ศูนย์ถ่วงเริ่มเสียสมดุลย์ ไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปแล้ว "อยากกลับโรงแรม แงๆๆๆ"

เดินชมแพะ ชมวัวไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะถึงจุดหมาย เราเริ่มเงียบเพราะหอบ ทางก็ชันขึ้นเรื่อยๆ เดินไป 2 ชั่วโมงแล้ว สิบโมงครึ่ง แดดเปรี้ยงงงง แสกหน้า ต้องเอาผ้าขาวม้ามาพันหัวเหมือนสาวไซต์ก่อสร้าง


แพะที่นี่น่ารักมาก เจอนักท่องเที่ยวแล้วทำตัวแข็งเป็นหินเลย 5555

พี่ไกด์บอกว่าเป็นแบบนี้ประจำ เค้ารู้งาน


การสร้างบ้านที่นี่เป็นเอกลักษณ์ หลังคาบ้านไม่ต้องใช้ตะปูยึด แค่เอาหินมาวาง ทุกอย่างเป็นอันเรียบร้อย...เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด ทั้งในเมืองหลวงและชานเมือง


ขอพักหน่อยเห้ออออ



ยิ้มแหยๆ เริ่มแย่แล้วเรา --"

น้ำก็ไม่เอามา ทำไงล่ะทีนี้ คอแห้ง...พี่ไกด์เห็นสภาพเลยถามว่าไหวมั้ย (อาการออก) เราเลยอ้อมแอ้มว่ามีน้ำขายมั้ย? (นี่มันกลางป่า แกจะไปเอาน้ำที่ไหน ไอ้กวางงงง)

พี่ไกด์ใจดีมีเมตตา บอกว่ามีร้านค้าอยู่เลยไปหน่อย จะพาไป...เย้! รอดตายแล้วเรา

แต่ปรากฏว่า ร้านปิด โฮฮฮฮฮฮ เพราะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาหน้านี้...พี่ไกด์เริ่มกังวล เพราะไอ้กวางบอกว่า ไอจะกินน้ำประปาภูเขาเนี่ยละ!!! แต่ He บอกกินไม่ด้ายยยยย คนเนปาลกินได้ แต่ยูกินไม่ด้ายยยยย เพราะมันสกปรก...

“เอางี้...เดี๋ยวไอจะวิ่งไปเอาน้ำที่โรงแรมให้ ถ้ายูเดินไปก็ 45 นาที แต่ไอชินกับการเดินเขา ไอไปครึ่งชัวโมงก็กลับมาแล้ว" แว้กกกก...ก็นานอยู่ดีล่ะพี่ เริ่มคิดถึงความตาย...นาทีนั้นไม่ไหวจริงๆ เข้าใจคนที่หลงทางในทะเลทรายเลย ทรมานมาก ยาดมก็ดมแล้ว กลืนน้ำลายก็กลืนแล้ว ไม่ดีขึ้นเลย...

แต่ไม่มีทางเลือก กฤติยา ตายแน่หากไม่ได้น้ำ เลยปล่อยให้ไกด์ไป แถมกำชับว่า "ขอโค้กนะ" (ไอ้นี่เรื่องเยอะ!) – ทอดทิ้งชั้นเถิดดด จงเดินไปจากชั้น !!!! (แล้วเอาน้ำมาด้วย pleassssse)

อยู่คนเดียวกลางป่า เบื้องหน้าเป็นลาดเขา มองซ้าย มองขวา...ถ้าเค้าไม่กลับมาตรูจะทำยังไงเนี้ยยยย อยากร้องไห้ แต่เดี๋ยวไม่สวย...ไม่มีที่บังแดดด้วย ตาย กรู ตาย!!! ถ้าโดนทิ้งจะเดินไปทางไหน มองไปมีแต่เขา เบะปาก...

ถ่ายรูปตัวเองไว้ก่อน เผื่อเป็นอะไรไป T_T

มีชาวบ้านกลุ่มนึงเดินคุยกันมา ฟังไม่รู้เรื่อง ณ ตอนนั้นดีใจมาก เหมือนฟ้ามาโปรด กระโดดเข้าไปถามว่าถ้าจะกลับโรงแรมไปทางไหน??? … ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เลย โฮฮฮฮฮฮ ซวยแล้วไง!!!

เห็นเค้าหิ้วถุงใส่น้ำอัดลมมา รีบใช้ภาษามือบอกว่าขอซื้อต่อได้มั้ย??? จะเอาอะไรให้หมดเลย...คุณป้ายิ้มให้ ก่อนส่ายหน้า แง้ๆๆๆๆ นี่ขนาดไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่ให้เหมือนกันนะ โฮ!

แต่มีคุณลุงคนนึงเหมือนพอจะฟังเราออกบ้าง เราก็พูด View point View point พี่เค้าเลยบอกให้ไปตามทางนี้...ชี้ไปยังทางลาดชันสูงขึ้นไปอีก บอกว่าทางลัด

กรู......ชีวิตกวางน้อย.....เดินต่อไปแทบไม่ไหว ยังต้องปีนเขาอีก T_T

และแล้ว พี่ไกด์ก็วิ่งคลุกๆ มาจากทางที่เค้าชี้ ...เย้!!! พี่ไกด์กลับมาแล้ว พี่ไม่ทิ้งหนู...แต่งงานกันเถอะ เค้าบอกว่ารักแท้ต้องวัดกันตอนตกระกำลำบากกก (พี่ไกด์บอก: ลูกสาม เมียสี่ รออยู่ที่บ้าน!)

เค้าบอกว่าโชคดีที่ถัดไปอีกหน่อยมีร้านค้าเปิด แต่ได้น้ำเปล่านะ ไม่มีโค้ก – พี่จ๋า แค่นี้หนูก็ดีใจจะแย่ ต่อให้เป็นน้ำประปาภูเขา หนูก็กินจ้ะพี่

มีแรงเดินต่อไป...พี่ไกด์สารภาพว่าเป็นห่วงเรามาก กลัวเราจะตายเพราะเราเริ่มปากเขียว ดูแย่สุดๆ แถมแนะนำว่า ยูอย่าคิดไป Annapura นะ..เพราะแค่นี้ยูก็จะแย่แล้ว แหะ แหะ

ถึงโรงแรมตอนเที่ยงครึ่ง รวมเวลาการเดิน 4 ชั่วโมง เลยทิปพี่เค้าไป 10 USD (โทษนะคะ หนูเหลือตังค์น้อย) กลับถึงห้องนอนแผ่ หมดสภาพ น้ำไม่อาบ ขอนอนจมเหงื่อ...

ก่อนแยกจากพี่ไกด์ ได้เลียบๆ เคียงๆ ว่าเงินเหลือน้อย แต่อยากลงเขากลับกาฐมาณฑุแบบถูกๆ มีอะไรแนะนำมั้ย? พี่ไกด์บอกว่ามีรถเมล์ วิ่งประจำ เดี๋ยวจะพาไปส่ง..น่ารักที่สุด จุ๊บๆ

สรุปว่าวันทั้งวัน ไม่ได้ไปไหนเลย เล่นเนต แล้วก็นอน อยู่อย่างนั้นจนตอน 2 ทุ่ม มีคนมาเคาะห้อง...

คือน้องบริกรที่ทักเราเป็นภาษาไทยเมื่อคืน ถามว่าจะกินข้าวมั้ย ห้องอาหารจะปิดแล้ว เป็นห่วง เห็นไม่ได้ทาน...ซึ้งงงงงงง แต่ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ เลยบอกไม่ล่ะ ขอบคุณ

วันอันแสนทรหดจบลง ภายใต้ความลำบากก็มีมิตรภาพ...นากาก็อต เธอก็น่ารักเหมือนกันนะ

พรุ่งนี้ผจญภัยต่อด้วยการนั่งรถเมล์ลงเขา นอนพักเอาแรงก่อน...นมัสเต ราตรีสวัสดิ์



Edited by kwang-boo - 18 Nov 2011 at 07:32

Post Options Edit Diary   Quote kwang-boo Quote wrote: 17 Nov 2011 at 19:44

Nongda View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Feb 2010
Posts: 6058
Post Options Edit Comment   Quote Nongda Quote Direct Link To This Post Posted: 18 Nov 2011 at 20:14 - IP: 58.11.143.XXX
Nongda อยากบอกว่าขอตามมาเที่ยวด้วยคนนะคะ ภาพสวยมากเลยค่ะ ที่พักสวยจังเห็นแล้วอิจฉามากๆเลย
I love Papa Mama and
my family very much.
Back to Top
vanin View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 27 Feb 2010
Posts: 5383
Post Options Edit Comment   Quote vanin Quote Direct Link To This Post Posted: 19 Nov 2011 at 14:24 - IP: 27.130.86.XXX
ฮืออออออ กวาง ลำบากอะไรขนาดน๊านนน น้องเก่งเกินไปแล้วนะเนี่ย!
แม่กับปัณณ์ รักกัน รักกัน พ่อกับปัณณ์ รักกัน รักกัน พ่อกับแม่ รักปัณณ์ รักปัณณ์
Back to Top
GrandmaNid View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 31 Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 2372
Post Options Edit Comment   Quote GrandmaNid Quote Direct Link To This Post Posted: 20 Nov 2011 at 16:46 - IP: 182.52.84.XXX
หนูต้องทำบุญมาดีแน่ๆเลย ได้ชมวิวสวยมากๆๆโดยไม่ต้องจ่ายค่าที่พักแพงๆ ได้ trekking ในราคาถูกเกินคาด แถมได้ไกด์มีน้ำใจอีกด้วย
ย่านิด
Back to Top
little009 View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Feb 2010
Posts: 2576
Post Options Edit Comment   Quote little009 Quote Direct Link To This Post Posted: 21 Nov 2011 at 12:56 - IP: 58.136.19.XXX

นางแบบก็สวย วิวก็สวยค่ะ

Back to Top
DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : kwang-boo
บักตะปูร์...ชื่อนี้มีมนต์ขลัง [7/1083]
นากาก็อต...เธอจัดหนัก! [4/1038]
โพครา...ฉันจะคิดถึงเธอ [13/606]
วันแรกที่โพครา [7/879]
บันทึกการเดินทาง...จากสยามสู่หิมาลัย [9/971]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ kwang-boo ]
[ All kwang-boo diary ]

December 2017
S M T W T F S
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ