โพครา...ฉันจะคิดถึงเธอ

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

...สวัสดีโพครา วันนี้เราจะไปหาปลาน้อยที่เค้าร่ำลือกันว่าสวยงาม มหัศจรรย์ และยิ่งใหญ่

ลงมารอรถแท็กซี่ที่โรงแรมติดต่อไว้ให้ ตอนตี 4 ครึ่ง...15 นาทีต่อมาล้อหมุน (แต่คนไม่ค่อยหมุน เพราะง่วง) เรากำลังออกเดินทางไปยอดซารางก็อต (Sarangkot) จุดชมยอดหางปลาสำหรับผู้ที่ไม่นิยม Trekking เพราะจากที่นี่ จะเห็นมัชฉาปูชะเรเต็มตา ยอดขาวโพลนด้วยหิมะตัดกับภูเขาสีเขียวที่เตี้ยกว่า....เคลิ้มมมมเลย

ราคาค่าแท็กซี่จากโรงแรมไปยอดซารางก็อต 900 RPS ทั้งไป-กลับ โดยแท็กซี่จะรอเราบนนั้นด้วย

ในใจแอบหวั่น เพราะฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ก็ต้องนั่งรถออกมากับผู้ชายที่ไม่รู้จัก บรรยากาศตอนเช้ามืดเงียบมาก...แต่พอเริ่มคุยกับคนขับแท็กซี่ ความกลัวก็หายสนิท

พี่แท็กซี่คนนี้รู้จักเมืองไทย รู้ว่าเมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามไม่แพ้บ้านเค้า และหากมีโอกาส เค้าก็อยากไปเยี่ยมเมืองไทยให้ได้ (ปากหวานนะเราน่ะ!)

แท็กซี่ไต่ซารางก็อตเพื่อพาเราไปจับจองมุมชมวิวยอดเขาหางปลา หรือ มัชฉาปูชะเร (ชื่อเพราะเนอะ?) …


โฉมหน้าพี่แท็กซี่ใจดี

พอถึงยอดเขา มืดมาก!!! เห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มหนึ่ง กำลังนั่งคุยกันอย่างเมามันส์ แต่ ณ นาทีนั้น ไอ้กวางง่วงมาก เพราะตื่นแต่เช้า เลยร้องหากาแฟเป็นเด็กติดขนม ซึ่งพี่แท็กซี่ก็ใจดี เดินไปบอกเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆ บนเนินเขาใกล้จุดชมวิว ให้รีบเร่งต้มน้ำเพื่อต้มกาแฟให้ยัย (ลูกค้า) ขี้เซา เราเลยเลี้ยงกาแฟตอบแทนพี่แท็กซี่ไป 1 แก้ว


ต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่เช้ามืด



อากาศหนาวยามเช้าบนยอดเขา เราใส่ sweater อย่างหนาและเอาผ้าขาวม้าพาดคอ...ไม่ได้ล่ะคะ! เราเป็นคนไทย ต้องเอาผ้าไทยมาเผยแพร่ "ผ้าขาวม้าคนไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก" 5555


ร้านค้าเริ่มเปิดกันแล้ว (แต่หนูหมดตัวค่ะ)

ดื่มกาแฟเสร็จแล้ว รีบไปจองที่ดูยอดหางปลา....แต่ทว่า เช้านี้หมอกหนาเหลือเกิน ความหวังที่จะได้เห็นน้องปลาเริ่มริบหรี่ แต่เอาเถอะ! คนสวยไม่ท้อ! เราจะรอให้ฟ้าสว่างอีกซักหน่อย อาจได้เห็นความยิ่งใหญ่ของมันก็ไ้ด้


ประมาณตี 5 ครึ่ง นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยมากันแล้ว ต่างจับจองพื้นที่ชมวิวบนแท่นกลมๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร เพื่อจะได้เห็นวิวชัดที่สุด (ทั้งที่ข้างล่างก็มีที่ยืนเยอะแยะ เตี้ยกว่ากันไม่ถึง 2 เมตร --”)


จองด้วยคนนะค้า...

นักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มใหญ่ เริ่มส่งเสียงพูดคุยตามประสา "คนดัง" ...เสียงดังมว๊ากกกก! แต่เราไม่หงุดหงิดเท่าไหร่ เพราะช่วงนั้นกำลังบ้าหนังไต้หวัน พยายามฝึกฝนภาษาจีนโดยหวังใจว่าจะได้ฟังสามี "Joe Cheng” พูดรู้เรื่อง (บ้าดารา...ตาลอย) แต่แล้ว! ความสุนทรีย์ทางภาษาก็หมดไป ด้วยเสียงผายลมของนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มนั้น...ป้าดดดดดดด ยาวมว๊ากกกกก ไอ้กวางตะลึง ระบบหายใจหยุดทำงานชั่วขณะ เหมือนปลาน็อคน้ำ ...ชาวจีนคนอื่นๆ ทำเป็นไม่ได้ยิน พูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกันต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เพิ่งทำลายออกซิเจนบริสุทธิ์ของคนจากทั่วโลกบนยอดเขา...แกว๊ก!!!! ไอ้บ้า!!!!


รูปนี้เพื่อนบอกว่าปาดกล้องซะยังกับสิบล้อ สีและแสงเลยไม่เท่ากัน  --"

พี่แท็กซี่เห็นเราหน้าตาสิ้นหวัง คงสงสาร เลยเรียกให้ไปดูวิวทะเลสาบฟีว่าจากอีกมุมนึงของเขา...เราเลยได้เห็นทะเลสาบที่นิ่งสงบ โดยมีเมืองโอบกอด...ไม่เลวๆ ไม่ต้องขึ้น Parachute ให้ฉี่ราดแล้วเรา (กลัวความสูงสุดๆ)


นั่นไง!! ที่เมื่อวานเราไปล่องเรือแจวมา ^^

เดินกลับไปหาหางปลาอีกครั้ง หมอกหนากว่าเดิม โฮฮฮฮฮฮฮ...น้องปลาไม่ต้องน้อยใจที่พี่กวางสวยกว่า หนูออกมาเถอะ!!!!...คร่ำำครวญอย่างสิ้นหวัง และแล้ว...ปลาน้อย (อันที่จริงก็ไม่น้อยเท่าไหร่)​ก็ออกมาทักทาย

ซูมสุดๆ ได้เท่านี้

มัชฉาปูชะเรมีลักษณะเหมือนหางปลา (หากชมจากอีกเมืองหนึ่ง จะเห็นเป็น 2 แฉก เค้าเลยเรียกว่าหางปลา) เป็น 1 ในยอดเขาในเทือกเขาหิมาลัย ที่สูงมากจนเห็นสันเขาที่เตี้ยกว่าเป็น layer ลงมา


ได้เห็นเธอแค่นี้..ชั้นก็สุขใจ ^___^

อากาศบนนั้นดีสุดๆ เราพยายามสูดอากาศให้เต็มปอด ...นี่หากมาหน้าหนาวในเดือนตุลาคม-ธันวาคม จะดีแค่ไหนน้าาาา...แต่สำหรับเรา การได้ท่องเที่ยว ไม่ว่าหน้าไหน ฤดูไหน ก็มีสนุกเหมือนกัน...เพราะทุกฤดูกาลมีเสน่ห์ของมันเอง

เหมือนจะเห็นหางปลาเต็มที่แค่นั้น พี่แท็กซี่เลยชวนกลับ เวลานั้นก็ประมาณ 6.30 น. เราเลยบอกว่าช่วยเราทำภารกิจลับให้ลุล่วงด้วยเถอะ นั้นคือ...แต่น แต๊นนน การตามหาพริกที่เผ็ดเป็นอันดับ 2 ของโลก เย้!


ที่จอดรถบนซารางก็อต ดูรถสิ...ฮ้าง ฮ้าง


บ้ายบายอีกครั้งนะปลาน้อย...


ที่นี่จะเห็นวัวเดินกันอย่างสบายใจ...เพราะกฎหมายให้จำคุกคนที่ขับรถชนวัว (วัวถือเป็นสัตว์ชั้นสูงของศาสนาฮินดู)

เปิดสมุดบันทึกที่แปะรูปพริก ที่เจ้านาย print out ของมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ลักษณะพริกเป็นลูกเล็กๆ กลมๆ เราเองก็ไม่รู้เรียกว่าอะไร...พี่แท็กซี่ดูรูปปุ๊บก็ อ๋ออออ...Dunlekkusani (ดัน-เลค-คุซ-ซา-นี่)

เจ้าพริกชนิดนี้เผ็ดมาก คนเนปาลบางคนยังทานไม่ได้ ใช้ประกอบอาหารบางชนิด หรือบางคนเอาเก็บใส่ในขวดโหล และใส่เกลือไว้ เพื่อเก็บไว้กินเหมือนพริกดอง ...เราก็ฟังพี่แท็กซี่เล่าเรื่อยๆ ยิ้มปริ่มพลางคิดในใจ "เจ้านายหนูเค้าจะเอาไปปลูกอ่ะพี่" แฮ่!!

ดันเลคคุซซานี่ ปลูกกันมากในแถบตะวันตกของเนปาล ซึ่งมีภูมิอากาศค่อนข้างหนาว ดังนั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเอามาปลูกในเมืองไทยจะขึ้นมั้ย...แต่เพื่อเจ้านายที่รัก หนูทำได้ฮะ!

ถึงตลาดท้องถิ่นแห่งหนึ่ง เราเดินตามพี่แท็กซี่ไปหาร้านขายพริก ทุกคนมองเราแปลกๆ เหมือนนักท่องเที่ยวคนนี้อยู่ๆ ทำไมมาเดินตลาด หรือว่า...เป็นกิ๊กแท็กซี่ !!! (ไม้ใช่แระ!)

เจอร้านขายพริก พี่แท็กซี่ก็ตกลงราคา สรุปว่าขีดละ 200 RPS ...แว้ก!!! แพงจังง่ะ แต่เอาเถอะ นานๆมาที เลยปาดน้ำตาควักตังค์ให้เค้า


พี่แท็กซี่ทำท่าจะยื่นพริกให้แม่ค้ารับ จนโดนแม่ค้าดุเอา (ขนาดคนเนปาลยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย)


นับนิ้วคิดตังค์

ที่นี่เค้ามีธรรมเนียมในการซื้อพริก คือ ห้ามส่งพริกมือต่อมือ เช่น หากอยากได้ก็บอกแม่ค้า เดี๋ยวแม่ค้าหยิบให้ หรือถ้าอยากเลือกเอง ก็เลือกแล้วกองไว้ในจุดใดจุดหนึ่ง...ปล่อยมือ แล้วแม่ค้าจะหยิบใส่ถุงให้ (ยากเนอะ) และหากใส่ถุงแล้ว ห้ามรับมือต่อมือ ต้องรอแม่ค้าวางถุงลงก่อน ถึงจะเอามือหยิบไปได้

แปลกดีจัง พี่แท็กซี่ก็ตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไร บอกว่ามันเป็น tradition ...เราก็เออ ชั่น ก็ ชั่น เนาะ

กลับโรงแรมด้วยความง่วงหงาวหาวนอน สั่ง breakfast มากินบนดาดฟ้า ถ่ายรูปโรงแรมค้างเคียง...


ฺBreakfast today...scrumbled egg with grilled veggie


รักกันใช่ม้าาาา เลยตามกลับโรงแรม (ปลาบอก อยู่มานานแล้ว เอ็งแหละเพิ่งมา)

ฮั่นแน่!! จากโรงแรมก็เห็นหางปลานินา ถึงจะมีราวตากผ้าประกอบวิวอยู่บ้าง (แง) แต่ก็ชิลดี

ตอนแรกกะจะนอนต่อ แต่คิดไปคิดมา มาเที่ยวทั้งทีจะมานอนทำไม เลยออกไปเดินเล่นที่ทะเลสาบอีกครั้งนึง...


เช้านี้อากาศสดใส แดดไม่ร้อนเหมือนตอนเย็น ทะเลสาบมีเรือแจวหลากสีจอดอยู่เรียงราย สวยมากจนทำให้นึกถึง Hallstatt หมู่บ้านมรดกโลกในออสเตรีย ...อยากเรียกเลยว่าที่นี่แหละ Hallstatt เอเชีย

 

Welcome to my paradise :)

แวะร้านกาแฟริมทะเลสาบซะเลย นั่งริมสุดชิดติดขอบซะจนาดที่เห็นฝูงปลาตัวน้อยๆ ว่ายอยู่ริมฝั่ง

จากร้านนี้สามารถเห็นหางปลาโผล่พ้นช่องเขาอยู่เบื้องหน้า...เมืองนี้อยู่ในอ้อมกอดขุนเขาจริงๆ



จุ่มปุ๊ก...ชิลแบบนี้ หาได้ที่ไหน?



ไม่ได้กินเป็นแก้วนะคะ กินเป็นกาค่ะ เฮิ้กกกก!

– ชีวิตของคนที่ชอบร้อนรน ทำอะไรเร็ว จนบางครั้งเพื่อนบอกว่าเป็นไฮเปอร์ แต่ในบางช่วงเวลาก็โหยหาความสงบ (เนี่ย!!!! กวีมาเชียว) ก็รู้สึกว่าที่แห่งนี้ตอบความต้องการในใจได้เป็นอย่างดี –

ไม่อยากจากที่นี่ไปเลย โฮฮฮฮฮ.......ไม่อยากไปไหนต่อแล้ว อยากอยู่ที่นี่ !!!! คร่ำครวญโหยไห้ แต่พอนึกถึงค่าตั๋วเครื่องบินกลับกาฐมาณฑุใบละเกือบ 4,000 บาท...เออ กลับก็ได้แว้!

เดินคอตกกลับโรงแรมเพื่อไปเก็บของและรอรถมารับ ระหว่างนั่งรอรถ ก็มีพ่อหนุ่มเสปนมาคุยด้วย

ทราบเรื่องราวมาว่าเฮียแกเพิ่งกลับจาก Trekking ภูฏาน (กรี๊ดดดด! เท่อ่ะ) แล้วก็เที่ยวลัดเลาะมาเรื่อยๆ จนถึงโพครา และก็เคยไปเที่ยวเมืองไทย ก่อนอวดกางเกงเลที่ใส่อยู่ บอกว่าไอได้มาจากเมืองไทยนะ

พูดคุยไปเรื่อย จนรู้สึกว่าเฮียหน้าคุ้นๆ ก่อนจะอ๋ออออ...หน้าเหมือน Nicolas Cage ในเรื่อง Con air 55555

ผมเผ้ารุงรัง แต่ก็ตามสไตล์ฝรั่งเซอร์ๆ...เฮียแกถามว่าเราแต่งงานหรือยัง เราเลยยิ้ม คิดในใจ "แต่งแล้ว (ตรู) จะมาเที่ยวคนเดียวทำไมล่ะค่า????”

ร่ำลากันเมื่อพ่อหนุ่มขอตัวไปขี่มอเตอร์ไซต์ขึ้นเขาชมเมืองซักหน่อย แท็กซี่ก็มารับพอดี...

ไปก่อนนะโพครา ชั้นต้องคิดถึงเธอแน่เลย T.T


ไฟลท์ออกบ่ายสามโมงครึ่ง ไปถึงตั้งแต่ไก่โห่...

บรรยากาศสนามบินดูเป็นกันเองมากๆ เครื่องชั่งประเป๋าโบราณสุดๆ เหมือนตาชั่งของ รสพ. เมื่อก่อน นักท่องเที่ยวชาวจีนมากันเยอะแยะ (เจอกันอีกแล้วนะ) ควงคู่มาเหมือนมาฮันนีมูน


This is called Classic


ได้เวลาเข้า Gate เค้าให้แยกหญิงชาย...เริ่มน่ากลัวละ สภาพเหมือนนักโทษโดนตรวจหายาเสพติด

ไม่ได้พูดเกินจริงเลย น่ากลัวมากๆ...เรียกผู้โดยสารเข้าตรวจทีละคน โดยต้องเดินผ่านม่านเก่าๆ เหมือนคลินิคเถื่อน เราก็หวั่นๆ เพราะสภาพก็พะรุงพะรัง มีกระเป๋าใบใหญ่ที่ไปชอปปิ้งมาเมื่อคืน และกระเป๋าสะพาย พอเข้าไป ตม.ผู้หญิงก็รื้อทุกอย่างออกมากอง แล้วก็ลูบๆ คลำๆ แง้.....หนูกลัว อย่าทำอะไรหนูเลย สุดท้ายก็รอดแบบหายใจไม่ทั่วท้อง เฮือกกกก


ม่านเหลืองๆนั่นล่ะค่ะ จุดตรวจค้นตัว บรึ๋ย!

นั่งรอเครื่องใน terminal ที่ดูเหมือนท่ารถทัวร์มากกว่าสนามบิน เห็น boarding time ซ้ำกัน 2 สายการบิน ซึ่ง 1 ในนั้นก็เป็นเครื่องเรา ใจก็งงๆ แล้วทำไมมันขึ้นพร้อมกันวะ แต่เอาเถอะ ไม่ได้อะไร


ได้เวลาขึ้นเครื่อง เครื่องบินลำเล้กกกกก มีที่นั่ง 2 แถว เราได้ยั่งเบาะคู่ ทุกอย่างดูไม่ปลอดภัย เครื่องเก่ามาก ใจไม่ดี เพราะกลัวความสูงเป็นทุนเดิม แต่เอาเถอะ...ไม่มีไรหรอก เชิญหลวงปู่ทวดมาด้วย

พอเครื่องขึ้น ใจยิ่งหายแว้บบบบ เพราะอากาศไม่ดี เครื่องกระตุกตลอด มองลงไปก็เห็นแต่ภูเขาสูง...ไม่ใช่สูงธรรมดา แต่สูงมว๊ากกก (หรือคิดไปเอง)​...รู้สึกเลยว่าเฮ้ย! สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง ทำไมยังบินด้วยเครื่องบินเล็กว้าาาา นิมนต์หลวงปู่ทวดขึ้นมากำแน่น เหงื่อแตกเต็มมือ หลับตาปี๋ มือซ้ายเอายาดมสูดฟื้ดดดด พ่อแก้วแม่แก้ว แม่จ๋า ช่วยกวางด้วย หนูกลัวฉี่จะราด

แอร์โฮสเตสหน้าตาคมขำ เริ่มเสิร์ฟของว่าง เป็นถั่วโก๋แก่ และน้ำโค้กใส่แก้วพลาสติก...เอิ่ม! นี่มันเครื่องบินหรือเจ๊เกียวคะพี่ บ้านๆ มาก ถาดใส่โค้กเป็นตะกร้าพลาสติกที่ขายในตลาดนัด โอ้วววว ได้อารมณ์ ลืมความกลัวไปชั่วขณะ

แต่ก็แค่ชั่วขณะเดียว เครื่องกระตุกอีกแล้ว แต่ทุกคนนิ่ง อ่านหนังสือพิมพ์ เฉยกันมาก เราคิดในใจหรือว่าคนที่นี่เค้าชิน เราอาจเป็นบ้านนอกคนเดียว ไม่ชินกับการขึ้นเครื่องบินเล็ก...คุณลุงที่นั่งข้างเราคงเอือม ที่ไอ้เด็กนี่นั่งกำพระแน่น เหงื่อออก สูดยาดมตลอดทาง อะไรจะตื่นตูมปานนั้น

และแล้ว 45 นาทีผ่านไป (แต่เหมือน 3 ชั่วโมง)​ เราก็เห็นสนามบินตรีภูวันลิบๆ เย้!!!! ถึงแล้วเว้ย!!!! ดีใจสุดๆ เริ่มเก็บยาดม ลืมตาเต็มที่ หายเกร็ง...แต่แล้ว...แฟว้บบบบบ เครื่องเชิดหัวขึ้นอีกครั้ง และเลี้ยวเกือบ 90 องศา เย้ยยยย! นี่มันอะไรกัน ไม่ใช่รถเมล์นะกัปตัน นึกจะเลี้ยวก็เลี้ยว แงๆๆๆ สูงเท่าเดิมแล้ว กรูกลัวนะ โฮ... หยิบยาดมมาดมใหม่ จิกเบาะหน้าแน่น คราวนี้ ชาวเนปาลีทั้งหลายที่ตอนแรกชิลๆ พากันเกาะเบาะหน้ากันแทบไม่ทัน ทุกคนก้มหัว อะไรก้านนน??? สร้างความมั่นใจใหหนูหน่อยได้ม้ายย??

เครื่องวนเมืองกาฐมาณฑุรอบนึง แล้วจึงลงจอด...ช่างทรมานอะไรอย่างนี้ เมฆด้านนอกก็เริ่มมืด ฝนตั้งเค้า

แล้วเราจะไปจุดมุ่งหมายต่อไปอย่างไร...นากาก็อต (Nagarkot) เธออย่ามาเยอะ! วันนี้อารมณ์เสีย!

ตอนแรกตั้งใจจะนั่งรถเมล์ ที่เค้าบอกว่าสิ่งขึ้นนากาก็อตเป็นประจำ แต่ด้วยความที่ไม่คุ้น และฝนก็ทำท่าจะตก เลยยอมนั่งแท็กซี่ เสียเงินไป 1500 RPS ...แลกความสบาย อารมณ์นั้นอ่อนเปลี้ยมาก ไม่มีแรงเดิน หลังจากเจอพิษรถเมล์บินเข้าไป

คนขับพาออกนอกเมือง มุ่งหน้าไปทาง Bhaktapur หนทางเต็มไปด้วยการผจญภัย (ไม่เลิกรา) ลุงแท็กซี่ขับปาดหน้าสิบล้อชนิดห่างกันเป็นเซ็น โดยไม่มีท่าทางตื่นตระหนก..ถ้าจะดูว่าเป็นคนเนปาลจริงหรือไม่ ต้องดูที่สไตล์การขับรถ หากขับปาดซ้าย-ขวา ในระยะกระชั้นชิด บีบแตรทุก 10 วินาที ด้วยสีหน้าเรียบเฉย นั่นแหละ!! ชาวเนปาลี

ฟ้าเริ่มมืด รถก็ไต่เข่าเรื่อยๆ ข้างทางบ้างเป็นหุบเหว บ้างเป็นป่า เราทึ่งสมรรถภาพรถที่นั่นมาก เพราะทุกคันล้วนเก่าไม่ตำ่กว่า 10 ปี แต่ว่าแรง! ขึ้นเขาได้ฉิว

แท็กซี่พามาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง...ถึงซักที เอากระเป๋าลงเสร็จ พี่แท็กซี่ขอตัวหลับ เราก็เอาใบจองโรงแรมจากบริษัท Kisan ให้ reception ดู...เค้าทำหน้างง บอกว่า "This is Club Himalaya, not Hotel Viewpoint...it's on that hill” แล้วชี้นิ้วปู้นนนนน...

ตายละวา อยากร้องไห้ แท็กซี่มาส่งผิดดอย แงๆ หกโมงเย็นแล้วด้วย...พี่ยามใจดีสิ่งตามแท็กซี่ที่ยังเดินไปไม่ถึงรถ โชคดีมาก...แต่ He ดันบอกว่าเราอ่ะบอกชื่อโรงแรมผิด --”

Club Himalaya กับ Hotel Viewpoint นี่มันออกเสียงเหมือนกันเหรอพี่ แล้วในห้วน้องก็ไม่มีคำว่า Club Himalaya อยู่เลยเถอะ 'รมณ์เสีย !

ถึงโรงแรมของเราจนได้ ...reception บอกว่าไม่มีแอร์ ตอนแรกก็โมโห คิดว่าแล้วชั้นจะนอนได้ไง หน้าบึ้ง...แต่พอเข้าห้อง แอ้งงงงง โก้ดหนาวเลย ไม่มีอ่ะดีแล้ว 555555

หน้าตาห้องพักไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ ออกแนวบ้านพักบนเกาะเสม็ด แต่ก็เอาเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว แค่นอนแป๊บๆ (2 วัน) ..ไปกินข้าวดีกว่า 

หมอกเต็มเลยเพราะฝนตก

ห้องอาหารไฟสลัวๆ เราพยายามมองหาคนไทย แต่ไม่มีเลย...ยอมรับว่าวันนั้นเหงามาก รู้สึกเหนื่อย และกลัว อยากหาเพื่อนคุย แต่มองไปมีแต่คนจีน อินเดีย

โชคยังดีที่บริกรน่ารัก ทักทายเราเป็นภาษาไทย ยิ้มหวาน เราเลยรู้สึกว่าอะไรๆ ก็ไม่โหดร้ายเท่าไหร่


ก็เก๋นะฮะ จากห้องอาหารเนี่ย


กินๆ อยู่ไฟดับ (ที่นี่ใช้ระบบปั่นไฟ) น้องบริกรเลยมาจุดเทียนให้ โรแมนติกเชียะ...(มาคนเดียว???)

ข้าวราดแกงกะหรี่ไก่ รสชาดไม่เลว อิ่มท้องแล้วหายเครียด

คืนนี้ขอพักยาวๆ ตื่นเช้าและเหนื่อยมาทั้งวัน โปรแกรมวันพรุ่งนี้ไม่รู้ รู้แต่ต้องตื่นเช้ามาดูเจอเธอ...หิมาลัย นมัสเต ราตรีสวัสดิ์




Edited by kwang-boo - 16 Nov 2011 at 21:33

Post Options Edit Diary   Quote kwang-boo Quote wrote: 16 Nov 2011 at 20:52



vanin View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 27 Feb 2010
Posts: 5383
Post Options Edit Comment   Quote vanin Quote Direct Link To This Post Posted: 16 Nov 2011 at 20:28 - IP: 122.1.18.XXX
ทำไมไดตอนนี้ไม่มีรูปอ่ะค่ะ ยังอ่านสนุก แต่แอบขาดอรรถรสไปนิดนุงง่ะ คนอ่านขอร้องได้ป่ะ
แม่กับปัณณ์ รักกัน รักกัน พ่อกับปัณณ์ รักกัน รักกัน พ่อกับแม่ รักปัณณ์ รักปัณณ์
Back to Top
kwang-boo View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 12 Nov 2011
Location: Bangkok
Posts: 15
Post Options Edit Comment   Quote kwang-boo Quote Direct Link To This Post Posted: 16 Nov 2011 at 20:51 - IP: 58.9.6.XXX
กำลังอัพเลยค่ะพี่อ้อ มือมันไปกด update ซะแล้ว ยังอัพรูปไม่เสร็จ --"
ใจเย็นนะค้าาาา
Back to Top
PiKii View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 08 Mar 2010
Location: PiKii@dilove
Posts: 1305
Post Options Edit Comment   Quote PiKii Quote Direct Link To This Post Posted: 16 Nov 2011 at 21:00 - IP: 171.4.244.XXX
โอ๊ะๆๆๆๆ  อยากไปเที่ยวเหมือนพี่บ้างงงงง *ดีดดิ้นๆๆๆ*
เห็นพี่ใส่เสื้อกันหนาว+ผ้าพันคอ....อยากใส่ในเมืองไทยบ้างจัง T^T
 
ปล.ขอรูปเยอะๆเหมือนพี่อ้อ...อยากอิจฉา.....คนอ่านขอร้องงงงง
แม้จะไร้รสชาติ แต่ก็ขาดมิได้ นะฮ๊าาา!
^____________^


สาวแว่น~ซึนเดเระ!!
Back to Top
suniphit.k View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Sep 2011
Location: ปทุมธานี
Posts: 146
Post Options Edit Comment   Quote suniphit.k Quote Direct Link To This Post Posted: 17 Nov 2011 at 08:36 - IP: 115.31.153.XXX

ขอตามติดคุณกวางไปเที่ยวด้วยคนค่ะ

Back to Top
Pun Pun View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 19 Apr 2010
Location: Chonburi
Posts: 870
Post Options Edit Comment   Quote Pun Pun Quote Direct Link To This Post Posted: 17 Nov 2011 at 16:17 - IP: 182.53.196.XXX

dinner ใต้แสงเทียน โรแมนติ๊กมากครับน้ากวาง

ปล. เที่ยวคนเดียวได้เนี่ย เซียนและเท่ห์สุดๆ เลยครับ
ว่าแต่ทริปหน้า จะหาคนรู้ใจไปช่วยถ่ายรูปบ้างมั๊ยอ่ะคับคุณน้า
Back to Top
kwang-boo View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 12 Nov 2011
Location: Bangkok
Posts: 15
Post Options Edit Comment   Quote kwang-boo Quote Direct Link To This Post Posted: 17 Nov 2011 at 16:57 - IP: 202.60.203.XXX
น้องปู๊นปู๊นคับ ทริปหน้าน้ากวางก็ว่าจะไปคนเดียวเหมือนเดิม
ช่างภาพสมัยนี้หายากม๊ากมาก 5555
แต่น้ากวางว่ามันสนุกและอิสระดีค่ะ :)
Back to Top
Nongda View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Feb 2010
Posts: 6058
Post Options Edit Comment   Quote Nongda Quote Direct Link To This Post Posted: 18 Nov 2011 at 20:51 - IP: 58.11.143.XXX
Nongda อยากบอกว่าขอตามคุณกวางไปเที่ยวด้วยคนนะคะ ภาพสวย นางแบบก็น่ารักอ่ะค่ะ จุดเทียนที่โต๊ะอาหารดูโรแมนติคจริงๆนะคะTongue
I love Papa Mama and
my family very much.
Back to Top
kwang-boo View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 12 Nov 2011
Location: Bangkok
Posts: 15
Post Options Edit Comment   Quote kwang-boo Quote Direct Link To This Post Posted: 18 Nov 2011 at 22:03 - IP: 58.11.183.XXX
Thank you ka Nongda 😃😊
Back to Top
GrandmaNid View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 31 Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 2372
Post Options Edit Comment   Quote GrandmaNid Quote Direct Link To This Post Posted: 20 Nov 2011 at 16:33 - IP: 182.52.84.XXX
ในที่สุดก็ได้เห็นหางปลา หนูกวางโชคดีที่ได้พบคนใจดีเสมอ ทั้งๆที่บรรยากาศออกจะน่ากลัว
ย่านิด
Back to Top
rungnapa View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Jan 2011
Location: thai
Posts: 2539
Post Options Edit Comment   Quote rungnapa Quote Direct Link To This Post Posted: 08 Dec 2011 at 15:13 - IP: 123.242.133.XXX
เห็นบ่น แต่ สู้กล้อง ยิ้มหวานได้ตลอด นะคะ น้องกวางคนสวย  พี่ตุ๊กพยายามเพ่งเล็ง ขนาดเอาแว่นมาใส่หาหางปลา จนตาเหล่ แย้วค่า
Back to Top
DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : kwang-boo
บักตะปูร์...ชื่อนี้มีมนต์ขลัง [7/1022]
นากาก็อต...เธอจัดหนัก! [4/1014]
โพครา...ฉันจะคิดถึงเธอ [13/604]
วันแรกที่โพครา [7/873]
บันทึกการเดินทาง...จากสยามสู่หิมาลัย [9/969]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ kwang-boo ]
[ All kwang-boo diary ]

October 2017
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.154 seconds.