บันทึกการเดินทาง...จากสยามสู่หิมาลัย

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

ตอนเด็กๆ ซักประมาณ 16 ขวบ (ยังจะใช้ "ขวบ") มีพี่ที่รู้จักกันเอารูปที่ไปเที่ยวต่างประเทศมาอวด ในรูปน่าจะเป็นหน้าหนาวของที่นั่น เพราะพี่เค้าใส่เสื้อหนาวตัวใหญ่ หนาๆ เหมือนจะไปเล่นสกี ใส่หมวกไหมพรม แถมมีไม้เท้าอีก...ฉากหลังเป็นภูเขาที่บนยอดมีหิมะขาวโพลนปกคลุมอยู่

“พี่ไปเนปาลมา สนุกมว๊ากกกกก....สวยมากเลย เดินขึ้นเขาด้วย เค้าเรียก trekking”

“อาหารอิตาเลี่ยนที่นั่นอร่อยมาก แถมราคาถูกสุดๆ พี่สั่งสปาเก๊ตตี้คาโบนาร่ามา ได้มาเป็นจานเปล อิ่มโคตรๆ"

และส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กผู้คลั่งไคล้หนุ่มเมืองมะกะโรนี ต้องตาโตนั้น...

“ผู้ชายเนปาลน่ารัก ปากหวาน เหมือนหนุ่มอิตาเลี่ยนเลยกวาง"

เท่านั้นล่ะ ป๊อกแป๊กๆ หัวสมองก็ได้บันทึกประเทศนี้ ไว้เป็น 1 ใน list ประเทศที่อยากไปท่องเที่ยวมากที่สุด

ประเทศที่ไม่ค่อยได้ยินว่ามีคนไปเยี่ยมเยียน (ในขณะนั้น) กลับน่าสนใจขึ้นมาทันที ด้วยภาพอิฐแดงๆ และอากาศที่หนาวเย็น น่าสบาย...จึงบอกตัวเองตั้งแต่นั้นมา

-- เนปาล...ซักวันนึงชั้นจะไปหาเธอ –


จนเวลาผ่านไป ชีวิตผ่านอะไรมามากมาย (กรี๊ด!!! ยังไม่แก่!!) ได้ไปต่างประเทศทั้งเพื่อใช้ชีวิตและท่องเที่ยว เนปาลก็ถูกหยิบออกมาจากลิ้นชักความตั้งใจอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตอนต้นเดือนสิงหาคม 2554 ระหว่างนั่งเคาะแป้นพิมพ์ ก๊อกๆ ที่ออฟฟิศ ด้วยคำถามที่เชื่อว่าคนทำงานทุกคนเคยถามตัวเอง บางส่วนก็เลือกที่จะตอบสนอง และบางส่วนก็เลือกที่จะลืม ...”เฮ้ย! มานั่งทำไรตรงนี้ ลางานไปพักผ่อนเหอะ"

คำถามเชิงตัดสินใจสั้นๆ แต่มีพลัง...กระบวนการค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวประเทศเนปาลก็เริ่มขึ้น อ่านมันทุกรีวิว ทั้งจากwww.thaitrekking.com และพันทิพย์ ด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วย positive thinking จนได้ความว่าเนปาลเป็นประเทศเล็กๆ กลางหุบเขาหิมาลัยซึ่งมียอดเขาสูงติดอันดับโลกหลายยอดอยู่ด้วยกัน และ 1 ในนั้นคือ "Mount Everest” ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ก็ตั้งตระหง่านอยู่ในเขตประเทศนี้ และยอดเขาอื่นๆ ที่คนไทยนิยมไปกันคือ อันนาปุระ มัชฉาปูชะเร (หรือยอดหางปลา ที่เค้าเรียกกัน)

ในส่วนศิลปะวัฒนธรรม ก็แสดงถึงอดีตที่เคยรุ่งเรืองของ 3 เมืองหลัก คือ Kathmandu, Patan และ Bhaktapur ที่ทุกวันนี้ยังมีปราสาท มณฑป และวิหารต่างๆ เรียงรายอยู่ท่ามกลางความเจริญของโลกยุคใหม่...

98% ของรีวิวต่างๆ ล้วนชื่นชมคนเนปาลว่าน่ารัก มีน้ำใจ – แหมๆ ยิ่งอ่านยิ่งอิน

แต่...”จะไปกับใคร???” โอ้ววว...คำถามนี้ตอบยาก ใครจะอยากไปเนปาล มันไม่ใช่เมืองชอปปิ้ง แต่เป็นเมืองอารยธรรมและธรรมชาติ

“ตุ๊ๆ! ชั้นมีโปรแกรมมานำเสนอเว้ยยยย" – โทรหาเพื่อนรักตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย และได้ไปใช้ชีวิตด้วยกันที่เมืองนอกอยู่พักหนึ่ง...ด้วยความเชื่อว่าเพื่อนที่เคยทำค่ายอาสา คลุกดินกินฝุ่นกันมา จะต้องชอบฟินเนปาล...เพื่อนรักบอกว่าน่าสนใจ แต่ขอหาข้อมูลก่อน แล้วค่อยให้คำตอบ

แว้บ!!! 3 วันผ่านไป อีเพื่อนก็ไม่โทรกลับ เลยโทรไปเอง...และได้คำตอบที่น่ารัก น่าเตะว่า

“กวาง...กูว่ามันไม่ใช่ว่ะ คือเราไปปีนภูเขาฟูจิแทนอะไรกันมั้ย?” – ไอ้บ้า!!!! 5555555


แต่นั้นก็หาได้ทำให้เราล้มเลิกความตั้งใจไม่ "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" ไปเที่ยวคนเดียวก็ได้ มันจะไปยากอาไร้...ไปเกาหลีคนเดียวก็ไปมาแล้ว (แม่สะกิด – เอ่อ ลูก...อันนั้นลูกไปกะทัวร์ค่ะ --")


เมื่อตัดสินใจแล้ว ต้องเดินหน้าต่อไป ตาม concept AF Academy …

วางแผนไปเที่ยวทั้งหมด 5 วัน 4 คืน: 27-31 สิงหาคม 2554

โปรแกรมนี้ไม่ได้ไป trekking เพราะเวลาไม่พอ และจากการ email ไปสอบถาม local tour agent ที่นู่น เค้าก็ไม่แนะนำให้ไป trekking ช่วงปลายสิงหาคม เพราะไม่แน่ใจว่าจะได้เห็นยอดเขาหรือไม่ ก็ท้องฟ้ามันปิดช่วงนั้น ฝนก็ยังตกอยู่

ตั๋วๆ – แลกไมล์การบินไทยเอาเลย โชคดีที่มีโปรโมชั่นพอดี เลยเสียค่า tax and fuel charge ไปแค่ 5,200 บาท  หน้ามืดเมื่อเห็นของถูก ก่อนจะมาตระหนักว่าเพราะมันไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวของที่นั่น ก็มันเป็นหน้าร้อน (ตับแตก)

จากนั้นก็ปริ๊นท์โปรแกรมท่องเที่ยวของบริษัททัวร์ต่างๆ ออกมาเป็นทางเลือก กะว่าจะเที่ยวตามโปรแกรมโดยไม่ต้องจ้างไกด์ ส่วนที่พัก ก็กะไปหาเอาดาบหน้า เพราะในรีวิวบอกว่า "...เนปาลมีที่พักเยอะมากค่ะ รับรองไม่มีทางนอนข้างถนน เพราะมันไม่มีทางเต็ม!”


เราไปเที่ยวกันเถอะ เย้ๆๆ

รวมเวลาที่คิดว่าจะไปเที่ยวจนถึงวันเดินทางก็ประมาณ 16 วัน รักษา concept "ไม่เร่ง ไม่ใช่กวาง"

หน้าแป้นแล้นที่ Duty free สุวรรณภูมิ

ออกเดินทางไปกาฐมาณฑุ ด้วยสายการบินไทย วันที่ 27 สิงหาคม ไปถึงสนามบินตรีภูวันประมาณ 13.00 น. (เวลาที่นั่นช้ากว่าเมืองไทยประมาณ 45 นาที) ถึงปุ๊บก็อู้หู!!!! นี่มันสนามบินนานาชาติแล้วเหรอ (วะ) ? กลิ่นฉี่ลอยมาปะทะจมูก แต่ในใจก็คิดว่าเอาเถอะ มันอย่างนี้ล่ะ ประเทศเค้าอาร์ต!

เมฆเยอะแบบกระจุ๋มกระจิ๋ม ตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ

เตรียมตัวอ่านข้อมูลบนเครื่อง

Shuttle bus สู่ Terminal เค้าใจมาก ไม่มีแอร์ หอมธรรมชาติแบบแขกๆ

พอออกมาจาก terminal ก็โดน "รุม" จากบรรดาแท็กซี่

"Hello หนี่ฮ่าว ซา-หวัด-ดี where're you from, Ma'm?" มาเป็นชุด จนเราต้องหยุดเดินและบอกไปว่าจะไปThamel (แหล่งที่พักราคาถูกและมีของขายเยอะๆ เหมือนตรอกข้าวสาร) ...พี่ๆ แท็กซี่ก็เสนอราคามาอย่างโกลาหล ตั้งแต่ 400-500 RPS จนในที่สุด มีไอ้หนุ่มเนปาล หน้าคม ถามว่าเธอจะไปเท่าไหร่ ...ดิฉันก็ตอบไปอย่างกล้าๆกลัวๆ"One hundred fifty" – "OK come!" – กวี๊ด!! ต่อได้ด้วยเว้ยเฮ้ย

พ่อหนุ่ม "Kisan" เดินนำไปยังแท็กซี่...สาบานว่าคือแท็กซี่

อย่านึกว่ามันคือรถโตโยต้าอัลติส สีลูกกวาด พร้อมแอร์เย็นฉ่ำ แต่สภาพมันคือ รถกระป๋อง คันเล็กๆ ตัวถังผุ ...ไอ้กวางตาเหลือก "หรือเราจะซวยได้รถเก่า" กวาดตามองไปรอบๆ เหมือนกันหมดทั้งสนามบิน!

เอาวะ! เรียกว่าแท็กซี่ ก็แท็กซี่ –"

Kisan แนะนำตัวว่าเค้าเป็นไกด์ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ (โชว์บัตรให้ดูเสร็จสรรพ) และยินดีให้คำแนะนำเราแบบไม่คิดตังค์ซักรูปี ...ด้วยตั้งป้อมไว้ว่าจะไม่หลงกลไกด์ท้องถิ่นอย่างแน่นอน งานนี้เที่ยวด้วยตัวเอง เลยถามย้ำแล้วย้ำอีก ว่าให้บอกมาเถอะว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ อารมณ์ของฟรีไม่มีในโลก...

แต่พ่อคุณก็ยืนยันว่าไม่คิดเงิน จะพาไปหาโรงแรม (เอาแล้วไง!!!) เราก็บอกว่าเราหาไว้แล้ว ขอแค่พาไปให้ถูก...พอบอกแบบนี้ พี่แกก็บอกว่าโรงแรมที่เราเอ่ยชื่อมามันเก่า ไม่ดี ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงสำหรับผู้หญิงสวยๆอย่างเรา (เติมเอง) เราเลยคอตก ทำใจ...เอาวะ จะพา (ตรู) ไปไหนก็แล้วแต่เถอะ เหนื่อยแล้ว


อาคารร้านค้าที่สร้างด้วยอิฐสีแดง เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่


ทางเข้าพระราชวังนารายันติ (หรือรัฐสภาหว่า...แง้! ลืม)


ร้านรวงคึกคัก จักรยานขวักไขว่...ที่นี่เป็นเมืองที่คนไม่กลัวรถ!

จนในที่สุดก็ได้มาที่ Kathmandu Resort ใจกลางย่าน Thamel ด้วยราคา 30 USD ...สภาพห้องดูดี น่าพัก และก็ปลอดภัย เราเลยตัดใจไม่คิดมาก เข้าพักที่นี่ ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะหาที่พักราคาไม่เกิน 15 USD


ห้องพักสีแดง เรียกพลัง...


แม้แต่โรงแรมก็ไม่ทิ้ง concept "จะถูกจะแพง ต้องแดงไว้ก่อน" (อันนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะฮับ บุ๋งๆ)

พอจัดแจงเก็บกระเป๋า ก็ออกชมเมืองกาฐมาณฑุ โดย Kisan เป็นคนพาเที่ยว ลัดเลาะไปตามถนนซึ่งสาบานได้ว่ามันคือถนนหลักในเมืองหลวง เพราะหน้าตามันเหมือนถนนลูกรังในเชียงราย ที่มีแต่ฝุ่นแดงๆ ตลบอบอวล ผู้คนเดินขวักไขว่ ทั้งชาวเนปาลีและชาวต่างชาติ ระหว่างทางก็มีพ่อค้าแม่ขาย ตะโกนเรียกให้เราซื้อของตลอดทาง...ดูวุ่นวาย...แต่ก็มีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง

ระหว่างทางเดินไปวัดลิง หรือ Monkey Temple จะพบเจอวัด และศาลเทพฮินดูมากมายตามทาง Kisan บอกว่าเฉพาะในกาฐมาณฑุ มีวัดทั้งหมด 5,000 วัด (โอ้ว...เชดดดด เยอะมาก) แต่ที่กำลังจะพาไปเป็นวัดลิง ที่ตั้งอยู่บนเนินลูกหนึ่งกลางเมืองกาฐมาณฑุ จากบนนั้นจะเห็นเมืองกาฐมาณฑุทั้งเมือง และภูเขา 2 ลูกที่โอบรอบเมืองไว้...


This is the road !!!


อยากกินแต่ไม่กินจะดีกว่า =="


อาคารหน้าตาแบบนี้ มีอยู่ตลอดทาง 


แม่น้ำคือชีวิต...คงใช้ได้กับที่นี่...แม่น้ำแถบนี้เป็นทั้งน้ำอุปโภค และประกอบพิธีศพ ของชนชั้นล่างของเนปาล



วัดแรกที่แวะชม ไม่ทราบชื่อเพราะ Kisan ก็จำไม่ได้ บอกแค่เป็น Local temple


ดู๊ ดู ในวัดยังมีเต่ามาเดินต้วมเตี้ยม แถมมีผ้าใครไม่รู้ตากอยู่ บอกแล้วว่าคนเนปาลีชิลลลล


ถึงแล้วววว วัดลิง :)


walk walk walk!


เห็นเจดีย์ทองแล้ว :) เหนื่อยยยยย....


แวะพักจุดขายบัตรเข้าชม...เหนื่อยไม่เหนื่อย ดูกัน!


มองย้อนไปตามทางที่เดินมา (คนเนปาลียังต้องพักเหนื่อยเลย 5555)

ปีนป่ายขึ้นบันไดเพื่อไปให้ถึงเจดีย์ สภาพลิ้นห้อย make-up ที่แต่งไว้แต่เช้าลางเลือน เหงื่อยโทรมกาย

เราไม่ได้เตรียมตัวเดินไกลๆ เลยใส่ชุดแซ็คผ้ายืด และรองเท้ายางมาโลโบ้ ลิงน้อย ...Kisan ก็มีสภาพไม่ต่างกัน สวมกางเกงแสล็ค รองเท้าหนัง (ให้ตายเถอะ! เป็นไกด์แน่เหรอวะ???) เหนื่อยลิ้นห้อย เหงื่อแตกพลั่ก จนต้องหยุดพักหายใจระหว่างบันไดหลายครั้ง พี่แกก็แก้ตัวว่าปกติเป็นไกด์เดินเขา ไม่ได้เป็นไกด์ในเมือง (แน้!!! แค่เนินยังลิ้นห้อย ขึ้นเขามิตายเลยพ่อ!)

พอขึ้นไปถึงเจดีย์ ก็เจอฝูงนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย คุยภาษาตะรุงตะไร กันอย่างเอิกเกริก ถ่ายรูปบนจุดชมวิวกันสนุกสนาน...เห็นวิวก็หายเหนื่อย ข้างบนนี้สูงพอจะเห็นอาคารบ้านเรือนในเมืองกาฐมาณฑุ ตั้งแต่ย่านที่พักอาศัย สนามกีฬา ไปจนถึงพระราชวังนารายันติ และมีภูเขาสูงสีเขียวเป็นฉากหลัง...


หายเหนื่อยเมื่อเห็นภาพตรงหน้า :)


เจดีย์ที่มีรูปเหมือนดวงตา ทั้ง 4 ด้าน เปรียบเสมือนดวงตาของเทพเจ้าที่มองลงมา


เดินชมศาลเทพเจ้าฮินดู ที่มีแป้งสีแดงๆ ทาอยู่เต็มไปหมด ได้กลิ่นธูปแขกอบอวล อาคารเก่าแก่ที่เหมือนไม่ได้รับการทำความสะอาดมานานมาก แต่ยังเห็นศิลปะการแกะสลักไม้ดั้งเดิม บางอาคารไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป และบางอาคารไม่ให้คนที่ไม่ได้นับถือศาสนาฮินดูเข้าชม



จริงๆถ่ายไม่ได้ แต่ไม่เห็นป้าย =="


Summer sky


ร้านขายเครื่องทองเหลือง คล้ายที่พาหุรัด


นาย Kisan...เหมือนหน้าไกด์ จะเหนื่อยกว่านักท่องเที่ยว 5555

เดินไปเรื่อยก็กระหายน้ำ อยากกิน Coke...Kisan เลยพาไปร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนวัด มีบันไดวนเดินขึ้นไปชั้น 3ชิลลลลล มากกกก...Coke เย็นเจี๊ยบดับกระหาย อารมณ์นั้นเหมือนน้ำทิพย์จากสวรรค์ เริ่มตระหนักว่าชีวิตไอ้กวาง ไม่เหมาะกับการเดินขึ้นที่สูง ไม่ชอบการเหนื่อยล้า ศูนย์ถ่วงการเดินไม่ดี ดังนั้น คิดถูกแล้วที่ไม่ได้วางโปรแกรมจะเดินเขาในครั้งนี้


 มุมจากร้านกาแฟ ด้านขวาเป็นเหมือนกุฏิพระ เป็นอาคารสีเหลือง


ใช้กล้องหน้า ภาพเลยกลับข้าง

หลังจากพักเหนื่อย ก็มุ่งหน้าไป Kathmandu Durbar Square จตุรัสกลางเมืองเก่าแก่...


แอบถ่ายแท็กซี่ เก่าจริงอะไรจริ๊งงงง...


นี่ก็แท็กซี่...ฝุ่นจะหนาไปหนายยยย??

และแล้วก็มาถึง Kathmandu Durbar Square ซึ่งประกอบไปด้วยวิหาร ศาลาโบราณ...1 ในนั้นมีอาคารไม้ต้นตำรับของประเทศเนปาล อันเป็นที่มาของชื่อเมืองกาฐมาณฑุ (อาคารไม้) แต่ตอนที่ไปปิดซ่อมบูรณะอยู่



ข้างบนของศาลา หรือวิหาร มักมีรูปหล่อเงินอยู่ข้างบน เป็นเอกลักษณ์

หนุ่มสาว และไม่หนุ่มสาว ชาวเนปาลีชอบมานั่งกระหนุงกระหนิงกันที่ ​Durbar Square แห่งนี้ ที่นี่จึงเปรียบเสมือนจุดนัดพบของผู้คน ต่างจากคนกรุงเทพที่มักนัดเจอกันตามห้างสรรพสินค้า หรือโรงหนัง


ศาลศักดิ์สิทธิ์ ที่...ไม่วิจารณ์ดีกว่า เพราะเป็นวิถีชีวิตเค้าเนาะ



วังกุมารี

กุมารี หรือ Living goddess เทพธิดาตามความเชื่อของชาวเนปาลีผู้นับถือศาสนาฮินดู ว่าเสมือนเป็นตัวแทนเทพเจ้า ...Kisan เล่าว่าประเทศเนปาลจะคัดเลือกเด็กผู้หญิงที่มีลักษณะงดงาม ไม่มีที่ติ จากเด็กหญิงหลายพันคน มารับตำแหน่งกุมารี และหลังจากที่เธอได้เป็นกุมารี เธอจะถูกเก็บตัวอยู่ในวัง ไม่ให้ออกมาเล่นกับเด็กคนอื่น...จนถึงวันที่เธอมีประจำเดือนครั้งแรก หรือแม้กระทั่งหากวันที่โดนยุงกัดเลือดออกมา 1 หยด เธอจะพ้นสภาพการเป็นกุมารีทันที 


Such a wonderful wood carving

ปกติกุมารีจะออกมาทักทายผู้คนเห็นทางหน้าต่าง ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเธอจะออกมาเมื่อไหร่ และเมื่อถึงตอนนั้น ห้ามถ่ายรูปหรือบันทึกภาพเด็ดขาด...


คนรอยลโฉมเทพธิดาบนดิน...กุมารี

เราก็ถ่ายรูปประตูหน้าต่างในวังกุมารี ที่พอเดินจากประตูหน้ามา จะเจอลานรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มองไปด้านบนจะเห็นหน้าต่างที่กุมารีจะออกมาทักทาย...ขณะกำลังถ่ายรูปตัวเอง ก็ได้ยินเสียงคุณป้าชาวไทย ตะโกนเรียกกุมารี

"กุมารีเอ้ยยยย ออกมาให้เห็นหน่อยเร้ววววว" --"

ป้าค่ะ!!!! ท่านเป็นที่เคารพของบ้านเมืองเค้า ไม่ใช่นักร้องนักแสดง จะเรียกให้ออกมาได้ตามใจนะคะ !!! ว่าแล้วก็ทำเป็นไม่ใช่คนไทย เดินตัวลีบออกไปจากตรงนั้น -- กะว่าใครมาทักจะพูดภาษาอื่นใส่ เพราะเค้าจะได้ไม่รู้ว่าเป็นคนไทย อายแทนป้าเหลือเกิน !!!


อาคารไม้หลังแรก ที่มาของชื่อเมืองหลวง...กาฐมาณฑุ


ลานเครื่องปั้นดินเผา


แดดร้อนมว๊ากกกก...


ที่นี่เคยเป็นฉากในละครเรื่อง "ดั่งดวงหฤทัย" สมัยพี่หนุ่ม ศรราม-พี่นัท มีเรีย ด้วยนะ ว้าวววว!


เจ้าหญิงทรรศิกา ภาคแทนซาเนีย


มีรูปปั้นหนุมาน ปกปักษ์รักษาประตู (แต่จำไม่ได้ว่าทำไมต้องมีผ้าคลุม)


ประตูสวยมั้ยฮะ??


หนุ่มเนปาลีมักนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ และโขกหมากรุก ในที่ต่างๆ!




ถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลินด้วยกล้องดิจิตอล และ Galaxy Tab (ไม่ได้โฆษณา แต่จะบอกว่าภาพชัด ใสกิ๊ก)...Kisan ก็พาเดินกลับไปยัง Thamel เพื่อไปซื้อตั๋วรถบัสไปเมืองโพครา ในวันรุ่งขึ้น...



ระหว่างทางเดินไปบริษัททัวร์ ก็เห็นกิจกรรมของคนที่นี่หลายอย่าง และพบว่าทุกมุมถนน ในตรอกซอกซอย จะมีวัดเล็กๆ ไปจนถึงวัดใหญ่ ซ่อนอยู่ตลอด





นี่ก็เป็นวัดที่ซ่อนอยู่ในซอย :)

เราหาข้อมูลมาพอรู้ว่าตั๋วที่ว่า มันหาซื้อได้จากบริษัททัวร์ที่มีเป็นร้อยเป็นพัน บนถนน Thamel แต่พ่อ Kisan ก็ตะล่อมว่าให้ไปซื้อที่บริษัทเค้าเถอะ (อีกแล้วไง!)...ทำไงได้ล่ะ เค้าก็อุตส่าห์พาเดินเที่ยวขนาดนี้ ไปก็ไปวะ!

Kisan พาไปบริษัททัวร์ที่เค้าทำงานอยู่ เดินขึ้นชั้น 2 ของตึกหนึ่ง ได้รับการต้อนรับด้วย Masala tea ซึ่งเป็นชาพื้นเมืองของที่นี่ รสชาดโคตรอร่อย หอม นมๆ กลมกล่อม...เจ้านาย Kisan สอบถามโปรแกรมของเราว่าเราจะไปไหนบ้าง และแนะนำโรงแรมต่างๆ ในเมืองโพครา และนากาก๊อต เพื่อให้เราจองห้องพักล่วงหน้ากับเค้า เช่นเดียวกับตั๋วเครื่องบินไปกลับเมืองโพครา-กาฐมาณฑุ และรถบัส

หลังจากฟังเจ้านาย Kisan สาธยายข้อดีของการจองทุกอย่างกับเค้าแบบงงๆ เบลอๆ เราก็มาชั่งใจดูว่าในเวลาเที่ยวที่จำกัด หากต้องการจะประหยัดแต่ต้องแลกกับการเสียเวลาหารถ หาที่พัเองก ก็ดูจะไม่เข้าที เลยตัดสินใจจองที่พัก รถบัส และตั๋วเครื่องบิน ผ่านบริษัท Kisan รวมเป็นเงินประมาณ 200 USD – เสียเงินแล้วเอ๋อๆ ตัวเบาหวิวๆ ...เดินออกมาอย่างงงๆ พลางคิดว่า "กรูเอาจนได้! โดนเลยยยยยย"

คืนแรกในกาฐมาณฑุ ตั้งว่าจะกินอาหารพื้นเมือง Kisan เลยแนะนำให้ทานร้านอาหารอินเดียแห่งหนึ่ง ซึ่งมีทั้งอาหารอินเดียและเนปาล ที่จัดว่าอร่อยแห่งหนึ่ง พร้อมกำชับว่ารีบกินรีบกลับโรงแรมนะเธอ...

​”You shouldn't hang around over 10pm, you know, because it's dangerous.”

​”Even I know that you can protect yourself” พร้อมทำท่าชกมวยไทยประกอบ – อะไรกัน!!! นี่ชั้นดูเป็นผู้หญิงถึกและบึกบึนของคนทั้งโลกไปแล้วเหรอ??? แค่เมืองไทยก็พอแล้วนะ!!! (ร้องไห้ ปาดน้ำำตา)

อาหารเย็นมื้อแรกคือ Chicken Masala (แกงกะหรี่ไก่อบเครื่องเทศ) และ Nan (แป้งแบนๆ คล้ายโรตี) นั่งกินบนดาดฟ้า มองลงมาเห็น Thamel ยามค่ำำคืน...โอ้ สวรรค์ นี่ล่ะสิ่งที่ต้องการ นี่ล่ะที่ทำให้ร่างกายหายเหนื่อย – พร่ำำเพ้อกับบรรยากาศก่อนฝนจะเริ่มทยอยลงบนโต๊ะ แง้ๆ ต้องย้ายลงมากินข้างล่าง หมดมู้ด!!


ออเดิร์ฟที่บริกรใจดีบอกว่า "Welcome to Nepal"


นี่ไง Chicken Masala กับแป้ง Nan --> พูดแล้วหิวเลย!!!


ไม่กลัวฝน เพราะเรามีแสงเทียนเคียงข้าง 5555

คืนแรกแห่งการผจญภัยผ่านไป รุ่งขึ้นเตรียมตัวเดินทางไปเมืองโพครา...รถบัสออก 8.00 น. ตอนเช้าจะมีคนมารับที่โรงแรม ...นมัสเต ราตรีสวัสดิ์


(ปล. อัพรูปจาก Macbook Pro ไม่เป็นค่ะ ใครก็ได้สอนหน่อย T_T)




Edited by kwang-boo - 12 Nov 2011 at 20:48

Post Options Edit Diary   Quote kwang-boo Quote wrote: 12 Nov 2011 at 16:30



vanderwaal View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Mar 2011
Location: BKK
Posts: 115
Post Options Edit Comment   Quote vanderwaal Quote Direct Link To This Post Posted: 12 Nov 2011 at 19:10 - IP: 223.204.73.XXX
ติดตามคะ ติดตาม เขียนได้น่าอ่านมาก ชอบลักษณะการเขียน ขำและชวนติดตาม
 
ใช้ภาษาได้น่ารักมากคะ รีบกลับมาอัพเดตไดอารี่นะคะ
 
ปล. จอยเองก็เป็นคนชอบเที่ยว ลุยๆแบบนี้ แต่นับถือเจ้าของไดอารี่เลย
เด็ดเดี่ยวมากคะ
LiTTle giRl In lITTle wORld
Back to Top
kwang-boo View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 12 Nov 2011
Location: Bangkok
Posts: 15
Post Options Edit Comment   Quote kwang-boo Quote Direct Link To This Post Posted: 12 Nov 2011 at 19:12 - IP: 61.90.109.XXX
ขอบคุณมากค่ะคุณจอย..เพิ่งเเขียนครั้งแรก Smile
จะรีบอัพนะคะ เผื่อคุณจอยจะไปเที่ยวทั้นั่นบ้าง
Back to Top
meowadee View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 Sep 2011
Location: Thailand
Posts: 237
Post Options Edit Comment   Quote meowadee Quote Direct Link To This Post Posted: 13 Nov 2011 at 00:43 - IP: 171.4.220.XXX
ขอบคุณรูปภาพสวยๆนะคะ เหมือนรายการท่องเที่ยวเลยค่ะ ชอบจริงๆค่ะ คุณกวางท่าทางดูสดใสจังนะคะ เก่งจริงๆ ไปเที่ยวคนเดียว สุดยอดต่างแดน
วันนี้เหนื่อยกันหรือเปล่าคะ...ยิ้มๆๆๆ ไว้ค่ะ... ◕‿◕   ◕‿◕_☼♥/)_♥☼♥¯\)☼♥¯♥☼♥☼♥'
Back to Top
suniphit.k View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 09 Sep 2011
Location: ปทุมธานี
Posts: 146
Post Options Edit Comment   Quote suniphit.k Quote Direct Link To This Post Posted: 14 Nov 2011 at 11:40 - IP: 115.31.153.XXX

ขอตามไปเที่ยวด้วยคนนะคะ วิวสวย คุณกวางก็สวยค่ะ เก่งด้วย

Back to Top
vanin View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 27 Feb 2010
Posts: 5383
Post Options Edit Comment   Quote vanin Quote Direct Link To This Post Posted: 16 Nov 2011 at 20:25 - IP: 122.1.18.XXX
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
 
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ในที่สุดน้องเราก็มาเขียนไดอารี่แล้ว ดีใจมว๊ากกกก ยินดีต้อนรับสู่ไดเลิฟนะจ๊ะคนสวย
 
เขียนเก่งอ่ะ น่าอ่าน น่าติดตาม จะรีบตามอ่านตอนต่อไปในทันทีที่ทำได้ สู้ต่อไปนะไอ้มดแดง!!!
 
ปล. ห้ามเลิกเขียนเด็ดขาด ฮ่าๆๆ
แม่กับปัณณ์ รักกัน รักกัน พ่อกับปัณณ์ รักกัน รักกัน พ่อกับแม่ รักปัณณ์ รักปัณณ์
Back to Top
kwang-boo View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 12 Nov 2011
Location: Bangkok
Posts: 15
Post Options Edit Comment   Quote kwang-boo Quote Direct Link To This Post Posted: 16 Nov 2011 at 21:35 - IP: 58.9.6.XXX
ขอบคุณค่ะพี่อ้อ...
เพราะพี่อ้อเลยนะเนี่ย กวางเลยเริ่มเขียน (ซักที)
จะรีบอัพนะคะ เย้ๆ
Back to Top
Nongda View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Feb 2010
Posts: 6058
Post Options Edit Comment   Quote Nongda Quote Direct Link To This Post Posted: 18 Nov 2011 at 22:06 - IP: 58.11.143.XXX
Nongda อยากบอกว่าตามคุณกวางเที่ยวอีกตอนนะคะ ภาพเยอะสวยจัง ชอบๆค่ะ
I love Papa Mama and
my family very much.
Back to Top
GrandmaNid View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 31 Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 2372
Post Options Edit Comment   Quote GrandmaNid Quote Direct Link To This Post Posted: 20 Nov 2011 at 16:03 - IP: 182.52.84.XXX
บรรยายมันดีค่า..รูปกะคำบรรยายไปกันได้ดีมาก..เก่งจริงๆเลยที่ตัดสินใจไปคนเดียว แต่ ไกด์ก็ดูหน้าตาซื่อสัตย์ดีนะคะ
ย่านิด
Back to Top
rungnapa View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Jan 2011
Location: thai
Posts: 2539
Post Options Edit Comment   Quote rungnapa Quote Direct Link To This Post Posted: 08 Dec 2011 at 14:47 - IP: 123.242.133.XXX
อ่านแล้ว เพลินดีจังเลยค่ะ เขียนเก่งนะคะ อ่านง่าย สบาย ๆ สนุก น่าติดตาม มาอีกนะคะ

พี่ตุ๊กค่ะ
Back to Top
DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : kwang-boo
บักตะปูร์...ชื่อนี้มีมนต์ขลัง [7/1022]
นากาก็อต...เธอจัดหนัก! [4/1011]
โพครา...ฉันจะคิดถึงเธอ [13/604]
วันแรกที่โพครา [7/873]
บันทึกการเดินทาง...จากสยามสู่หิมาลัย [9/969]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ kwang-boo ]
[ All kwang-boo diary ]

October 2017
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.277 seconds.