**ฉลองวันแรงงาน ด้วยการเตรียมตัวตกงาน...T_T**

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
 
สวัสดีทุกๆคน วันนี้มาอัพได้ ก็ตามหัวข้อไดอารี่นั่นแล่ะ

แต่ไม่ต้องตกใจกันไป ที่ต้องตกงานนี่ก็ด้วยเหตุจำเป็นจริงๆ

หากจะให้เล่าว่าทำไม เรื่องมันก็ยาวมากกก เลยต้องเก็บมาเล่าที่นี่

ขอเล่าแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไปละกันนะ เพราะตอนนี้ยังอยู่ในอาการเซ็ง

ไม่ค่อยมีอารมณ์อยากจะเขียนอะไรซักเท่าไหร่ เอาคร่าวๆให้เข้าใจกันก็พอนิ

 

อย่างที่รู้กัน อุ้มกับเซดริกทำกิจการเปิดร้านขายอาหารที่ฝรั่งเศสมาสี่ปีแล้ว

หลายๆคนคิดว่าทำร้านอาหาร แบบมีโต๊ะมีอะไร ความจริงแล้วเป็นร้านขายอาหาร

อธิบายง่ายๆก็อาหารแบบข้าวแกงบ้านเราน่ะ อาหารถุง ลูกค้าซื้อกลับไปกินกันที่บ้าน

มีอาหารขายเกือบทุกชนิดตั้งแต่จานแรก จานหลัก จนถึงขนม เครื่องดื่ม

แล้วนอกจากนี้ก็ยังมีขายผลิตภัณฑ์หมู พวกเนื้อหมู แฮม ไส้กรอก ฯลฯ

รับทำอาหารกล่องแบบเบนโต๊ะฝรั่ง ส่งตามบริษัท รับทำจัดเลี้ยงบริษัท

จัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์สำหรับงานปาร์ตี้ต่างๆ ตามบ้าน ตามห้องจัดเลี้ยง ฯลฯ

 

เรารับกิจการนี้มาแบบ take over คือร้านนี้มีมานานก่อตั้งกันมาเกินสามสิบปีแล้ว

เจ้าของเดิมเป็นเจ้านายเก่าของน้องชายสามี ทำจนจะเกษียร เค้าถึงขายต่อให้เรา

ราคาตอนที่ซื้อต่อกิจการ (กิจการอย่างเดียวนะ ไม่ได้ซื้อตึก ตึกยังต้องเช่าเค้าอยู่)

คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆสิบสองล้านบาท (พูดจริงนะไม่ได้พูดเล่น) โดยการกู้ธนาคาร

กว่าจะกู้ผ่านได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร เพราะหาแบงค์ปล่อยกู้ให้เรายากมากๆ

แต่เพราะเซดริกตั้งใจอยากจะมีร้านเป็นของตัวเอง ก็เสาะหาธนาคารที่ยอมให้กู้จนได้

 

สรุปว่าเมื่อสี่ปีก่อนโน้น เราซื้อร้านนี้ด้วยเงินสิบสองล้านบาท ต้องผ่อนกับธนาคาร

เป็นระยะเวลาเจ็ดปี รวมดอกเบี้ยของธนาคารที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ราคานี้ถือว่าแพงมาก

แต่ตอนนั้นคิดว่าเรากล้าที่จะเสี่ยง หลายๆฝ่ายที่เราปรึกษาทั้ง บัญชี ทนาย ครอบครัว

ทุกๆคนเห็นด้วยกับการลงทุนของเรา มองว่าเป็นความคิดที่ดี กิจการมีแนวโน้มรุ่งเรือง

 

ตอนที่ซื้อต่อมานั้น คือเซ้งกิจการ รวมพนักงานเดิมที่ทำร้านมาก่อนหน้านี้ด้วย

เนื่องจากเราไม่มีเงินมาลงทุนมากมายอะไร สายป่านเราไม่ยาว ความจริงไม่มีเลย

เงินค้ำประกันกับแบงค์ตอนกู้ ส่วนนึงเป็นเงินเก็บจากการทำงานของเราสองคน

ซึ่งก็ไม่มากมายอะไร พ่อแม่สามีกับเจ้าของร้านเดิมยอมปล่อยกู้ให้เราส่วนหนึ่ง

เพื่อเอาไปค้ำประกันกับธนาคาร เค้าถึงยอมปล่อยเครดิตให้เรา เงินเริ่มต้นในแคชเชียร์

มีอยู่แค่สองร้อยยูโร (ถือว่าน้อยมากสำหรับการเริ่มต้น เหมือนเริ่มจากศูนย์จริงๆ)

 

เมื่อเริ่มรับต่อกิจการ ร้านเราจัดตั้งการทำธุรกิจในรูปแบบบริษัท

ตรงนี้ต้องอธิบายให้เข้าใจคร่าวๆก่อน ว่าการทำร้าน ทำธุรกิจในต่างประเทศ

ไม่เหมือนที่เมืองไทย ไม่ใช่ว่าอยู่ว่างๆเบื่อแล้วเอากับข้าวไปขายหน้าบ้านได้

ที่นี่จะทำกิจการขายอาหารในร้านหรือตามตลาด ต้องมีการจัดตั้งบริษัทลงทะเบียน

 

ร้านเราเป็นบริษัทที่มีเจ้าของสองคน (สามีอุ้มเละน้องชายสามี)

มีพนักงานอีกสี่คน อุ้มก็เป็นหนึ่งในพนักงานที่มีตำแหน่งเป็นเมียเจ้าของร้าน

แต่ไม่ใช่เจ้าของร้าน เพื่อให้อุ้มได้รับสิทธิ์และการคุ้มครองในฐานะลูกจ้าง

และป้องกันไม่ให้เดือดร้อนรับภาระหนี้ของบริษัท ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

 

กิจการร้านของเราต้องใช้เงินมาก นอกจากเงินผ่อนร้านที่ต้องให้ธนาคาร

เงินเดือนที่ต้องจ่ายให้ทุกๆคน (ทั้งหมด หกคน) ยังมีค่าภาษีเจ้าของกิจการ

ภาษีลูกจ้าง ซึ่งคำนวณแล้ว ภาษีแพงเท่ากับเงินเดือน หมายความว่าร้านเรา

รับภาระต้องจ่ายเงินเดือนสองเท่า คือมีคนทำงานแค่หกคน แต่ต้องจ่ายสิบสองคน

นี่ยังไม่นับเงินค่ากับข้าว ค่าเช่าร้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถติดตู้เย็นของบริษัท

ค่าน้ำมันรถ ค่าผ่อนครัว(ที่กู้เค้ามาซ่อมครัว) ค่าภาษีกิจการรายปี ค่าภาษีป้ายร้าน ฯลฯ

 

ยังไม่นับเรื่องที่ไม่คาดคิดที่ทำให้ต้องเสียเงิน ตอนเครื่องทำน้ำร้อนที่ร้านเสีย

ห้องทำความเย็น ตู้เย็นเสีย แคชเชียร์ เครื่องชั่งน้ำหนักเสีย แฟกซ์โทรศัพท์ เครื่องซักผ้า

เครื่องตัดแฮม เครื่องปรับอากาศ เครื่องเคลือบกล่องอาหาร เครื่องบดเนื้อหมู ฯลฯ

บางอย่างต้องซื้อใหม่ บางอย่างเสียค่าซ่อม บางอย่างต้องพยายามซ่อมกันเอง

 

แล้วยังมีค่าปรับ ตอนที่มีคนมาตรวจความสะอาดร้าน ก็โดนค่าปรับหนัก

เพราะเซดริกกับน้องก่อเรื่องไล่เค้าออกจากร้าน ค่าปรับเวลาจอดรถผิดที่

ค่าปรับตอนจ่ายภาษีช้า ค่าปรับตอนบัญชีธนาคารโดนบล็อค ตอนเช็คเด้ง ฯลฯ

 

เราเคยคิดแก้ไขปัญหา ตั้งใจจะเอาพนักงานออกไปบ้าง เพราะค่าใช้จ่ายหลัก

ของร้านเราก็คือเงินเดือนพนักงานและค่าภาษีจ้างงานที่ต้องเสียทุกๆเดือน

แต่เราไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยเงินเดือนให้เค้า แต่ละคนทำงานกันเกินสามสิบปี

จะเอาเงินที่ไหนไปจ้างให้เค้าออก เงินเดือนย้อนหลังสิบเดือน ค่าอาวุโส ค่าป่วยการ ฯลฯ

แรกๆก็ไม่มีอุปสรรคอะไรมากนัก ปีแรกที่เริ่มต้น กิจการหมุนเวียน มีเงินเข้าออกเสมอ

แม้ปีแรกจะปิดบัญชีด้วยการไม่มีกำไร แต่เราก็ดีใจที่สามารถบริหารร้านได้โดยไม่มีหนี้สิน

 

ปีที่สอง ปัญหาก็เริ่มเกิด มีการก่อสร้างตึกบนที่จอดรถประจำของลูกค้าหลายๆคน

ร้านเราอยู่กลางใจเมืองบนถนนคนเดิน ที่เป็นเขตปลอดรถ แล้วรถจะไปจอดที่ไหน

ถ้าที่จอดรถสาธารณะใหญ่ของเมืองโดนตึกมาสร้างทับแบบนั้น ที่ร้ายหนักว่าเดิม

มีการยกเลิกการเดินรถเมล์ ไม่ให้รถเมล์ผ่านเข้ามากลางใจเมือง ทุกคนต้องเดินเท้า

หรือไม่ก็ต้องขี่จักรยานหรือนั่งรถบริการฟรีของเมือง (ซึ่งมีวิ่งน้อยมาก) มาแทน

 

ลูกค้าของเราหดหาย รายได้ของร้านก็ลดลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราจมหนี้ทันที

แม้ว่าผู้ว่าการของเมืองคนนั้นจะโดนเด้งจากตำแหน่งไปแล้ว (สมน้ำหน้าทำชาวบ้านเดือดร้อน)

แต่การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก็ไม่ทันภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ตกต่ำ และส่งผลกระทบไปทั่ว

ทำให้ธุรกิจของเราที่แย่อยู่แล้ว จมดิ่งลงเหว จมลงไปในกองหนี้  ลึกลงไปกว่าเดิมเรื่อยๆ

 

ปีที่สามเราจำเป็นต้องเจรจาประณอมหนี้  และได้รับการค้ำประกันอนุมัติให้กู้เพิ่ม

เพื่อลดภาระหนี้ และช่วยให้หมุนกิจการได้ ตอนนี้เราต้องผ่อนร้านยาวกว่าเดิมอีกสามปี

อุ้มยังจำความรู้สึกตอนที่ไปเจรจาต่อรองประนอมหนี้กับธนาคารข้างๆคุณสามีได้ดี

สามีทั้งขอร้องทั้งอ้อนวอนให้เค้าเข้าใจสถานะการณ์และยอมช่วยเหลือพยุงร้านเราต่อ

เซดริกเป็นคนไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมถอดใจอะไรง่ายๆ เค้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพร้อมจะสู้

เซดริกไม่อยากคว้าน้ำเหลว และไม่เคยละทิ้งปัญหาโดยไม่ต่อสู้เผชิญกับมันให้ถึงที่สุด

ตอนนั้นอุ้มช่วยอะไรสามีไม่ได้เลยนอกจากให้กำลังใจเค้า รู้สึกเหมือนตัวเองไร้ประโยชน์

ที่เห็นสามีตัวเองแทบจะกราบวิงวอนขอร้องให้เค้าช่วย น้ำตาอุ้มไหลอาบแก้มแบบไม่รู้ตัว

 

สองปีมาแล้วทั้งเซดริกและอุ้ม เลิกรับเงินเดือน เพราะร้านขาดเงินขั้นรุนแรง

เงินเก็บส่วนตัวของเราร่อยหรอ เพราะเอาไปโป๊ะหนี้ร้านจนหมดแทบสิ้นเนื้อประดาตัว

ตอนแรกที่เคยคิดว่าทำงานร้านมีกิจการเป็นของตัวเองนั้นดี เราจะได้ทำเพื่อตัวเอง

ที่ไหนได้ ที่ทำมาแทบตายกลับต้องเอาไปให้คนอื่นเค้าหมด ไม่มีอะไรเหลือให้ตัวเองซักนิด

 

ถามว่าเราอยู่กันยังไง อยู่กันได้มั้ย แบบไม่มีเงินเดือน มันก็อยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน

เรายังมีอพาร์ทเมนท์ให้อยู่ (ค่าเช่ารวมกับร้านแล้ว) มีอาหารเหลือของร้านให้กิน

หลายๆคนมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเราเดือดร้อน ชีวิตเราดูปกติดี แต่มันก็แค่เปลือกนอก

บางครั้งเราลำบากเราทุกข์ใจแต่ไม่อยากให้คนอื่นต้องพลอยรู้สึกเดือดร้อนไปกับเราด้วย

 

เราไม่มีเงินเดือน หมายความว่าเราไม่มีเงินเก็บ ชีวิตอยู่กับความเครียดที่ต้องแบกภาระหนี้

โชคดีที่อุ้มมีครอบครัวที่พอจะช่วยเหลือจุนเจือได้ สองปีหลังๆที่กลับไทย พ่อออกค่าตั๋วให้

และทั้งพ่อทั้งญาติที่ไทยก็ยังให้เงินค่าขวัญถุงกับอุ้มอยู่เสมอ ครอบครัวไม่เคยทอดทิ้งเรา

ฝ่ายพ่อแม่สามี ก็ยินดีให้กำลังใจ ช่วยเหลือทุกอย่าง พาเราไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาคลายเครียด

พยายามจัดปาร์ตี้ เปิดบ้านให้เราได้อาศัยพักผ่อน สร้างบรรยากาศทำให้เรามีความสุข

 

เริ่มต้นปีนี้ แม้ว่าเซดริกพยายามรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายร้านแบบมากถึงมากที่สุด

ลดเงินเดือนน้องชาย ซ่อมแซมร้านเพื่อเรียกลูกค้าสร้างยอดขาย แต่หนี้ก็ไม่ได้ลดลง

ร้านเรายังติดจ่ายภาษีย้อนหลังอยู่เยอะมากกก บางตัวเราไม่ได้จ่ายเค้ามาเป็นปีๆ

เราไม่ได้หลีกเลี่ยง แต่เราไม่มีจะให้ เคยพยายามเจรจาขอให้ลดหย่อนผ่อนส่งทีละนิด

ได้รับหมายศาลบังคับให้ไปรายงานตัวทุกเดือน ไม่เช่นนั้นจะโดนยึดสมบัติพัสถานที่เรามี

(โชคดีที่เราไม่มีอะไรมากมายให้เค้ายึด บ้านก็ไม่มี มีแต่รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมดด้วยซ้ำไป)

 

ล่าสุดปลายเดือนที่แล้ว โดนเรียกตัวให้ไปพบกับผู้พิพากษาศาลแพร่งเป็นการส่วนตัว

เพื่อเจรจาแก้ไขปัญหา เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าบริษัทเราอยู่ในภาวะลำบากมีปัญหาการเงิน

งานนี้เซดริกขอไปเจรจากับศาลเพียงคนเดียว (ไม่เอาน้องไม่เอาเมียไปเป็นภาระว่างั้น)

 

ผลออกมาค่อนข้างเลวร้าย ศาลเสนอตัวให้รัฐมีส่วนเข้ามาช่วยเหลือปรับปรุงบริษัท

เพราะเราติดหนี้ค่าภาษีกับเค้าอยู่เยอะ ในขั้นแรกจะยอมตัดภาระการจ่ายภาษีออกไปก่อน

โดยให้กิจการของเราดำเนินการต่อ แต่ต้องทำการตัดเวลาทำงานของพนักงานเก่าๆลง

เนื่องจากรู้ว่าเราไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานเก่าได้ จึงจำเป็นต้องจ้างเค้าต่อ

โดยให้เวลางานน้อยลงแค่ครึ่งเดียว เราจ่ายเงินเดือนครึ่งเดียว ส่วนรัฐจะจ่ายที่เหลือให้

ส่วนพนักงานใหม่อย่างอุ้มต้องโดนจ้างออก (เพราะอุ้มเข้ามาทำงานเป็นคนสุดท้ายนั่นเอง)

โดยอุ้มจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐเป็นเบี้ยเลี้ยงขั้นต่ำของคนตกงานตามกฏหมายที่นี่

 

งดจ่ายภาษีชั่วคราวแต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ต้องเสียทุกๆเดือน ก็ต้องดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

ถ้าหลังจากนี้ไม่มีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ร้านเราก็ต้องเลิกกิจการไปโดยปริยาย

ถ้าเป็นในแง่ลบจริงๆ เราอาจต้องติดหนี้ไปตลอดชีวิต แต่ถ้าถึงตอนนั้นจริงๆ

ศาลตัดสินยอมช่วยเหลือ เราอาจจะได้รับการผ่อนปรน ไม่ต้องติดหนี้หนัก

หรือจะให้ดี ถ้าเราขายต่อร้านได้ เซ้งกิจการต่อให้คนอื่นได้ทัน เราก็อาจจะรอด

 

ตอนนี้เรายังคิดไปไกลมากไม่ได้ ต้องทำตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดให้ทำไปก่อน

เพื่อพยุงบริษัทให้อยู่ได้นานพอที่จะมีคนมาเซ้งกิจการต่อ (ถ้าจะมีคนอยากซื้ออ่ะนะ)

ถ้าไม่รอดก็ต้องไปสู้กับศาลอีกนัด แต่ถ้าเราพยุงร้านให้ทรงตัวได้ ร้านเราก็อาจอยู่ต่อไปอีก

 

แต่ที่แน่นอนตอนนี้คือ อุ้มจำต้องเป็นคนตกงานอย่างเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง

ถามว่ารู้สึกยังไงตอนนี้ ตอบได้คำเดียวว่า เซ็งจิต ไม่ใช่ว่าดีใจที่ไม่ต้องทำงาน

(ตลกมาก ตอนอุ้มทำงานไม่ได้เงินเดือน แต่พอตกงานรัฐกลับจะให้เงินซะงั้น)

บอกตามตรง คนทำงานหาเลี้ยงตัวเอง กับคนไม่ทำงานแล้วให้คนอื่นหามาเลี้ยง

มันมีความรู้สึกแตกต่างกัน คนที่เคยทำงานอย่างอุ้ม เคยภูมิใจที่หาเลี้ยงตัวเองได้

จู่ๆต้องกลายเป็นคนตกงาน กินเงินรัฐบาลไปวันๆ สบายก็จริง แต่รู้สึกไร้ค่ายังไงชอบกล

 

สามี(ที่เพิ่งจะไล่เมียตัวเองออกจากงาน ชิ) ก็พยายามปลอบใจเสมอ ว่าไม่เป็นไรๆ

อยู่บ้านดูแลบ้าน ทำกับข้าวให้เค้ากิน ทำให้เค้ามีความสุขเหมือนแต่ก่อน ไม่ดีกว่าหรือ

(เซดริกบอกอยู่เสมอว่าสมัยอุ้มไม่ทำงาน เค้ามีความสุขมากกว่าตอนนี้หลายเท่าตัว)

แต่ก่อนตอนเราเริ่มต้นชีวิตคู่เราไม่มีอะไรเลย ตอนนี้เรามีทุกอย่างที่ควรจะมี  ร้าน

อพาร์ทเมนท์ รถยนต์ ทีวี มือถือ โน้ตบุ้ค ฯลฯ  แต่เรากลับไม่มีความสุขเท่าสมัยก่อน

 

ตอนนี้อุ้มก็พยายามหาทางออกให้ตัวเองอยู่ เตรียมตัวตกงานแต่ไม่อยากให้นาน

อาจจะเอาเวลาเปิดโอกาสให้ตัวเองทำอย่างอื่นเพิ่มเติม ดูแลบ้านกับสามีให้มากขึ้น

มีเวลาให้กันมากกว่าเดิม (ขนาดทำงานด้วยกันยังรู้สึกว่าต่างคนต่างอยู่เลย ขอบอก)

หาเวลาไปสอบทำใบขับขี่ (คิดว่าจะได้รับการลดหย่อนชั่วโมงเรียนลงบ้าง)

ถ้ามีโอกาสงานดีๆเข้ามา ก็อาจจะได้ทำงานที่อื่น (มีแววได้กลับไปทำงานโรงแรมอีกรอบ)

ก็พยายามมองโลกในแง่ดีแง่บวกเข้าไว้ คอยบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เข้มแข็งแล้วก็สู้กันต่อ

 

หวังว่าคงเล่าให้ฟังอย่างละเอียด และหวังว่าคงจะเข้าใจกันทุกๆคนแล้วนะจ้ะ

อ่านแล้วจะแปลกใจหรือไม่แปลกใจ ตอนนี้ก็คงรู้กันหมดแล้วล่ะว่าทำไม ฮ่าๆๆ

ขอบคุณทุกๆคนอีกครั้งสำหรับกำลังใจที่มีให้อุ้มเสมอ ไม่ว่าจะยามทุกข์ยามสุข

ขอบคุณที่รับฟัง คอยอยู่เคียงข้างกัน (แม้บางคนอุ้มไม่เคยได้พบได้เจอกันด้วยซ้ำ)

 

ตอนนี้ขอตัวไปกำจัดความเซ็งจิตก่อน แล้วจะกลับมาอัพเดททริปเที่ยวต่อละกันนะ

จนกว่าจะพบกันใหม่ค่า

 

  



Edited by deeda - 05 Apr 2553 at 18:09

Post Options Edit Diary   Quote deeda Quote wrote: 03 May 2010 at 23:11



wanakamol View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Feb 2010
Posts: 554
Post Options Edit Comment   Quote wanakamol Quote Direct Link To This Post Posted: 03 May 2010 at 23:50 - IP: 124.120.169.XXX
อุ้มเอ้ยย

อ่านแล้วพี่เหนื่อยแทนเลยน้องง

ไม่รุ้จะช่วยยังไง เอาเป็นว่า กำลังใจมีให้เสมอนะจ้ะ ถ้ามีอะไรที่พี่ช่วยได้ บอกนะน้องพี่ยินดีจ้าา
Back to Top
aeandpop View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Feb 2010
Posts: 580
Post Options Edit Comment   Quote aeandpop Quote Direct Link To This Post Posted: 04 May 2010 at 00:15 - IP: 118.174.93.XXX

คุณอุ้ม ...
เอ๋ขอบอกแบบเดิม ที่เราเคยคุยกัน ว่าอยากให้กลับมาเมืองไทย
งานเชฟโรงแรมเมืองไทย ยิ่งเป็นฝรั่งแล้ว สามารถไปได้รุ่งมาก
แต่ก็เข้าใจนะ ... ว่าคนที่เป็นเชฟ ใฝ่ฝันอยากมีร้านของตัวเองทั้งนั้นแหละ

ยังไงแล้ว ก็ขอให้เจอทางออกดีๆ ... สู้ๆกันต่อไป ...

ปล. ตอนนี้ เอ๋ก็ตกงานเหมือนกันแหละน่า ...
อยากหารายได้เสริม ... หามาเกือบ 2 เดือนแล้ว ยังคิดไม่ออกเลยเนี่ย Confused



Old DiaryLove (Jun.2004 - Feb.2010) :http://my.diarylove.com/aeandpop
Blog : http://aeandpop.bloggang.com
Back to Top
k_andreev View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 10 Mar 2010
Location: USA
Posts: 67
Post Options Edit Comment   Quote k_andreev Quote Direct Link To This Post Posted: 04 May 2010 at 02:16 - IP: 76.93.65.XXX
     มาเป็นกำลังใจให้จ๊ะ พักสักหน่อย แล้วค่อยคิดว่าจะทำอะไรต่อไป มันเป็นธรรมดาของธุรกิจจ๊ะ ยิ่งเป็นช่วงแรกๆ ยิ่งต้องเจอปัญหาเยอะ เข้มแข็งใว้และคอยเป็นกำลังใจให้สามีจ๊ะ 
Back to Top
Nongda View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Feb 2010
Posts: 6058
Post Options Edit Comment   Quote Nongda Quote Direct Link To This Post Posted: 04 May 2010 at 08:24 - IP: 183.89.62.XXX
 
คุณอุ้มคะ ขอบอกว่าถ้าเป็นใครที่เจอปัญหาหนักแบบคุณอุ้มแบบนี้ ต้องขอบอกว่าเหนื่อยใจมากมากค่ะ ถ้าเจอแบบนี้ แต่คุณอุ้มเก่งมากนะคะThumbs Upที่สู้มาได้จนถึงวันนี้Clapเพราะการประคองตัวเองในต่างแดน Nongda ว่ายากมากเลยค่ะ ถ้าเราไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในชีวิตที่มากพอ แล้วเราต้องใช้พลังใจที่แข็งแกร่งขนาดนี้ด้วยแล้ว อ่านเรื่องคุณอุ้มจบ Nongdaรู้สึกถึงความอดทนของคุณอุ้มมากมากเลยค่ะ Nongdaขอเป็นกำลังใจให้นะคะคุณอุ้ม สู้ๆนะคะ กำลังใจจากเมืองไทย ขอส่งแรงใจไปช่วยให้คุณอุ้มและครอบครัวสุขภาพกายใจแข็งแรงนะคะ ยังไงถ้าไม่ไหวก็กลับมานะคะ คุณอุ้มWink สู้สู้นะคะTongue
  Nongda! ค่ะ
 
 
 
I love Papa Mama and
my family very much.
Back to Top
Nukowpord View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 26 Feb 2010
Location: thai
Posts: 513
Post Options Edit Comment   Quote Nukowpord Quote Direct Link To This Post Posted: 04 May 2010 at 08:48 - IP: 114.128.77.XXX
มาเป็นกำลังใจให้อ่ะ
ธรรมดาหนะ ชีวิตมีขึ้นมีลง
เด๋วก็ดีเอง ช่วงนี้ถือว่าพักก่อน เด๋วพอมีแรงค่อยว่ากันใหม่นะ
Back to Top
dboy View Drop Down
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 22 Feb 2010
Posts: 97
Post Options Edit Comment   Quote dboy Quote Direct Link To This Post Posted: 04 May 2010 at 09:27 - IP: 58.9.227.XXX

เป็นกำลังใจให้นะครับ  คุณอุ้ม  
เป็นเพียงบททดสอบหนึ่ง ผู้ที่ผ่านไปได้จะพบแสงสว่างและความสำเร็จ
ลองคิดนอกกรอบ อาจจะพลิกวิกฤต เป็นโอกาส ได้ครับ




ยิ่งเล่น ยิ่งค้นพบ
Back to Top
beautykai View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Mar 2010
Posts: 155
Post Options Edit Comment   Quote beautykai Quote Direct Link To This Post Posted: 04 May 2010 at 09:57 - IP: 124.121.236.XXX
เป็นกำลังใจให้ค่ะคคุณอุ้ม

ขอให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดีนะคะ

เอาใจช่วยค่ะ

Back to Top
jittrees View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Feb 2010
Location: nonthaburi
Posts: 2191
Post Options Edit Comment   Quote jittrees Quote Direct Link To This Post Posted: 04 May 2010 at 13:24 - IP: 202.176.88.XXX

เป็นกำลังใจให้นะน้องอุ้ม ได้อ่านแบบนี้แล้วเครียดแทนเลยอ่ะ

 
แต่ทำใจให้สบายดีกว่านะ
Back to Top
aummy View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Feb 2010
Posts: 2054
Post Options Edit Comment   Quote aummy Quote Direct Link To This Post Posted: 04 May 2010 at 14:54 - IP: 202.149.29.XXX
เป็นกำลังใจให้ค่ะ ขอให้ก้าวผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
Back to Top
beautypu View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Feb 2010
Location: Thailand
Posts: 563
Post Options Edit Comment   Quote beautypu Quote Direct Link To This Post Posted: 04 May 2010 at 19:15 - IP: 58.8.123.XXX
ขอส่งกำลังใจให้นะคะคุณอุ้ม
เราเชื่อว่าคุณอุ้มและคุณเซดริกมีฐานกำลังใจที่เข้มแข็งมาก ที่สู้ฝ่าฝันกันจนมีวันนี้ ขอให้ปัญหาในครั้งนี้มีหนทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย ถึงแม้ว่าคุณอุ้มจะถือว่าเป็นคนตกงาน แต่อย่างที่คุณเซดริกบอก...ว่าทำให้เค้ามีความสุขเหมือนแต่ก่อนไงคะ
เราภาวนาขอให้วิกฤตของร้านในครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี...คุณอุ้มเองก็ขอให้มีโอกาสดีๆ ผ่านเข้ามานะคะ
Back to Top
PookandTom View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 05 Mar 2010
Location: USA
Posts: 1855
Post Options Edit Comment   Quote PookandTom Quote Direct Link To This Post Posted: 05 May 2010 at 03:12 - IP: 76.237.89.XXX

เป็นกำลังใจให้คุณอุ้มกับเซดริก ขอให้ผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ถึงไม่ได้ทำงานที่ร้าน คุณอุ้มก็ดูแลบ้้านและดูแลเซดริกไปพลางๆก่อน เดี๋ยวถ้ามีงานดีๆเข้ามาค่อยกลับไปทำงานใหม่ สู้ๆนะคะ



Back to Top
immmm View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Feb 2010
Posts: 224
Post Options Edit Comment   Quote immmm Quote Direct Link To This Post Posted: 05 May 2010 at 04:06 - IP: 68.98.156.XXX

เข้ามาเป็นกำลังใจให้นะคะ คุณอุ้ม  ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ

คุณอุ้มกับคุณเซดริกสู้กันแบบนี้ ทุกอย่างต้องดีขึ้นค่ะ ^^
Back to Top
MyEclair View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 29 Apr 2010
Location: Bangkok
Posts: 708
Post Options Edit Comment   Quote MyEclair Quote Direct Link To This Post Posted: 05 May 2010 at 10:19 - IP: 125.24.128.XXX
คุณอุ้มเรียบเรียงเรื่องได้ดีมากเลยค่ะ อ่านเข้าใจง่ายและพลอยหนักใจไปด้วย แต่จากประสบการณ์ของย่ าเวลาเราได้เรียบเรียงและระบายความทุกข์เป็นตัวอักษรแล้ว ความรู้สึกหนักและท้อใจจะกลับดีขึ้นค่ะ ยิ่งเรากลับไปอ่านซ้ำไปมาเหมือนกับว่าเราอ่านเรื่องของคนอื่น ยิ่งจะเห็นทางแก้ไขปัญหาให้ง่ายขึ้นและมีพลังมากขึ้น....ขอให้ทั้งคุณอุ้มและสามีร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคได้สำเร็จนะคะ ยังหนุ่มสาวกันอยู่ ทั้งสมองและสองมือเข้มแข็งอยู่แล้ว สู้ๆค่ะ ไม่ได้มีเราเพียงครอบครัวเดียวที่ตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ มีเพื่อนร่วมทุกข์อีกเยอะแยะ หลายๆคนหนักกว่าเราอีก จริงไหมคะ
ย่าเอแคลร์
Back to Top
vanin View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 27 Feb 2010
Posts: 5383
Post Options Edit Comment   Quote vanin Quote Direct Link To This Post Posted: 05 May 2010 at 10:53 - IP: 183.89.96.XXX
ปัญหาหนักมากๆ แต่ดูเหมือนคุณอุ้มจะสามารถเผชิญกับมันได้นะคะ เห็นด้วยกับคุณย่านิดว่าจากการอ่านผ่านตัวอักษรที่คุณอุ้มบรรยาย ทำให้รู้สึกว่าคุณอุ้มยังแข็งแรงพร้อมที่ฝ่าฟันต่อไป เพียงแต่อาจจะรู้สึกท้อบ้างเท่านั้น ขอส่งกำลังใจไปให้อย่างเต็มที่ ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสกว่า ถ้าอึดอัดก็มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังนะคะ เผื่อจะมีทางไหนที่เราจะช่วยกันได้บ้าง สู้ๆ จ้ะ
แม่กับปัณณ์ รักกัน รักกัน พ่อกับปัณณ์ รักกัน รักกัน พ่อกับแม่ รักปัณณ์ รักปัณณ์
Back to Top
noannnice View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Feb 2010
Posts: 901
Post Options Edit Comment   Quote noannnice Quote Direct Link To This Post Posted: 07 May 2010 at 10:41 - IP: 127.0.0.XXX

สู้ๆนะครับ อย่างเพิ่งหมดกำลังใจ

คุณเซตดริก กับคุณอุ้มเป็นคนเข้มแข็งมากครับ
ถ้ารัฐช่วย แล้วน่าจะ OK นะครับ อย่าเพิ่งเครียดนะครับ
ช่วยไม่ได้มากนะครับ แต่จะค่อยเป็นกำลังใจให้ครับ
คุณพ่อน้อง nice
Back to Top
Minburi View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 08 Mar 2010
Posts: 37
Post Options Edit Comment   Quote Minburi Quote Direct Link To This Post Posted: 08 Jun 2010 at 20:30 - IP: 124.122.24.XXX

คุณอุ้ม เพิ่งตามเข้ามาอัพเดท

ขอให้เจอทางออกที่ดียิ่งๆๆ ขึ้น เป็นกำลังใจให้เน้อค่ะ
 
 
 
 
 
 
Back to Top
DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : deeda
**สูตรขนมตะโก้แห้วกลิ่นใบเตย** [9/4321]
**Meeting บ้านสะใภ้ฝรั่งเศสประจำปี 2010 ณ ปารีส** [6/1692]
**Samee’s Birthday** [14/4308]
**พักร้อนที่ Perigord ปีที่สาม::Part 3 (End)** [7/296]
**พักร้อนที่ Perigord ปีที่สาม::Part 2** [7/307]
**พักร้อนที่ Perigord ปีที่สาม::Part 1** [10/558]
**The Wedding งานแต่งงานน้องชายสามี :: Part 2(End) [14/797]
**The Wedding งานแต่งงานน้องชายสามี :: Part 1** [8/1103]
*ปาร์ตี้บาร์บีคิวรวมญาติ อำลาชีวิตโสดให้น้องสามี* [3/884]
**Flan de coco คัสตาร์ทกะทิ หวานมันอร่อย** [13/926]
**W/end Terre&Mer::วีคเอนท์จากแผ่นน้ำสู่แผ่นดิน** [11/377]
**7th Wedding Anniversary ครบรอบแต่งงานปีทีเจ็ด** [18/12023]
**Party Sukiyaki&Casino ที่บ้านนัท** [4/330]
**เที่ยวแคว้น Alsace&Germany :: Part V (The End)** [9/256]
**เที่ยวแคว้น Alsace&Germany :: Part IV** [7/420]
**เที่ยวแคว้น Alsace&Germany :: Part III** [6/241]
**เที่ยวแคว้น Alsace&Germany :: Part II** [7/379]
**Drinkin Party...ปาร์ตี้ของคนชอบดื่ม ณ อาเมียง** [6/438]
**My Lovely Week End** [9/555]
**เดินเล่นกินลมชมดอกไม้ ณ Jardin de Plantes** [9/523]
**สอนทำเค้ก Gateau de Neige เค้กหิมะหอมกรุ่น** [10/4889]
**เมย์เดย์และวันเกิดแมวบัดดี้กับพ่อสามีสุดเลิฟ** [5/749]
**Sirin&Remi's Wedding** [10/3674]
**Navy Party ปาร์ตี้กะลาสีสาวชาวสะใภ้ฝรั่งเศส** [5/1356]
**ฉลองวันแรงงาน ด้วยการเตรียมตัวตกงาน...T_T** [18/569]
**เที่ยวแคว้น Alsace&Germany :: Part I** [9/407]
**ปาร์ตี้และเที่ยวงานสงกรานต์ที่วัดไทย ณ ฝรั่งเศส* [9/1112]
**งานสงกรานต์ที่วัดไทย ณ เบลเยี่ยม&W/K Brussels** [14/1204]
**ปาร์ตี้ที่บ้านพี่สุมน** [10/510]
**์New Look New Life::โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม** [9/463]
**เก็บตกจากเบิร์ธเดย์ปาร์ตี้ (วีดีโอ)** [5/225]
**เก็บตกจากเบิร์ธเดย์ปาร์ตี้** [9/251]
**My Incredible Birthday Party** [11/352]
**Creme Brulee de la Saint Valentin** [11/1320]
**ความทรงจำ ไม่มีวันสิ้นสุด กับไดอารี่เลิฟ** [14/1107]
**test new dilove ja** [15/284]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ deeda ]
[ All deeda diary ]

October 2017
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.164 seconds.