เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 5(จบ) The Hermitage

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

เมื่อเพื่อนคนหนึ่งทราบว่าจะไปเที่ยวรัสเซีย เธอย้ำหนักหนาว่า ต้องไปแวะ The Hermitage ซึ่งอยู่กลางเมือง St.Petersburg ให้ได้ มิฉะนั้นจะเหมือนว่าไปไม่ถึงรัสเซีย เพราะที่นั่นเป็นพิพิธภัณฑ์งานศิลปะที่ใหญ่มากๆๆๆ  เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ริมฝั่ง Neva ซึ่งเป็นแม่น้ำหลักของ St.Petersburg

เมื่อพูดถึง St.Petersburg ก็ขอให้ข้อมูลเพิ่มนิดหนึ่งว่า นอกจากจะเป็นเมืองใหญ่ลำดับที่สองของรัสเซีย มีประชากรประมาณ 5 ล้านคนแล้ว ยังเคยเป็นเมืองหลวงของรัสเซียแทนมอสโก ระหว่างปี 1713-1728 และ 1732-1918 (ระหว่างนั้นมีการย้ายเมืองหลวงกลับไปมอสโก 4 ปี) รวมเวลาที่เคยเป็นเมืองหลวงของรัสเซีย ประมาณ 200 ปี

ดังนั้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใด เมืองนี้จึงเป็นเมืองที่ต้องไม่พลาดมาแวะชมคู่กับมอสโกทุกครั้งที่มาเที่ยวรัสเซีย

แผนภาพแสดงอาณาบริเวณของ The State Hermitage Museum ซึ่งเรียกรวมๆกันว่า The Main Museum Complex

ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมแล้วใน 5 อาคาร คือ  The Winter Palace (ซึ่งเป็นอาคารหลัก) Small Hermitage  Large Hermitage  New Hermitage และ Hermitage Theatre

Catherine II หรือ Catherine the Great ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสะสมงานศิลปะโดดเด่นจากนานาชาติ โดยเน้นที่ประเทศในยุโรปเป็นหลัก

พระนางทรงดำรงตำแหน่งจักรพรรดินีที่ครองราชบัลลังก์ของรัสเซียระหว่างปี 1762-1796 รวม 34 ปี เป็นผู้หญิงที่ครองราชย์นานที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในรัสเซีย

ในรัชสมัยของพระนาง รัสเซียกลับมามีชีวิตชีวา เติบใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และ เป็นประเทศทีมีอำนาจมากที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป นับตั้งแต่ Peter the Great ( ซึ่งพระนางทรงชื่นชมมาก) พระนางขึ้นครองราชย์หลัง Peter the Great 36 ปี มีศักดิ์เป็นหลานสะใภ้ของ Peter the Great

พระนางเริ่มสะสมงานศิลปะอย่างจริงจัง ในปี 1764 หรือ 2 ปี หลังจากขึ้นครองราชย์

ปัจจุบัน อาคารหลักของพิพิธภัณฑ์ คือ อาคาร The Winter Palace ซึ่ง Peter the Great ทรงเป็นผู้ริเริ่มในการก่อสร้าง โดย Elizabeth Empress (รูปล่างซ้ายมือ) พระธิดาของพระองค์เป็นผู้ดำเนินการต่อ จนแล้วเสร็จในปี 1762  แต่ในระหว่างนั้นอาคารนี้ยังเป็นพระราชวังของจักรพรรดิ ยังไม่ได้เป็นพิพิธภัณฑ์ดังเช่นปัจจุบัน

Catherine the Great (ภาพขวามือ) ซึ่งเป็นหลานสะใภ้ของ Peter the Great ทรงเป็นผู้ดำเนินการสร้างอาคารต่างๆต่อเติมจากพระราชวังอีกหลายหลัง เพื่อใช้เป็นที่เก็บงานศิลปะจำนวนมากที่พระองค์ทรงเริ่มสะสมมาตั้งแต่ปี 1764  แต่ในช่วงที่พระองค์ครองราชย์ยังไม่มีการเปิดให้สาธารณชนเข้าชม

มีการเปิดให้สาธารณชนเข้าชมของสะสมเหล่านี้บางส่วนเป็นครั้งแรก ในปี 1852  หรือ 56 ปีหลังรัชสมัยของพระองค์ และมีการประกาศให้บริเวณนี้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งหนึ่งภายหลังการปฏิวัติในรัสเซีย ปี 1917

เราเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เมื่อ 25 พค. 2560 โดยไก๊ด์เลือกนำเข้าชมเฉพาะส่วนเด่นๆเพียงไม่กี่ห้อง ตามเวลาที่ค่อนข้างจำกัดของพวกเรา

จากหนังสือที่ซื้อมา และ จากข้อมูลใน Google ช่วยให้ทราบว่าปัจจุบัน มีห้องจัดแสดงศิลปวัตถุกระจายไปตามอาคาร 5 หลัง รวมประมาณ 400 ห้อง

อย่างไรก็ตามของที่นำมาจัดแสดงให้ชมทั้ง จัดวางถาวรและหมุนเวียน มีเพียงประมาณ 1 ใน 3 จากของทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 3 ล้านชิ้น

แต่ละปีมีผู้คนจากทั่วโลกเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกือบสามล้านคน

เราเริ่มชมจากอาคาร The Winter Palace  ซึ่งต้องไต่บันไดนิดหน่อย เพื่อขึ้นไปชมพิพิธภัณฑ์ฯ ไก๊ด์ไทยพูดภาษารัสเซียได้ มีน้ำใจช่วยจูงมือสว.ที่มีปัญหาข้อเข่าให้ขึ้นบันไดได้เร็วขึ้น

The Memorial Hall of Peter the Great เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ผู้ตัดสินพระทัยย้ายเมืองหลวงจาก Moscow มา St. Petersburg ในปี 1703 เพื่อมุ่งมั่นปรับปรุงTsardom of Russiaให้ก้าวหน้าทันประเทศอื่นๆในโลกตะวันตก ให้เป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจของทวีปยุโรป

St.George Hall หรือ  the Large Throne Room เป็นห้องศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมชั้นเยี่ยม เป็นห้องที่เปลี่ยนแปลงการตกแต่งหลายครั้ง โดยเริ่มปรับเปลี่ยนใหญ่ครั้งแรกสมัย Catherine the Great จาก สไตล์ Baroque เป็น สไตล์ Classic ต่อมาในปี1837 ห้องนี้ถูกไฟไหม้  Emperor Nicholas I จึงสั่งการให้สร้างใหม่โดยใช้เสาหินอ่อนสีขาวทั้งหมด (มาจาก Carara อิตาลี) เพื่อให้ได้บรรยากาศของความยิ่งใหญ่และเคร่งขรึม เพดานตกแต่งด้วยการเคลือบสีทอง ส่วนพื้นปาร์เก้นั้นใช้ไม้หลากสีถึง 16 ชนิด และใช้เวลาปรับปรุงนานกว่าห้องอื่นๆกว่าจะแล้วเสร็จในปี 1841

ห้องนี้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การปกครองของรัสเซียในอดีต เป็นห้องที่บรรดาราชวงศ์ชั้นสูงจะได้เข้าร่วมในงานพิธีการต่างๆทั้งในห้องนี้หรือผ่านไปสิ้นสุดพิธีการในมหาวิหารของพระราชวัง

แลลอดผ่านหน้าต่างกระจกใส ไปที่แม่น้ำ Neva ซึ่งอยู่เลียบถนนข้างพิพิธภัณฑ์

ขณะนี้เราเดินออกจาก The Winter Palace มาในอาคารส่วนที่เรียกว่า The Small Hermitage แล้ว และกำลังชมงานศิลปะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดชิ้นหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

นกยูง ไก่ และ นกเค้าแมว(อยู่ในกรงทองเล็กๆข้างๆไก่)  รวมทั้งกระรอกอีกสามตัว(ใต้กรงนกเค้าแมว) นี้ คือ ส่วนประกอบของนาฬิกา ซึ่งผลิตโดยบริษัทของ James Cox  ประเทศอังกฤษ แต่ช่างที่จัดทำเป็นชาวเยอรมัน

ขุนนางชาวรัสเซียได้ดำเนินการสั่งเพื่อให้เป็นของสะสมอีกชิ้นหนึ่งของ Catherine the Great  มีการส่งของมาถึงรัสเซียในปี 1781 โดยแยกชิ้นส่วนเพื่อสะดวกในการขนส่ง  จากนั้น Ivan Kulibin ช่างรัสเซียได้ใช้เวลาในการประกอบและซ่อมแซมความเสียหายจากการขนส่งอีก ประมาณ 13 ปี กว่าจะใช้งานได้ในปี 1794  โดยจัดวางไว้ที่พระราชวัง Taurida  Palace

หลังจาก Catherine the Great สิ้นพระชนม์ในปี 1796 ได้มีการเคลื่อนย้ายให้มาจัดแสดงที่ The Hermitage

นาฬิกาได้ผ่านการซ่อมแซมมาหลายครั้ง และมีดูแลรักษาเป็นระยะๆ  แม้จะมีอายุมากกว่า 200 ปีแล้ว แต่ก็ยังใช้การได้

ทั้งนี้ ทางพิพิธภัณฑ์ ได้จัดทำวิดีโอแสดงการทำงานของนาฬิกาไว้ใน Youtube ด้วย โดยใช้คำว่า  The Hermitage Peacock Clock...สวยงาม และน่าทึ่งมากๆๆ

ภาพขยายนกเค้าแมวที่อยู่ในกรง

ภาพแสดงยูงรำแพนเมื่อนาฬิกาเดินครบชั่วโมง พร้อมกันนั้นนกยูงก็หมุนไปรอบๆได้อีกด้วย

ไก่อยู่ในกรงเดียวกับนกยูง ไก่มีท่อเสียงอยู่ในคอ และส่งเสียงไพเราะเมื่อนาฬิกาเดินครบชั่วโมง

ป้ายข้างๆตู้นาฬิกา อธิบายว่า มีการซ่อมแซมนาฬิกานี้ในปี 1995 เพื่อให้นาฬิกาที่เสียหายเกือบทั้งหมดเดินได้เหมือนเดิม

นอกจากไม่เดินแล้ว ท่อเสียงซึ่งอยู่บริเวณลำคอของไก่ ก็ไม่ส่งเสียงอีกด้วย นาฬิกามาถึงห้องแล็ปในสภาพที่สกปรกมาก ซ้ำลูกตุ้มก็หัก และ ระหว่างการซ่อมแซมก่อนหน้านี้ มีการประกอบชิ้นส่วนไม่ถูกต้อง

การซ่อมแซมครั้งนี้ค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากไม่มีข้อมูลว่านาฬิกาที่จัดทำพิเศษชิ้นนี้ มีการแก้ไขซ่อมแซมมาอย่างไรบ้าง เป็นไปได้ว่า อาจจะเคยมีการแยกแต่ละส่วน ของทั้งนกยูง ไก่  นกเค้าแมว และส่วนต่างๆของนาฬิกา  คณะผู้ซ่อมแซมไม่คุ้นกับกลไกของแต่ละส่วนเลย จึงต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการวิเคราะห์โครงสร้างของนาฬิกานี้

คณะผู้ซ่อมแซม มีการแยกชิ้นส่วนและประกอบใหม่ทั้งหมดหลังจากการซ่อมแซม ทำความสะอาด และ ปรับปรุงส่วนที่เสียหายให้ใช้การได้อย่างเหมาะสม

ปัจจุบัน นาฬิกาเรือนนี้ยังใช้การได้ และมีการควบคุมดูแลเป็นประจำ

ใน The Pavillion Hall ห้องเดียวกับนาฬิกานกยูง จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับแสดงความงดงามพื้นห้อง ลายไม้ปาร์เก้ กับ ลายกระเบื้องโมเสค

รายละเอียดของลายโมเสคซึ่งเกิดจากการเรียงกระเบื้องชิ้นเล็กๆ  ลายนี้เป็นการจัดทำตามของโบราณที่ขุดพบที่เมือง Otricoli ประเทศอิตาลีและปัจจุบันอยู่ที่วาติกัน ลายนี้เป็นฝีมือช่างรัสเซียโดยมี Michelangelo Barberi ช่างชื่อดังชาวอิตาลี เป็นผู้กำกับดูแล

 

ในห้องนี้ยังจัดแสดงโต๊ะไม้ลายโมเสคยุคใหม่ที่งดงามด้วย  โต๊ะนี้ได้จากเมือง Florence จัดทำในปี  1873  ฝีมือของ Enrico Bosi และ Rinaldo Barbetti

พิพิธภัณฑ์ Hermitage ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งสะสมภาพวาดมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สะสมภาพวาดของ Rembrandt (1606-1669) มากที่สุดในโลกอีกด้วย

ดังนั้น  เราจึงมีโอกาสชมภาพวาดของ Rembrandt มากกว่าของศิลปินคนอื่นๆ

ในรูปนี้คือ ภาพวาดตัวเอง ( Self Portrait)  ผลงานของ Rembrandt เอง เขาเป็นหนึ่งในศิลปินคนดังชาวดัชท์ (เนเธอร์แลนด์) ในศตววรรษที่ 17 ผลงานของเขามีหลากหลายแบบ ทั้งภาพวาดบุคคล ภาพทิวทัศน์ ภาพในประวัติศาสตร์  ภาพทางศาสนา ฯลฯ นอกจากนี้ เขายังมีชื่อเสียงในงานภาพพิมพ์อีกด้วย

ไก๊ด์รัสเซียอธิบายภาพนี้นานกว่าภาพอื่นๆ เพราะคือ ภาพชื่อ The Return of the Prodigal Son  ซึ่งเป็นภาพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดภาพหนึ่งของ Rembrandt  วาดในปี 1665 ไม่กี่ปีก่อนเสียชีวิต ทางพิพิธภัณฑ์ได้ภาพนี้มาในปี 1766 หรือ เกือบ 100 ปี หลังจากนั้น

Rembrandt มีชื่อเสียงมาก่อนในฐานะศิลปินที่วาดภาพบุคคลได้ดี ดังนั้นนอกจากจะเป็นภาพดังจากตอนหนึ่งในคัมภีร์ไบเบิลแล้ว ยังเป็นภาพที่เขามีประสบการณ์ในการวาดภาพสูงมากแล้วอีกด้วย

ภาพนี้น่าจะแปลเป็นไทยได้ว่า “ การกลับมาของลูกผู้หลงผิด” 

เรื่องราวเบื้องหลังภาพนี้ เกี่ยวกับการให้อภัย ตามคำสอนทางศาสนาคริสต์ คือ พ่อมีลูกชายสองคน ก่อนหน้าภาพนี้ลูกชายคนเล็กได้ขอแบ่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่งจากพ่อ แล้วก็นำไปใช้แบบล้างผลาญจนหมดสิ้น สุดท้ายต้องอดอยากหิวโหยมากๆ เพราะไม่มีใครรับเข้าทำงาน ไม่มีอาหารจะกิน จึงกลับมาหาพ่อเพื่อขอทำงานอะไรก็ได้ เมื่อพ่อเหีนลูกแทนที่จะโกรธกลับให้อภัย และสงสารลูก สั่งให้คนงานไปฆ่าวัวอ้วนที่สุดมาทำอาหารเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของลูกชายคนเล็ก  ลูกชายคนโตทางขวามือของภาพ ไม่เห็นด้วยและต่อว่าพ่อ ว่าตัวเองและคนงานทำงานเหนื่อยยากในไร่ แต่พ่อไม่เคยมีการเลี้ยงดูอย่างดีเท่านี้มาก่อน ทั้งๆที่ลูกชายคนเล็กประพฤติตัวไม่เหมาะสม พ่อตอบลูกว่า ลูกชายไม่ดีคนนั้นได้ตายไปแล้ว แต่ลูกชายของพ่อคนนี้ได้เกิดใหม่อีกครั้งจึงควรมีการเลี้ยงฉลองรับชีวิตใหม่ของเขา  สำหรับลูกชายคนโตนั้น พ่อบอกว่าถึงอย่างไรก็จะได้รับทรัพย์สมบัติทั้งหมดของพ่อเป็นการตอบแทนการทำงานหนักอยู่แล้ว

นักประวัติศาสตร์ด้านงานศิลป์คนหนึ่ง ให้ความเห็นว่า ภาพนี้แสดงถึงฝีมือที่โดดเด่นยิ่งของ Rembrandt ภาพสามารถสื่อถึงความหมายของการให้อภัยได้อย่างชัดเจน ถือได้ว่าเป็นงานศิลป์ขั้นสูง

ภาพต่อจากนี้ ขอนำตัวอย่างภาพวาดบุคคลของ Rembrandt เฉพาะภาพที่ย่าประทับใจพิเศษ เพราะสื่อถึงตัวตนของเจ้าของภาพแต่ละภาพได้ชัดเจนและงดงาม  มาให้ร่วมกันชื่นชมกัน 4 ภาพนะคะ

ภาพนี้ชื่อ Portrait of an Old Woman

ภาพนี้ชื่อ Young Woman Trying Earrings วาดปี 1657

ภาพนี้ชื่อ Flora วาดปี 1634 ตอนที่ถ่ายรูป ก็เพียงแค่เห็นว่าผู้หญิงคนนี้สวยมาก  แต่พอได้มาอ่านรายละเอียดในหนังสือที่ซื้อมา ก็มีความรู้สึกสะเทือนใจเพิ่มขึ้น เพราะผู้หญิงในภาพ คือ ภรรยาสาวสวยของ Rembrandt เอง เธอชื่อ Saskia  ตอนที่วาดภาพนี้ Rembrandt ยังมีฐานะดี จึงให้ภรรยาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหรา และสวมมาลัยดอกไม้ที่ศรีษะ  แต่หลังจากวาดภาพนี้ได้ไม่นานภรรยาเขาเสียชีวิต รวมทั้งฐานะและชื่อเสียงของ Rembrandt ก็ค่อยๆเสื่อมถอยไปด้วย

ภาพนี้ชื่อ Danae วาดปี 1636 เป็นผลงานยอดเยี่ยมอีกชิ้นหนึ่งของ Rembrandt  วาดหลังจากการตายของภรรยา(ตามภาพก่อนหน้านี้) ภาพนี้อาจจะสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกขัดแย้งกันในใจของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ซึ่งค่อนข้างสลับซับซ้อน และลึกซึ้ง จนยากที่ใครจะเข้าใจได้ถูกต้อง

ปี 1985 ภาพนี้ถูกคนบ้านำน้ำกรดมาสาด และใช้มีดกรีด ต้องใช้เวลาซ่อมภาพประมาณ 12 ปี  ปัจจุบันภาพนี้จึงต้องอยู่ในกรอบกระจกกันกระสุนได้ ( behind armoured glass)

วันนั้นไก๊ด์พาเราเดินชมศิลปะงดงามหลากหลายอย่างอีกมากมายหลายห้อง แต่อยากจะขอจบ เรื่องนี้ด้วยภาพ Bouquets  ซึ่งเป็นภาพอัญมณีช่อดอกไม้งดงามจนต้องร้องว้าวๆๆๆ และเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ชมของจริง ได้แต่เห็นจากหนังสือที่ซื้อมาและสัมผัสได้ถึงความประณีตและความสูงค่าอย่างยิ่งของของชิ้นนี้

อัญมณีที่ประดับช่อดอกไม้ ประกอบด้วย Amethyst, Diamonds, Emeralds, Rubies, Dutch Topazes, Pyropes ,Spinel, Aqua Marines และ Turquoise

ผู้ผลิตเป็นชาวฝรั่งเศส ชื่อ  Louis David Duval ผลิตในปี 1750

ตามข้อมูลใน Wikipedia ระบุว่า Catherine the Great ผู้เริ่มการสะสมงานศิลปะต่างๆจนมีการสร้างอาคารมากมายรองรับงานศิลปะที่พระองค์ทรงสะสม นั้น ทรงสนพระทัยในเครื่องประดับสวยงามไม่น้อยไปกว่างานศิลปะอื่นๆ

ของสะสมในรัชสมัยของพระองค์ นอกจาก ภาพวาดประมาณ 4,000 ภาพ หนังสือ 38,000 เล่ม เหรียญ 16,000เหรียญ   ฯลฯ แล้ว ยังมีเครื่องเพชรพลอยไม่ต่ำกว่า 10,000 ชิ้นอีกด้วย

 

ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ The State Hermitage เขียนไว้ในหนังสือแนะนำพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไว้ด้วยภาษาที่สื่อความหมายได้ถูกต้อง ครบถ้วน และงดงาม สมกับที่เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

สรุปสาระสำคัญได้ว่า  Hermitage มาจากภาษาฝรั่งเศส หมายถึง สถานที่ที่โดดเด่น

แม้ว่า สถานภาพของพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ จะผ่านพ้นไปนานแล้วก็ตาม แต่ผู้เข้าชม  The Hermitage ก็ยังรู้สึกได้ว่า ที่นี่เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ไม่กี่แห่งที่ยังคงไว้ทั้งวัฒนธรรมระดับโลกและประวัติศาสตร์ของรัสเซีย ที่นี่มีบรรยากาศพิเศษที่สามารถปลุกจิตวิญญาณส่วนที่ดีที่สุดของมนุษย์ให้ตื่นขึ้นมาได้

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯจะสัมผัสได้ถึง วัฒนธรรมหลากหลายอย่าง ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ได้ชื่นชมผลงานชิ้นเอกที่อยู่เหนือความแตกต่างระหว่างชาติและวัฒนธรรม จะได้เห็นภาพสะท้อนต่างๆในประวัติศาสตร์ของรัสเซีย

ในภาพรวม ถือได้ว่า ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีลักษณะเฉพาะตัว เพราะได้เรียงร้อยรวมประวัติศาสตร์โลกและประวัติศาสตร์ของรัสเซียเข้าไว้ด้วยกัน วิญญาณของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ทั้งที่มีชื่อเสียงและไม่มีชื่อเสียง ได้เดินผ่านห้องต่างๆร่วมกับ ซาร์  ราชวงศ์ ทหาร นักการเมือง นักปฏิวัติ นักเขียน ซึ่งล้วนได้ฝากความทรงจำที่มีชีวิตชีวาไว้ที่นี่ตลอดกาล

ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทุกคนมีอิสระเต็มที่ในการค้นหาและค้นพบบางสิ่งบางอย่างที่ถูกกับจริตของแต่ละคน

The Hermitage ได้ทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มครอง  และเป็นภัณฑารักษ์ผู้ดูแลรักษาวัฒนธรรมระดับโลกไว้ในผืนแผ่นดินของรัสเซียมากว่า 200 ปีแล้ว

ไม่ว่าจะมาเยือนที่นี่กี่ครั้งก็ตาม  The Hermitage ก็จะมีบางอย่างที่สามารถสื่อสารถึงผู้ชมแต่ละท่านได้เสมอ

 

อย่าลืมนะคะ ผู้รักศิลปวัฒนธรรมทุกท่าน ไปรัสเซียเมื่อใดต้องหาเวลาไปแวะชม The Hermitage ให้ได้

 
(ขอขอบคุณ ข้อมูล รวมทั้ง ภาพบางส่วนจาก Google และ จากหนังสือ The Hermitage ซึ่งจัดทำโดยพิพิธภัณฑ์ The Hermitage)
 
....................................

 



Edited by yanid - 29 Jun 2017 at 18:23

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 28 Jun 2017 at 17:33



DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 5(จบ) The Hermitage [1/201]
นกกินปลีอกเหลืองตกสวรรค์ [3/203]
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 4 Peterhof [2/249]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่3 St.Basil's Cathedral [2/174]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่2 ดอกไม้ในมอสโก [2/171]
เที่ยวรัสเซียปี2560 - ตอนที่1 ภาพรวม [2/196]
เปิดกล้องส่องนกที่บ้าน [3/138]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [4/856]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [3/858]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [3/602]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [3/313]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [3/397]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [3/417]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [3/316]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [2/202]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [1/318]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [3/771]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [2/191]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [2/152]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [1/160]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [2/245]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [3/190]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [3/631]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [3/279]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [2/222]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [2/191]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [3/295]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [2/349]
Hallstatt 2016 [5/323]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [3/433]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [1/376]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [1/658]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [1/449]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [1/548]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [3/643]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [1/438]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [2/652]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [2/971]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [2/2895]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [2/504]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/332]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/1266]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/385]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/312]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/429]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/310]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/333]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/730]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1545]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/2115]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/3915]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/14587]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/983]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/219]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/194]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/165]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/182]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/169]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/220]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/147]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/159]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/192]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/630]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/332]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/350]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/449]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/340]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/1289]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/525]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/563]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/618]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/447]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/887]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/530]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1531]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/696]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/3933]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/468]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/366]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/672]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/353]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/468]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/476]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/650]
กรรมฐาน [6/901]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/522]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [11/847]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

September 2017
S M T W T F S
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.133 seconds.