เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 4 Peterhof

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

Peter หมายถึง Tsar Peter I ของรัสเซีย ซึ่งภายหลังได้รับการยกย่องเป็น Peter the Great (พระเจ้าปีเตอร์มหาราช)  พระองค์ครองราชย์ระหว่าง 1682-1725  ส่วน  hof หมายถึง พระราชวัง

เดิมที่นี่เป็นพระราชวัง ซึ่งพระราชวัง สิ่งปลูกสร้างสำคัญๆ รวมทั้ง น้ำพุ สร้างตั้งแต่สมัยTsar Peter I และ มีการปรับปรุงในรัชสมัยต่อๆมาบ้าง หลังจากการปฏิวัติใน ปี 1917 พระราชวังแห่งนี้ก็เช่นเดียวกับที่อื่นๆ ที่ถูกยึดเป็นของรัฐ และปรับเปลี่ยนสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ

พระราชวังแห่งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไทยอยู่บ้าง เพราะรัชกาลที่ 5 เคยมาประทับที่นี่ ได้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับ Tsar องค์สุดท้ายของรัสเซีย และภาพนี้เป็นภาพสำคัญที่ช่วยให้สถานภาพของไทยดีขึ้นในสายตาของนานาชาติ

ปี คศ.1705 เมื่อ Tsar Peter I แล่นเรือผ่านบริเวณชายฝั่งทางใต้ของอ่าวที่ชื่อฟินแลนด์ ในทะเลบอลติค พระองค์ทรงประทับใจในชัยภูมิที่สวยงามและเหมาะสมสำหรับการมาเสด็จมาแวะพักผ่อน รวมทั้งดูแลป้อมปราการบนเกาะ Kotlin ที่บริเวณทะเล Baltic ซึ่งเป็นป้อมที่คุ้มกันภัยให้เมือง St.Petersburg จึงทรงสั่งให้สร้างบ้านไม้เล็กๆ( รูปสี่เหลี่ยมริมอ่าวในแผนที่) และ ทรงเรียกพระราชวังแห่งนี้ว่า Mon Plaisir Palace

ต่อมาในปี 1712 พระองค์ทรงตัดสินใจย้ายเมืองหลวงของรัสเซียมาอยู่ที่เมือง St.Petersburg  มีการสร้างพระราชวังหลังใหญ่กว่าเดิม ( The Great Palace) (ตามรูปสี่เหลี่ยมด้านใน) และในปี 1720 ได้สั่งให้ขุดคลอง (ตามรูปสี่เหลี่ยมยาวๆ)เพื่อให้น้ำจากทะเลเข้ามาภายในบริเวณใกล้พระบรมมหาราชวัง เนื่องจากทรงดำริให้สร้างน้ำพุหลายแห่งในบริเวณพระราชวัง (ตามตัวอย่างที่เป็นรูปกลมเล็กๆในแผนที่)

เรามาถึงบริเวณด้านข้าง Peterhof ตอนสายๆใกล้เวลา 11 โมง ซึ่งจะมีการเปิดน้ำพุ

ทุกคนรีบเดินให้ไปถึงบริเวณด้านหน้าพระราชวัง เพื่อจะได้มีโอกาสเห็นน้ำพุพวยพุ่งตั้งแต่วินาทีแรกที่มีการเปิดน้ำพุ

เมื่อเราไปถึง มีผู้คนนับร้อย ยืนจองที่ที่จะเห็นน้ำพุได้ชัดที่สุด

ระหว่างรอ น้ำพุพุ่ง ผู้คนก็ทั้งขึ้นและลงบันไดกันตามอัธยาศัย

ปัจจุบัน ในพระราชวังแห่งนี้มีน้ำพุ กระจายอยู่ทั้งบริเวณสวนด้านล่าง(หน้า The Great Palace) และด้านบน (เหนือ The Great Palace) ถึง 150 จุด  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณด้านหน้าพระราชวัง มีน้ำพุกระจายอยู่ตามที่ต่างๆรวม  64 จุด น้ำพุทุกแห่งมีชื่อประจำ เช่น Samson, Pyramid  , Sun  เป็นต้น

พระราชวังแห่งนี้เหมาะที่สุดที่จะมาเยี่ยมชมในช่วงฤดูร้อน คือ ระหว่างต้นเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เพราะเป็นช่วงเวลาที่อากาศดี และมีการเปิดน้ำพุ เฉพาะในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น อย่างไรก็ตามช่วงอื่นๆของปีพระราชวังและสวนต่างๆก็ยังเปิดให้เข้าชมตามปกติ

น้ำพุนี้ชื่อ Samson โดดเด่นที่สุด และ พ่นน้ำได้สูงสุด คือ 20 เมตรSamson กำลังง้างปากสิงโต  ความนัย คือ Samson เป็น เทพที่แข็งแรงตามเรื่องที่เล่ากันในศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อก ส่วนสิงโตนั้นเป็นสัญลักษณ์ของสวีเดน ในช่วงนั้นรัสเซียเพิ่งชนะสงครามสวีเดนพอดี

ในรูป ผู้คนหลายร้อยคน(รวมทั้งย่าด้วย)กำลังจ้องเป๋งไปที่รูปหล่อโลหะเคลือบทอง รอเวลาวินาทีแรกที่จะได้เห็นน้ำพุพุ่ง

สิบเอ็ดโมงเป๋ง เจ้าหน้าที่ที่คุมเครื่องเริ่มเปิดน้ำพุ แล้ว

น้ำพุที่นี่ไม่ได้ใช้เครื่องปั๊มน้ำเลย แต่ใช้วิธีเก็บน้ำพุธรรมชาติไว้ในอ่างเก็บน้ำบริเวณสวนด้านบน  เมื่อเปิดเครื่องปล่อยน้ำ น้ำพุทั้งหลายก็พร้อมใจกันพุ่งขึ้นสูงทันที ทุกคนที่รอคอยเงียบๆอย่างอดทน ก็เฮลั่นพร้อมปรบมือกันโดยพร้อมเพรียง ดูเหมือนว่าด้านนี้น่าจะใกล้แหล่งน้ำมากกว่า เพราะน้ำพุ่งสูงก่อนส่วนอื่นๆ

น้ำพุ Samson พุ่งสูงที่สุด เพราะมีการต่อท่อให้มีแรงดันน้ำพิเศษกว่าน้ำพุอื่นๆ

ความสูงของน้ำพุ Samson คือ 20 เมตร

นอกจากพุ่งสูง แล้วละอองฟุ้งฝอยของน้ำพุแห่งนี้ก็เป็นวงกว้างสะดุดตา ชวนให้ถ่ายรูปมากกว่าน้ำพุอื่นๆ ในบริเวณคลองขุดนี้ที่เรียกกันว่า Sea Canal

รูปหล่อของน้ำพุต่างรูปแบบและต่างท่าทางบริเวณธารน้ำตกขั้นบันได(cascade)ด้านบน

รูปหล่อของน้ำพุต่างรูปแบบและต่างท่าทางบริเวณธารน้ำตกขั้นบันได(cascade)ด้านบน

การพวยพุ่งของน้ำพุในแอ่งน้ำด้านหน้า

Sea Canal (คลองขุด) ซึ่งนำน้ำจากทะเลบอลติกเข้ามาถึงน้ำพุและระเบียงกว้างหน้าพระราชวัง

 

ใครๆก็อยากได้ภาพ บนลานกว้างหน้าพระราชวัง ที่เห็นโล่งตลอดไปถึงทะเลบอลติคโน่น
 

ภาพมุมสูงแสดงถึงความเชื่อมต่อกันระหว่าง Upper Garden ,The Great Palace , Sea Canal และ Lower Garden ใน Peterhof (ขอบคุณภาพจาก Wikipedia ค่ะ)

ภาพมุมสูงแสดงถึงความเชื่อมต่อกันระหว่าง Upper Garden ,The Great Palace , Sea Canal และ Lower Garden ใน Peterhof

เนื่องจากเราไม่มีเวลาพอจะเดินไปชมสวนรวมทั้งน้ำพุสวยๆ  ที่มีมากมายในบริเวณพระราชวัง จึงขอนำภาพบางส่วนที่ copy จากหนังสือที่ซื้อในพิพิธภัณฑ์ มาเผยแพร่ให้ความงดงามด้วยกันค่ะ

นี่คือ  สวน Mon Plaisir  น้ำพุชื่อ Sheaf น้ำพุชื่อ Shell

ภาพบนซ้ายเป็นน้ำพุแสนสวยชื่อ Sun Fountain  ล่างซ้าย ชื่อ Umbrella  ขวาสุด ชื่อ Pyramid Fountain

ภาพบนซ้าย คือ  Adam Fountain, Eve Fountain  ภาพบนและล่างขวา คือ Lion Cascade และ Whale Fountain

 

จบการถ่ายรูปน้ำพุซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของ Peterhof แล้ว ก็ได้เวลาเข้าชมพิพิธภัณฑ์ซึ่งจัดในพระราชวัง ( The Great Palace) ที่มีประมาณ 30 ห้องเท่านั้น ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น The Russian Versailles เนื่องจาก Tsar Peter I เคยเสด็จไปที่นั่นและชื่นชอบมาก การตกแต่งหลายห้องจึงอลังการมาก แต่ก็ไม่เท่ากับ Versailles

ที่นี่ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด และก่อนเข้าชมตามห้องต่างๆ ทุกคนต้องสวมรองเท้ากระดาษทับรองเท้าเดิมก่อน

 

ก่อนมาที่นี่ได้อ่านเอกสารที่เกี่ยวข้องและทราบว่า รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จมาเยือนรัสเซียในเดือนกรกรฎาคม ปีพ.ศ. 2440 ( คศ.1987) และTsar Nicholas ที่ 2 ได้ให้จัดที่ประทับให้ที่พระราชวังแห่งนี้ ได้เสด็จมารับรองที่นี่ รวมทั้งมีการฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกัน

พระบรมฉายาลักษณ์นี้เองได้ลงตีพิมพ์ในวารสาร L’Illustration เดือน กันยายน ปีเดียวกัน และว่ากันว่าเป็นส่วนสำคัญที่ หลังจากนั้นเป็นต้นมาชาติตะวันตกต่างปฏิบัติต่อไทยดีกว่าในอดีต

เนื่องจากห้ามถ่ายรูปในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้  ดังนั้น ภาพตัวอย่างในพระราชวัง 3-4 ภาพ (รวมทั้งภาพน้ำพุ) ที่นำมาบอกเล่ากันในนี้ จึงได้มาจากหนังสือและแผนที่ที่ซื้อมาจากทางพิพิธภัณฑ์ฯ

นี่คือ The Blue Reception Room ซึ่งไก๊ด์อธิบายว่า ในสมัยนั้นเป็นห้องที่ Tsar Nicholas ที่ 2 ทรงใช้ในการต้อนรับรัชกาลที่ 5 ในปีคศ. 1987

สำหรับห้องที่รัชกาลที่ 5 ประทับระหว่างอยู่ในรัสเซีย ไม่มีการกล่าวถึงในการนำชมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม จากข่าวใน OK Nation ระบุว่า เมื่อ 24 พค. 2550 ครม.ได้อนุมัติงบบูรณปฏิสังขรณ์ในวงเงิน 210 ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการฟื้นฟูสัญลักษณ์ไทยในรัสเซีย เพื่อร่วมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างไทย-รัสเซียซึ่งครบรอบ 110 ปี  โดยงบประมาณส่วนนี้จะนำไปร่วมสมทบกับทางรัสเซีย ในการบูรณปฏิสังขรณ์ ปีกซ้ายของพระราชวัง Peterhof ที่เคยเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 ช่วง คศ.1897 ที่พระองค์เสด็จเยือนรัสเซีย

ตัวอย่างห้องแต่งตัวของเชื้อพระวงศ์ เรียบและหรูด้วยผนังผ้าไหมทอลายช่อดอกไม้ในศตววรรษที่ 18

 

The Chesme Hall  เป็นห้องที่เป็นอนุสรณ์ถึงความเป็นชาติมหาอำนาจของรัสเซียในสงครามทางทะล ประดับด้วยภาพวาดขนาดใหญ่ 12 ภาพ มี 6 ภาพที่เกี่ยวกับสงครามโด่งดังที่ Chesme ในปี 1770 ซึ่งรัสเซียมีชัยเหนือกองทัพเรือ Ottoman ว่ากันว่า เนื่องจากภาพนี้วาดหลังจากการเกิดสงครามนานแล้ว ศิลปินนึกภาพจริงในอดีตไม่ออก ทางทหารจึงจำเป็นต้องมีการสร้างสถานการณ์เหมือนจริง เพื่อให้ได้ภาพวาดที่สมจริงมากที่สุด

ภาพนี้อยู่ใน The Picture Hall  ไก๊ด์บอกว่าเป็นภาพของหญิงสาวคนเดียวกันในอิริยาบถต่างๆ และมีการนำมาวางต่อกันเป็นภาพประดับผนังในห้องนี้  เป็นภาพที่วาดโดยศิลปินชาวอิตาเลียน ชื่อ Pietro Rotari

ตอนนี้เราออกจากพิพิธภัณฑ์ฯแล้ว และกำลังจะลงไปเดินชมสวนด้านล่าง...ชอบภาพนี้ ที่เป็นการเตือนให้คนชอบถ่ายภาพ (รวมทั้งย่าด้วย)  ระมัดระวังนักล้วงกระเป๋า

 

เดิมเข้าใจว่า  เราจะมีโอกาสได้เดินไปจนถึงปลายทางที่ทะเลบอลติค ซึ่งตรงนั้นเป็นที่จอดเรือสำหรับนักท่องเที่ยวที่มา Peterhof ทางเรือ  แต่ไก๊ด์แนะว่าเลี้ยวกลับแค่นี้ดีกว่า เพราะใกล้ถึงเวลานัดหมายกินอาหารกลางวันแล้ว เราจึงถ่ายภาพที่ระลึกกันที่สะพานแรก ที่มีโอกาสเดินข้าม Sea Canal จะเห็นว่า  ด้านหลังเราก็มีน้ำพุอีกหลายแห่ง สมกับที่ว่ากันว่า น้ำพุเป็นจุดเด่นของที่นี่ ที่ไม่มีที่ไหนในโลกเสมอเหมือน แม้แต่ที่พระราชวัง Versailles ของฝรั่งเศสซึ่งเป็นต้นแบบของพระราชวังแห่งนี้

 

ระหว่างที่เดินกลับไปทางออก เราเริ่มรู้สึกหิว ซุ้มไอศกรีมข้างทาง จึงเย้ายวนใจจนอดไมได้ที่จะแวะ คนขายคะยั้นคะยอให้เติมโน่นนี่นั่นอย่างละนิดละหน่อย ก็ใจอ่อนตกลงไปหมด ผล คือ โคนละ ประมาณ 300 บาท

 

ขอภาพไอติมโคนละ 300 บาท  ปิดท้ายรายการชม Peterhof  หน่อยค่ะ

..................

 



Edited by yanid - 30 Jun 2017 at 22:13

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 20 Jun 2017 at 13:22

DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 5(จบ) The Hermitage [1/537]
นกกินปลีอกเหลืองตกสวรรค์ [3/539]
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 4 Peterhof [2/580]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่3 St.Basil's Cathedral [2/465]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่2 ดอกไม้ในมอสโก [2/476]
เที่ยวรัสเซียปี2560 - ตอนที่1 ภาพรวม [2/503]
เปิดกล้องส่องนกที่บ้าน [3/371]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [4/1537]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [3/1492]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [3/1252]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [3/498]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [3/1034]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [3/613]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [3/541]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [2/337]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [1/496]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [3/1570]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [2/301]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [2/250]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [1/288]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [2/372]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [3/346]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [3/1080]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [3/439]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [2/382]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [2/284]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [3/1007]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [2/559]
Hallstatt 2016 [5/505]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [3/611]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [1/517]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [1/844]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [1/604]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [1/705]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [3/827]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [1/554]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [2/890]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [2/1263]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [2/3654]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [2/662]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/393]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/1730]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/473]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/389]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/494]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/357]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/395]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/962]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1832]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/2720]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/4984]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/16663]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/1164]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/255]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/218]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/183]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/197]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/188]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/247]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/164]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/177]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/207]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/811]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/379]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/417]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/535]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/374]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/1534]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/595]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/678]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/948]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/490]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/1005]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/657]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1720]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/748]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/4157]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/480]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/376]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/683]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/365]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/487]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/503]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/680]
กรรมฐาน [6/971]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/585]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [11/990]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

February 2018
S M T W T F S
1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ