ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4)

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

ความเป็นมา   เป็นความใฝ่ฝันลมๆแล้งๆมานานแล้ว ที่อยากจะไปตระเวนชมอุทยานประวัติศาสตร์ กำแพงเพชร ศรีสัชนาลัย และสุโขทัย ในการเดินทางคราวเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาได้ไปทีละแห่ง แล้วก็ไปที่อื่นที่ไม่เกี่ยวกับอุทยานประวัติศาสตร์ต่อไป ความอยากรู้อยากเห็น อยากเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่างกัน จึงไม่มีพลังแรงพอ ...เพราะแวะไปถ่ายรูปตรงโน้นตรงนี้ ประเดี๋ยวประด๋าวแล้วก็จบ 

ปลายปี 2559 ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2560 มีโอกาสขึ้นเหนือเที่ยวยาวรวม 15 วัน โชคดีนักที่ได้เที่ยวร่วมกับเพื่อนสูงวัยก่อน จากนั้นก็ไปเที่ยวต่อกับลูกหลาน

เราไปเที่ยวด้วยรถของปู่ ปู่ขับเอง ช่วงที่เที่ยวกับเพื่อนสูงวัย เพื่อนเสนอให้ค้างที่กำแพงเพชรหนึ่งคืน ก่อนขึ้นเชียงใหม่ และช่วงที่เที่ยวกับลูกหลาน เขาบินไปพบเราที่เชียงใหม่ตระเวนเที่ยวทางเหนือ แล้ว นั่งรถกลับพร้อมกัน แวะค้างที่ศรีสัชนาลัย กับ สุโขทัย แห่งละหนึ่งคืน

ครั้งนี้ จึงได้ชมทั้งสามอุทยานประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นมรดกโลก ครบในการเที่ยวครั้งเดียวกันตามความใฝ่ฝัน

ก่อนไปเที่ยว ได้พยายามศึกษาหาข้อมูลจากหนังสือที่เก็บไว้บูชานานแล้ว แต่เมื่อได้อ่านข้อมูลที่มีแต่เนื้อๆเต็มๆ แทบไม่มีรูปประกอบคำบรรยาย ก็ง่วงนอน จึงตัดสินใจใช้วิธีอ่านคร่าวๆให้พอทราบว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง แล้วไปดูของจริงเลย ไปซึมซับความอยากรู้เรื่องต่อเนื่องจากของจริงที่เห็น แล้วจึงกลับมาอ่าน และใช้สองเล่มนี้เป็นหนังสืออ้างอิงในการเขียนเรื่อง...ได้ผลดีเกินคาดค่ะ ได้คำตอบที่อยากรู้และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมากมาย

1/4 อุทยานประวัติศาสตร์ กำแพงเพชร ( ส่วนตัวเมืองโบราณ)

เริ่มจากตำแหน่งที่ตั้งสั้นๆกันก่อน เมื่อไปทางรถยนต์อย่างพวกเรา  กำแพงเพชรอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 482 กม. เดินทางสบายๆ แวะเข้าห้องน้ำบ้าง แวะกินมื้อกลางวันบ้าง แวะจิบกาแฟระหว่างทางบ้าง ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ออกจากกรุงเทพฯ 8 โมงกว่าๆ ไปถึงโรงแรมที่พักราวๆบ่ายสามโมง  มีเวลาไปชมอทุยานประวัติศาสตร์ในเขตกำแพงเมืองได้เต็มอิ่ม

ขอเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอุทยานประวัติศาสตร์ครั้งนี้ คือ สุโขทัย ( ปัจจุบันศรีสัชนาลัยเป็นอำเภอหนึ่งในสุโขทัย)   กำแพงเพชร และ อยุธยา (หมายเลข8ในแผนที่)

มีการขุดค้นพบหลักฐานว่า ทั้งสุโขทัย และกำแพงเพชร  มีผู้คนมาอาศัยในดินแดนทั้งสองแห่งตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม สุโขทัยเจริญรุ่งเรืองกว่า มีสถานะเป็นแคว้นซึ่งรวมหลายเมือง และ มีศิลาจารึก รวมทั้งโบราณสถานมากมายมาตั้งแต่กลางพุทธศตวรรษที่ 18 ที่ปรากฏเป็นหลักฐานว่าอำนาจของสุโขทัยแผ่มาถึงกำแพงเพชร คือ ในศิลาจารึกของสุโขทัย จารึกว่า พ.ศ.1900  ว่าพระมหาธรรมราชลิไทได้เสด็จมาสถาปนาพระศรีรัตนมหาธาตุและปลูกต้นโพธิ์ที่นครชุม (ส่วนหนึ่งของกำแพงเพชรในปัจจุบัน)

แต่ไม่กี่ปีหลังจากนั้น คือ ในพ.ศ.1913 พระมหาธรรมราชาลิไทสวรรคต เมืองต่างๆในแคว้นสุโขทัยจึงเริ่มแตกแยก และบางเมือง ได้หันไปเป็นพันธมิตรกับกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเรืองอำนาจแทนที่สุโขทัย

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี แสดงว่า อยุธยามีอำนาจในการจัดตั้งเมืองกำแพงเพชร (นครชุม และชากังราว เมืองเก่า ก็รวมอยู่ในกำแพงเพชรด้วย)  ให้มีฐานะเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ลุ่มน้ำปิง  และ ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 20 กำแพงเพชรก็มีฐานะเป็นหัวเมืองหนึ่งของอยุธยา ทำหน้าที่เป็นเมืองหน้าด่านป้องกันข้าศึกจากทางเหนือ

จึงสรุปได้ว่า ในแง่ศิลปะ กำแพงเพชร ได้รับอิทธิพลจากทั้งสุโขทัย และอยุธยา  แต่ชาวกำแพงเพชรเอง ก็ได้สร้างความผสมกลมกลืน จนหลายอย่างกลายเป็นศิลปะเฉพาะตัวของกำแพงเพชรเอง

ในปีพ.ศ. 2534 องค์กร UNESCO ของ สหประชาชาติ ได้ประกาศให้  สุโขทัย และ เมืองบริวาร ซึ่งหมายรวมถึง ศรีสัชนาลัย และ กำแพงเพชร เป็นเมืองมรดกโลก

เข้าใจว่า  อุทยานประวัติศาสตร์ทั้งสามแห่งต่างก็มีแท่นประกาศเกียรติคุณเช่นนี้ อยู่ด้านหน้าอุทยานเหมือนๆกัน แต่รูปนี้ย่ากับหลานยืนอยู่หน้าอุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัยค่ะ  บังเอิญวันที่ไปชมอุทยานฯกำแพงเพชรมุ่งไปชมด้านใน ลืมสังเกตรายละเอียดต่างๆที่อยู่ด้านหน้า

ภาพขยายข้อความในแท่นประกาศเกียรติคุณ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่งย่าเห็นว่าภาษาไทย มุ่งเน้นสรุปเฉพาะสาระสำคัญในส่วนที่เกี่ยวกับเกียรติคุณของอุทยานประวัติศาสตร์สามแห่งเท่านั้น แต่ถ้าอ่านภาษาอังกฤษของ UNESCO แล้วจะเห็นได้ชัดเจนว่า เจตนาประกาศเกียรติคุณของทั้งสามเมืองให้เป็นเมืองมรดกโลก เลย ไม่ใช่เน้นเฉพาะบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์เท่านั้น

จึงขอคัดลอกข้อความภาษาอังกฤษทั้งหมดของ UNESCO และแปลรายละเอียดให้ครบถ้วนเป็นไทย ดังนี้

Sukhothai and Associated Cities

   Sukhothai was a capital of the first kingdom of Siam in the 13th and 14th
 
   Century. A number of notable monuments , which represent a master
 
   piece of the first Thai architectural style, can be seen in Historical  Park
 
   of Sukhothai, Si Satchanalai and Kamphaeng Phet. These three sites
 
   are representative of the first period of Thai Art and the creation of the
  
   first Thai state.
 
   The World Heritage Committee inscribed Sukhothai and Associated
 
    Cities on the World Heritage List in 1991.

กรุงสุโขทัยและเมืองบริวาร

กรุงสุโขทัยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรสยามในยุคแรก ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13 และ 14  ผลงานล้ำเลิศจำนวนมาก ที่ปรากฏอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร ย่อมเป็นที่ประจักษ์ถึง ผลงานโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมไทยยุคแรก อุทยานประวัติศาสตร์ทั้งสามแห่งนี้ เป็นตัวแทนที่แสดงถึงศิลปะไทยในยุคแรก และ การริเริ่มสร้างสรรค์ของชาติไทยในยุคแรก

คณะกรรมการมรดกโลกแห่งอนุสัญญาคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก ได้บันทึกไว้ในบัญชีรายชื่อมรดกโลก เมื่อปี คศ.1991 ให้ กรุงสุโขทัย และ เมืองบริวาร เป็น มรดกโลก

แผนผังนี้ ได้จาก หนังสือคู่มือการอบรมมัคคุเทศก์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเน้นเฉพาะสถานที่เด่นๆเท่านั้น และเราก็มีเวลาแวะชมเฉพาะบางสถานที่ตามนี้ แต่ที่จริงแล้ว ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ ยังมีสถานที่ที่ถูกขุดค้นพบแล้วจำนวนมาก

จากแผนผังนี้ มีประเด็นทางภูมิศาสตร์ที่น่าสนใจ คือ กำแพงเพชรมีแม่น้ำปิงไหลผ่านกลางจังหวัด ตัวเมืองและอุทยานทางประวัติศาสตร์ตั้งอยู่บนฝั่งขวา (ตะวันออก)ของแม่น้ำปิง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ส่วนทางฝั่งตะวันตกมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา

ในส่วนของอุทยานประวัติศาสตร์ฯ แบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนตัวเมืองกำแพงเพชรโบราณ (ซึ่งในอดีต เมื่อประมาณ 600 กว่าปีมาแล้ว มีกำแพงศิลาแลงสูงประมาณ 5 เมตรโอบล้อมโดยรอบ แต่ปัจจุบันถูกรื้อทำลายไปเกือบหมดแล้ว) กับ ส่วนที่อยู่นอกกำแพงเมือง ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร ที่เรียกว่าเขตอรัญญิก

ส่วนที่อยู่ในกำแพงเมือง มี พื้นที่ประมาณ 500 ไร่ (พบซากโบราณสถานประมาณ 14 แห่ง ) ส่วนที่อยู่นอกกำแพงเมือง มีเนื้อที่ประมาณ 1,600 ไร่ (พบซากโบราณสถานประมาณ 40 แห่ง )

เราไปถึง อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรตอนเกือบสี่โมงเย็น แดดเริ่มอ่อนแสงส่องผ่านต้นไม้สูงใหญ่ แสงกำลังงามพอดี  กำหนดเวลาปิดทำการ คือ 16.30 น. แต่เนื่องจากวันนั้น พิพิธภัณฑ์ปิด (ปิดวันจันทร์และอังคาร) เราจึงทำได้เพียงแค่เดินชมและถ่ายภาพวัด คือ วัดพระธาตุ และ วัดพระแก้ว ซึ่งตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้ง  เราวนเวียนถ่ายรูปกันเต็มที่ จนถึง 17.30 น.

ป้ายแสดงการเป็นมรดกโลก ด้านหน้าทางเข้าชมอุทยานฯ

ย่าลืมถ่ายป้ายสำคัญนี้ไว้ จึงขอขอบคุณเจ้าของภาพใน google ค่ะ

ต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่น เป็นระยะๆ ริมทางเดิน รวมทั้งแดดอ่อนๆยามเย็น ทำให้ลืมแทบทุกอย่างภายนอกอุทยานฯ

ต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่น เป็นระยะๆริมทางเดิน รวมทั้งแดดอ่อนๆยามเย็น ทำให้ลืมแทบทุกอย่างภายนอกอุทยานฯ

บางช่วงแสงแดดสามารถส่องทะลุผ่านกิ่งไม้ใหญ่มาได้ ทำให้เกิดแสงเงาสดใส สวยงาม พาให้สบายตา สบายใจ

แผนผังแสดงจินตนาการถึงรูปแบบของวัดพระธาตุ ที่เป็นไปตามธรรมเนียมหลักในการสร้างวัดสมัยสุโขทัย คือ มีวิหารอยู่หน้าเจดีย์ประธาน ผสมผสานกับสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่

ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของวิหาร  ไว้ตั้งแต่แรกเริ่มก่อน เพื่อไขข้อสงสัยของคนสมัยนี้ เนื่องจากวิหารในสมัยสุโขทัย มีขนาดใหญ่กว่าวิหารที่เราคุ้นตาในปัจจุบันมาก 

ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ในสมัยสุโขทัย นิยมทำพิธีกรรมต่างๆในวิหาร วิหารจึงเป็นที่ชุมนุมของทั้งสงฆ์ และผู้เข้าร่วมพิธีกรรมในโอกาสต่างๆ ขนาดจึงจำเป็นต้องใหญ่ โดยตอนท้ายของวิหารจะก่อเป็นฐานสูงเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปซึ่งเป็นประธานในสถานที่นั้น

ธรรมเนียมการสร้างวิหารขนาดใหญ่นี้ มีมาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ หลังจากนั้น ความนิยมในการสร้างวิหารขนาดใหญ่ก็ค่อยๆลด น้อยลง เพราะมีการสร้างศาลาการเปรียญและนิยมประกอบพิธีกรรมทางสงฆ์กันที่ศาลาการเปรียญ วิหารจึงใช้เป็นเพียงสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเท่านั้น  ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่เหมือนสมัยก่อน

วัดพระธาตุเป็นโบราณสถานใหญ่กลางเมือง ด้านหน้ามีเจดีย์รายทรงระฆังก่อด้วยอิฐ  2 องค์ตามรูป ระหว่างเจดีย์รายเป็นวิหารก่อด้วยศิลาแลง แต่ปัจจุบันเหลือเฉพาะฐานเท่านั้น ตามที่เห็นตรงกลางระหว่างเจดีย์ราย

หรือ หากถ่ายรูปอีกมุมหนึ่ง จะเห็นเฉพาะฐานของวิหาร อยู่ด้านหน้าเจดีย์หลัก วิหารเมืองกำแพงเพชร นิยมทำฐานสูง ตัวอย่างตามภาพนี้

อีกมุมหนึ่งของเจดีย์หลักทรงระฆัง ประธานของวัดพระธาตุ

ถัดจากวัดพระธาตุมาเล็กน้อย คือ วัดพระแก้ว  ซึ่งเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอุทยานฯ เป็นวัดสำคัญที่อยู่ติดต่อกับวังโบราณ ตั้งอยู่กลางเมืองเช่นเดียวกับวัดพระธาตุ

 

เราวนเวียนถ่ายรูปที่วัดนี้กันนานมาก เพราะเป็นโบราณสถานที่มีสิ่งก่อสร้างคงเหลือมากกว่าวัดพระธาตุ และมีพระพุทธรูปงดงามแปลกตาให้ถ่ายรูปได้หลายมุม ประกอบกับแสงแดดที่ส่องต้ององค์พระยามบ่ายแก่ๆ ช่วยให้องค์พระงามมากจนยากจะละสายตา

มุมนี้เห็นภาพรวมอย่างคร่าวๆของวัดพระแก้ว กล่าวกันว่า เหตุที่เรียกวัดนี้ว่า วัดพระแก้ว เพราะในตำนานพระพุทธสิหิงค์และในหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ รวมทั้งเรื่องราวในตำนานพระแก้วมรกต ได้กล่าวถึงการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ และพระแก้วมรกต มาประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชร  ดังนั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ (รัชกาลที่6)  เสด็จมาที่เมืองกำแพงเพชร จึงทรงเรียกกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่กลางเมือง ว่า วัดพระแก้ว และมีการเรียกชื่อนี้สืบต่อกันถึงปัจจุบัน

ด้านหลังสุด คือ เจดีย์ประธาน ด้านหน้า คือ วิหารประธาน ซึ่งเมื่อพิจารณาจากส่วนท้ายของวิหารประธานแล้ว จะเห็นว่ามีฐานสถูปย่อมุมงดงามสูงกว่าส่วนอื่นๆ เรียกว่าบุษบก เพราะเชื่อกันว่าเป็นบุษบกที่เคยประดิษฐานพระแก้วมรกต

นี่คือเจดีย์ประธาน เป็นเจดีย์ทรงกลมหรือทรงระฆัง อยู่ถัดจากฐานสูงของวิหาร มีขนาดใหญ่กว่าเจดีย์องค์อื่นๆในบริเวณวัดพระแก้ว ซุ้มรอบเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น มีทั้งหมด 16 ซุ้มแต่ชำรุดไปเกือบหมดแล้ว

ส่วนนี้อยู่หลังเจดีย์ประธาน  สันนิษฐานว่าเดิมเป็นมณฑปหรือเรือนสี่เหลี่ยมประดิษฐานพระพุทธรูป ปัจจุบันเหลือเพียงฐานศิลาแลง และโกลนหรือโครงที่ทำจากศิลาแลงของพระพุทธรูปนั่งเท่านั้น ด้านหลังสันนิษฐานว่าเดิมเป็นวิหารโถง สำหรับประดิษฐานพระนอน

ตรงนี้แหล่ะที่เป็นจุดเด่นที่สุดของวัดพระแก้วในปัจจุบันนี้ เพราะมีพระพุทธรูปปูนปั้นที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์และงดงาม ทั้งปางไสยาสน์(นอน) และปางมารวิชัย (นั่ง) ยิ่งยามเย็นแดดอ่อนตกต้ององค์พระในวันที่เราไปชมวัดนี้กันแล้ว  ยิ่งเหมาะแก่การวนเวียนถ่ายรูปมุมโน้นมุมนี้อย่างมีความสุข และสงบ เพราะพระพักตร์ของทั้งสามองค์ยิ้มน้อยๆอย่างมีเมตตา

วันนั้นเพียงแค่สังเกตเห็นว่า พระพุทธรูปปางไสยาสน์งามอ่อนช้อยกว่า พระพุทธรูปปางมารวิชัย เท่านั้น

จากการอ่านข้อมูลประกอบในภายหลัง พบว่า มีการสันนิษฐานต่างกัน บางข้อมูลเห็นว่า เดิมในวิหารนี้มีเพียงพระพุทธรูปปางไสยาสน์เท่านั้น ส่วนพระพุทธรูปนั่งนั้น มีผู้สร้างเพิ่มเติมภายหลัง เพราะฝีมือด้อยกว่ามาก

อย่างไรก็ตามในเอกสารนำชมอุทยานฯของกรมศิลปากร สรุปรวมแต่เพียงว่า พระพักตร์ของทั้งสามองค์ค่อนข้างเป็นเหลี่ยม พระขนงต่อกันคล้ายกับปีกกา พระเนตรเรียวเล็ก ปลายพระเนตรแหลมขึ้น ต่างจากพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยที่พบในเมืองกำแพงเพชร ทำให้มีผู้เสนอว่าทั้งสามองค์เป็นศิลปะแบบอู่ทองหรืออยุธยาตอนต้น

บรรยากาศและสิ่งที่เหลืออยู่บริเวณวิหารนี้

ด้านหลังทรวดทรงองค์เอวที่งดงามของโครงร่างพระพุทธรูปบนฐานมณฑป ด้านหลังเจดีย์ประธาน

ชอบบรรยากาศสงบ สะอาด และร่มรื่น รอบๆอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรจริงๆเลย

ชอบบรรยากาศสงบ สะอาด และร่มรื่น รอบๆอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรจริงๆเลย

ส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชอบที่นี่ คือ ด้านหลังวัดพระแก้ว มีทางเดินเล็กๆให้เด็กนักเรียนและผู้ปกครองเดินผ่านไปมาระหว่างโรงเรียนที่อยู่ริมถนนอีกด้านหนึ่งของอุทยานฯ กับถนนอีกด้านหนึ่งของอุทยานฯ  เด็กๆบางกลุ่มก็นั่งพักคอยผู้ปกครอง บางกลุ่มก็นั่งคุยกันใต้เงาร่มรื่นของไม้ใหญ่ในอุทยานฯอย่างมีความสุข

ถัดจากทางเดินเล็กๆไปทางท้ายสุดของอุทยานฯยังมีเจดีย์ทรงระฆังอีกหนึ่งองค์ ชื่อว่าเจดีย์ช้างเผือก ที่ฐานของเจดีย์ เดิมมีช้างปูนปั้นครึ่งตัวโผล่โดยรอบ 32 เชือก ปัจจุบันเสื่อมสลายหายไปเกือบหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีผู้ใจดีสร้างเสริมเติมแต่งรูปปั้นช้าง ที่มุมหนึ่งของเจดีย์ให้ยืนยงคงมาได้ จนถึงปัจจุบันพร้อมกับรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี

ตามข้อมูลจากหนังสือของกรมศิลปากรบอกว่า กลุ่มโบราณสถานบริเวณนี้ ถือว่ามีอายุเก่าที่สุดที่สร้างในช่วงสุโขทัยเรืองอำนาจ เพราะมีทั้งเจดีย์ทรงระฆังฐานเตี้ย (ศิลปะของกำแพงเพชรเจดีย์มักอยู่บนฐานสูง) ซึ่งมีฐานประดับด้วยช้างปูนปั้น รวมทั้งมีพระอัฎฐารส ซึ่งชำรุดทรุดโทรมเกือบหมดแล้วเช่นกัน

จากการขุดแต่ง พบว่าในบริเวณวัดพระแก้ว มีฐานเจดีย์แบบต่างๆถึง 35 ฐาน วิหารใหญ่และเล็ก  8 แห่ง ฐานโบสถ์ 3 แห่ง จึงแสดงชัดเจนว่าวัดพระแก้วเป็นวัดใหญ่ และ สำคัญในเขตกำแพงเมือง

      QR Code สำหรับเชื่อมโยงเพื่อฟังคำอธิบายเกี่ยวกับอุทยานฯ รวม 5 ภาษา

เราจบการเดินชมอุทยานฯวันแรกประมาณห้าโมงเย็น เมื่อแสงแดดอ่อนแรงเต็มที

ในGPS ซึ่งเป็นอุปกรณ์นำพาเราไปในที่แปลกใหม่ได้ค่อนข้างแม่นยำ แนะนำว่าร้านนี้มีอาหารอร่อย และเมื่อพิจารณาชื่อ View Suay แล้ว ผู้ร่วมเดินทางทั้งสี่คนก็มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ลุยไปกินมื้อเย็นที่ร้านนี้เลย

ไม่ผิดหวัง วิวริมน้ำปิงที่ร้านนี้สวยจริงๆ แถมอาหารก็อร่อยอีกด้วย

เจดีย์สวยงามที่เห็นไม่ไกลจากร้านนั้น  เป็นเจดีย์ของวัดพระบรมธาตุเจดียาราม เป็นวัดเก่ายุคสุโขทัย อายุกว่า 600 ปีแล้ว เป็นอารามหลวงประจำเมืองนครชุม ซึ่งพระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย ให้สร้างในปีพ.ศ.1900 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ  เดิมเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย อีก 500 ปี หลังจากนั้นเจดีย์ทรุดโทรมมาก คหบดีชาวพม่าจึงขอบูรณะใหม่ โดยสร้างเจดีย์ทรงมอญครอบองค์เดิม   แล้วนำยอดฉัตรจากพม่ามาประดิษฐานบนยอดเจดีย์ แล้วเสร็จในปี 2449

 

ไม่แน่ใจว่านางนอนอรชรอ้อนแอ้นที่วางประดับในร้านอาหารวิวสวยนี้ เป็นไม้แกะสลัก หรือ ปูนปั้น เพราะตอนที่ถ่ายนางนอนอยู่ในมุมสลัวๆของร้าน

คลิกมาด้วยความชอบท่าทางธรรมชาติของนาง พอปรับแต่งให้ภาพสว่างขึ้น ยิ่งชอบ ดูหน้าตาท่าทางแล้วเดาว่าน่าจะเป็นสาวพม่ามากกว่าสาวไทย

เนื่องจากรูปและเรื่องอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ทั้งหมดค่อนข้างยาว จึงขอจบตอนแรก ในส่วนตัวเมืองกำแพงเพชรโบราณ ไว้ที่ภาพสาวงามคนนี้ พรุ่งนี้เราจะไปชมอุทยานฯส่วนที่อยู่นอกกำแพงเมืองกันนะคะ

........................

 



Edited by yanid - 02 Feb 2017 at 15:39

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 17 Jan 2017 at 21:38



DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [0/86]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [0/96]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [0/72]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [0/121]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [0/113]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [0/209]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [0/138]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [0/93]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [0/167]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [0/195]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [0/77]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [0/90]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [0/102]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [0/170]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [0/108]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [0/170]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [0/171]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [0/148]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [0/128]
Cesky Krumlov…รักแรกพบ [2/199]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [2/178]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [0/186]
Hallstatt 2016 [3/224]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [0/245]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [0/227]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [0/467]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [0/331]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [0/377]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [2/442]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [0/319]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [0/361]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [0/660]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [0/1988]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [0/369]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/261]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/662]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/286]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/261]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/350]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/260]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/280]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/485]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1092]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/1443]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/2867]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/11690]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/732]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/204]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/178]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/153]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/167]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/149]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/170]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/134]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/146]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/180]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/475]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/277]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/314]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/372]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/268]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/983]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/438]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/428]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/460]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/396]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/790]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/445]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1287]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/635]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/3507]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/442]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/351]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/634]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/334]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/450]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/457]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/616]
กรรมฐาน [6/883]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/509]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [10/697]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

March 2017
S M T W T F S
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.148 seconds.