นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง)

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

ย่าเพิ่งเล่าตอนแรกไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี่เอง ครั้งนั้นจบลงตรงที่มีนกมาแอบดูรังของนกกินปลีที่เพิ่งถูกทิ้งร้างไว้ ย่าจึงคาดว่าอีกไม่นานคงจะมีผู้เข้ามาอาศัยแทนเจ้าของเดิม

เป็นจริงดังคาด พอวันที่ 24 ตุลาคม ย่าก็สามารถจับภาพแม่นกตัวใหม่ ที่กำลังมาสำรวจรังเก่ารังนี้ เป็นนกพันธุ์เดียวกับตัวเดิม คือ นกกินปลีอกเหลือง ตัวนี้ร่างผอมบางกว่าตัวแรกนิดหน่อย แต่ความยาวของช่วงตัวก็ไม่ต่างกันมาก คือ ประมาณ 4 นิ้ว  เธอหาของมาซ่อมแซมเพิ่มเติมรังเดิมอีกนิดหน่อย มีการลองเข้าออกปากรังเดิมด้วย

นกตัวใหม่นี้ได้สร้างสีสันน่าตื่นเต้นประทับใจ และแปลกใหม่ต่างจากนกเจ้าของรังตัวเดิมอย่างมาก ทำให้ย่าอยากบอกเล่าสิ่งที่ได้พบเห็น เป็นตอนที่สอง

หลังจากบินไปๆมาๆไม่กี่วัน ก็ได้เห็นเธอนั่งนิ่งและยื่นปากยาวแหลมเปี๊ยบออกนอกรัง คงเริ่มกกไข่แล้ว  ย่าปล่อยเธอตามสบายๆ ไม่แอบถ่ายรูปหลายครั้ง เหมือนครั้งที่ตัวแรกมากกไข่  ครั้งนี้แค่ยืนเมียงมองอยู่ห่างๆทางหน้าต่างข้างห้อง..นานๆครั้ง..เท่านั้น

จนถึง 19 พ.ย.  สังเกตเห็นว่าเธอเริ่มบินมาเกาะรังหลายครั้ง และเห็นปากเล็กๆแดงๆอ้าปากรับอาหารจากแม่...แสดงว่า ไข่กลายเป็นตัวแล้ว  ย่าจึงแอบถ่ายภาพ  แต่ได้แค่แม่นกบินถลามาเกาะรัง แล้วทำท่าสงสัยก่อนบินแว้บไปจากรัง ตามภาพข้างบนเท่านั้น จากนั้นย่าก็ไม่รบกวนความสงบสุขระหว่างแม่ลูกอีกเลย

อาทิตย์ที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา ลมหนาวเริ่มโชยกระทบ mobile ที่แขวนอยู่มุมโน้นมุมนี้ เสียงดังกรุ๋งกริ๋งๆระรื่นหู

ขณะที่เดินเล่นรอบบ้าน ย่าเหลือบขึ้นไปมองที่หน้าต่างห้องนอนด้านที่มีรังนกห้อยอยู่  ใจหายแว้บ เพราะรังนกเอียงกะเท่เร่ น่าหวาดเสียว แต่พอดีเห็นแม่นกบินไปเกาะรังแล้วแว้บหายไป จึงอุ่นใจว่าคงจะไม่เป็นไร

อีกครู่เดียว ย่าเหลือบมองอีกครั้ง คราวนี้รังนกหายไปแล้ว จึงรีบเดินไปดูที่พื้น    เห็นรังนกหล่นคว่ำอยู๋ที่นั่น  ขณะที่ย่าก้มหยิบรังนกเพื่อดูว่าลูกนกยังอยู่ในรังหรือไม่ ก็เห็นนกตัวหนึ่งนอนนิ่งอยู่นอกรัง พอเห็นย่า เขารีบตะกุยตะกายขยับปีกหนีอย่างรวดเร็ว แล้วก็หยุดนิ่ง นอนตะแคง ขางอขยับไม่ได้

บังเอิญย่าพกโทรศัพท์มือถือมาด้วย จึงรีบถ่ายภาพเก็บไว้พร้อมกับคิดว่าจะช่วยเขาได้อย่างไรจึงจะดีที่สุด เพราะเคยทราบว่า ถ้าใช้มือสัมผัสตัวเขา จะมีกลิ่นมนุษย์ติดตัว แล้วพ่อแม่นกจะไม่ยอมเข้าใกล้ลูกเลย แต่ถ้าจะปล่อยให้เขานอนอยูที่พื้นโดยไม่ย้ายที่ คงไม่พ้นเป็นเหยื่อเจ้าแมวเหมียว

ในที่สุดจึงตัดสินใจใช้ใบไม้ใหญ่สองใบ ช้อนเขาขึ้นจากพื้น (นกพันธุ์นี้ตัวเล็กมาก ยาวประมาณ 3-4 นิ้วเท่านั้น) เขาขยับปีกพรั่บๆๆ  ย่าจึงจำเป็นต้องใช้มือครอบไว้เบาๆ ไม่งั้นคงหล่นอีกครั้งเป็นแน่

ค่อยๆวางเขาลงบนดินในกระถางต้นพุดที่อยู่สูงจากพื้นพอควร เขานอนกางปีกพร้อมบิน แต่ขาขยับไม่ได้...คงจะหักตอนที่รังนกหล่นจากชายคาชั้นสองของบ้านลงมาที่พื้น และนกตัวนี้คงจะบินออกจากรังไม่ทัน จึงหล่นมากระแทกพื้นด้านล่าง

ระหว่างที่ย่าหันไปหยิบรังนกเพื่อไปวางใกล้ๆเขา ก็ได้ยินนกร้องเสียงจิ๊บๆๆดังผิดปกติอยู่ตลอดเวลา เมื่อหันไปหาต้นเสียง ก็เห็นนกเล็กๆสองตัว บินวนไปมา แล้วก็โผเกาะกิ่งพุด เป็นระยะๆ บางครั้งก็บินมาเกาะที่กิ่งล่างใกล้ๆนกตัวที่นอนนิ่งอยู่

ถึงตอนนี้ย่ารีบเข้าบ้าน ไปยืนแอบอยู่ไกลพอควร เพื่อดูว่า เขาจะช่วยกันอย่างไร แล้วก็หาโอกาสถ่ายรูปจากกล้องในโทรศัพท์มือถือ  ใช้มือแหวกที่หน้าจอเพื่อให้เห็นได้มากที่สุด แม้จะไม่ชัดเหมือนถ่ายจากกล้องใหญ่ แต่ก็พอเห็นตัว

รูปนี้ย่าถ่ายนกทีละตัวที่เกาะกิ่งไม้ตัวละมุม แล้วนำมาประกอบกัน ให้พอนึกภาพออกว่า เขาแยกกันร้อง แยกกันเกาะกิ่งไม้ สูงบ้างต่ำบ้าง สลับกันไป แต่ขณะที่แอบมอง ไม่เห็นเขาลงมาถึงตัวนกที่บาดเจ็บนอนเลย

นี่เป็นภาพที่ตัดจากรูปใหญ่เพื่อให้เห็นภาพนกสองตัวชัดขึ้น  ย่าเดาว่า ตัวหนึ่งเป็นแม่ และอีกตัวหนึ่งน่าจะเป็นลูกที่บินแข็งและเก่งกว่าลูกอีกตัวหนึ่งที่นอนเจ็บอยู่

นกบาดเจ็บ พยายามขยับปีกพร้อมขยับตัวเป็นครั้งคราว ไม่ได้นอนนิ่งอยู่กับที่  เข้าใจว่าเพื่อหาที่ที่เหมาะกว่าเดิม

ย่าลองวางรังใกล้ตัวเขามากที่สุด หวังจะให้เขาขยับตัวมาเข้ารังจะได้ไม่ร้อน และไม่ถูก แมวหรือนกอื่นมารบกวน ตอนนั้นดูเหมือนเขาพอใจ

แต่ไม่นาน เขาก็ขยับตัวอีก จนกลายเป็นหันหลังให้รังซะแล้ว เลยปล่อยตามใจเขา ขณะถ่ายภาพนี้ เขานอนนิ่งๆ ดูแววตาเหมือนว่าพอใจกับท่านี้แล้ว

ย่าจึงเบาใจ เดินไปทำงานโน่นนี่ที่อื่น

เมื่อย่ากลับมาที่เดิมอีกที นกหายไปแล้ว เสียงนกร้องจิ๊บๆๆๆก็พลอยเงียบไปด้วย ดีใจมากๆ คิดว่า แม่กับพี่ คงหาทางหิ้วปีกนกที่บาดเจ็บ ไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพื่อดูแลกันต่อไป

แต่ก็อดที่จะอยากรู้ไม่ได้ว่า เขาพากันไปอยู่ตรงไหน จึงเดินวนมองหาไปมา ก็ไม่เห็น....แต่...เอ๊ะ ตรงโคนต้นพุดที่เป็นซอกเล็กๆ  เจ้านกน้อยนอนหงายเห็นพุงเหลืองๆ  จึงหยิบรังมาไว้ใกล้ๆเขา แต่พอชะโงกไปมองอีกครั้ง เห็นเขาหายใจแผ่วๆ  ย่านึกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา หากปลาหงายท้อง อ้าปากผงาบๆ หมายถึงว่าเขาใกล้ตายแล้ว แต่เจ้านกตัวนี้ยังแข็งแรงอยู่นี่นา เขาคงดิ้นมาติดที่ซอกแคบๆนี้แล้วพลาดท่าหงายท้อง พลิกตัวกลับไม่ได้ เขาน่าจะได้นอนคว่ำพักสบายๆ เหมือนที่เห็นเมื่อกี้นี่นา

ย่าจึงพยายามหาทางช่วยให้เขาได้นอนคว่า พอเขาผงกหัวเห็นย่ากำลังเอื้อมมือไปใกล้ๆ เขาก็อ้าปากพร้อมเด้งตัวขึ้นมาเหมือนจะงับมือย่าทันที....ดีละ…ตอนนี้เขาอยู่ในท่าเหมาะแล้ว ย่าจะได้ไม่ต้องยุ่งกับเขาอีก ( เสียดายจริงๆไม่ได้ถ่ายรูปไว้)....

จากนั้นย่าก็ออกไปธุระนอกบ้านหลายชั่วโมง

กลับมาถึงบ้านประมาณสี่โมงเย็น   เห็นนกนอนนิ่งสนิทในท่านี้  มดเล็กๆมากมายคลานอยู่ที่ปาก  เขาจากไปแล้ว....ไปสู่สุคตินะลูก

สวมถุงมือแล้วก็หยิบเขามาใส่ในรังที่แม่กกจนเขาเติบใหญ่ เนื้อตัวยังอ่อนนุ่มอยู่ คงสิ้นใจก่อนย่ากลับถึงบ้านไม่นานนัก  ยามนั้นรอบข้างเงียบสงบ  ไม่มีเสียงนกจิ๊บๆ รบกวนหูเหมือนเมื่อเช้า

หย่อนเขาพร้อมรังลงไปในถุงพลาสติคสีขาวขุ่น นำไปใส่ถังขยะ  สะเทือนใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นี่เป็นธรรมชาติของสรรพสิ่งในโลกนี้...เกิดขึ้น..คงอยู่...แล้วก็...ดับไป

กลับมาที่เดิมอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงดังจิ๊บๆๆอีกแล้ว  เพ่งหาต้นเสียงสักพักหนึ่ง ก็เห็นนกอกเหลืองแผงคอสีเข้มตัวพ่อ เกาะอยู่ที่กิ่งมะม่วง สูงใหญ่เหนือหัว

ที่กิ่งพุดซึ่งนกบาดเจ็บเคยนอนอยู่ แม่นกอกเหลือง ก็มาเกาะอยู่ แต่นกอีกตัวที่ย่าเดาว่าเป็นนกตัวพี่ ไม่ได้มาด้วย

ลูกของพวกหนูตัวนั้นเขาไปสบายแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหาอาหารมาป้อนกันอีกต่อไป  ย่านึกในใจบอกกับพ่อและแม่ของนก

แหงนคอมองไปที่เพดานของชายคาห้องชั้นสอง แล้วใจหาย ไม่มีแล้วรังนกสวยที่ห้อยยาวอยู่ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

ย่าตั้งใจจะปิดฉากเรื่องนกกินปลีอกเหลือง ที่มาอาศัยกกไข่และเลี้ยงดูลูกๆ ที่ชายคาข้างห้องนอน ด้วยภาพชัดๆสวยๆของแม่นก (อกเหลืองไม่มีแผงคอ) และพ่อนก (อกเหลืองแผงคอสีน้ำเงินสวย) ที่ได้จาก google…ขอบคุณค่ะ

อย่างไรก็ตาม ก็มีเรื่องคาดไม่ถึงเกิดขึ้น!!.....

เย็นวันรุ่งขึ้น (28 พ.ย.) ขณะที่ย่ากำลังเรียบเรียงรูปนกเพื่อมาเล่าไว้ใน Diarylove…...พ่อนกกินปลีอกเหลืองมาเกาะเชือกเหนือเศษเสี้ยวของรังนกที่หลุดร่วงไปแล้วอยู่ครู่หนึ่ง พอเหลือบเห็นย่านั่งอยู่ในห้อง ก็รีบบินหายไป

ย่าเสียดายมากๆๆ...ที่ไม่ทันได้มีโอกาสถ่ายรูปเขา...  เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นนกกินปลีอกเหลืองตัวผู้แผงคอสวยตัวเป็นๆอย่างใกล้ชิด (ห่างกันประมาณ 50 ซม. ) ทั้งๆที่ได้เห็นนกตัวเมียช่วงที่มาสร้างรัง กกไข่ และป้อนอาหารลูกๆมานับครั้งไม่ถ้วน ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา

นั่งขออยู่ในใจว่า ช่วยมาปรากฏกายอีกสักครั้งเถิด ย่าจะได้ปิดเรื่องของครอบครัวพวกเธอได้อย่างสมบูรณ์  ระหว่างนั้นย่าก็เตรียมกล้องไว้พร้อมใกล้ๆมือ

ไม่เป็นผล นั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง นกเจ้าก็ไม่โผบินกลับมาอีก...เหมือนเป็นภาพในฝัน ยากที่จะบอกเล่าให้ใครร่วมตื่นเต้นเหมือนเห็นภาพไปด้วย

เย็นถัดมา ( 29 พ.ย.) ขณะที่ย่ากำลังนั่งปั่นเรื่องนี้...สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึงอีกครั้ง!!... บังเอิญเหลือบไปเห็นพ่อนก เกาะเศษเสี้ยวของรังนกที่เดิมเหมือนเมื่อวาน คราวนี้ย่าค่อยๆหลบ ก้มหยิบกล้องใหญ่ในลิ้นชัก

คลิกๆๆๆๆ  ได้ภาพชัดทุกอิริยาบถ ชั่วขณะหนึ่งที่เขาเกาะอยู่....ช่างสมใจตามแรงอธิษฐานจริงๆ

ภาพนี้เขายืดคอยาว... ตาสอดส่ายไปทางซ้ายมือ

ภาพนี้ตาสอดส่าย (มองหาลูก?) ไปทางขวา

แล้วหันไปทางซ้ายอีกครั้ง ตาสอดส่ายอยู่อึดใจหนึ่ง

แล้วประสาทสัมผัสที่ว่องไวเป็นพิเศษของเขา คงรู้สึกได้ว่ากำลังถูกจับจ้องอยู่ จึงหันมาสบตาย่า ไม่รีบบินหนีเหมือนเมื่อวาน ส่งสายตาเหมือนจะถามว่า “ ย่าครับ ลูกผมอยู่ไหน”

เมื่อไม่มีแม้แต่เงาของลูกให้เห็น  เขาก็เบือนหน้าไปทางซ้าย สอดส่ายสายตาค้นหาอีกอึดใจหนึ่ง....แล้วค่อยๆบินจากไป...ไม่ได้ทำท่าตกใจเหมือนเมื่อวาน

ขอบคุณจ้า พ่อนกแสนสวย วันนี้เจ้ามาปรากฏกายอีกครั้ง เหมือนมาลบคำสบประมาทที่ย่าเคยเขียนไว้ในตอนที่หนึ่งว่า ตั้งแต่สร้างรัง กกไข่ จนถึงการหาอาหารมาป้อนลูกๆ ไม่เคยเห็นพ่อนกมาช่วยแม่นกสร้างรังและเลี้ยงลูก ตามที่มีผู้เขียนข้อมูลบอกเล่าไว้เลย

เจ้าได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว ว่าเป็นพ่อที่รักและห่วงใยลูกๆไม่แพ้แม่นก

สวัสดีและลาก่อนจ้ะ ไม่ต้องมาตามหาลูกอีกนะ เขาไปสบายแล้ว

     ............................. 

 



Edited by yanid - 30 Nov 2016 at 22:34

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 30 Nov 2016 at 11:41



DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [0/85]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [0/95]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [0/71]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [0/120]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [0/112]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [0/208]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [0/137]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [0/92]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [0/166]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [0/194]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [0/76]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [0/89]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [0/101]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [0/169]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [0/107]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [0/169]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [0/170]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [0/147]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [0/127]
Cesky Krumlov…รักแรกพบ [2/198]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [2/177]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [0/185]
Hallstatt 2016 [3/223]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [0/244]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [0/226]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [0/466]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [0/330]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [0/376]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [2/441]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [0/317]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [0/360]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [0/659]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [0/1986]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [0/367]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/261]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/662]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/286]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/261]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/350]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/260]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/280]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/485]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1092]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/1443]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/2867]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/11690]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/732]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/204]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/178]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/153]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/167]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/149]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/170]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/134]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/146]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/180]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/475]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/277]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/314]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/372]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/268]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/983]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/438]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/428]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/460]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/396]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/790]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/445]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1287]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/635]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/3507]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/442]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/351]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/634]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/334]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/450]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/457]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/616]
กรรมฐาน [6/883]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/509]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [10/697]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

March 2017
S M T W T F S
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.117 seconds.