India 2014 Manali – Leh –Agra 10Days 9 Nights

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
India 2014
Manali – Leh –Agra 10Days 9 Nights
3-14Jul14


ทริปนี้ เป็นทริปใหญ่ ที่มีเพื่อนไปกัน 16 คนได้ โดยประมาณ
โดยปกติแล้ว จะมีทริปใหญ่กับเพื่อน 2 ปีครั้ง ในแบบลุยๆ กันดานๆ หน่อย
แต่รอบนี้เหตุเกิดจาก ตั้งใจจะตั้งท้องเฟวา แต่พยายามกันมา 7เดือน เฟวา ก็ยังไม่มาเกิดสักที
เราเลยตัดสินใจ ปิด Project
และตัดสินใจรับปาก เพื่อน ๆ ว่าจะไปเที่ยวกัน
ก็มาลงกันที่ India Manali – Leh –Agra
แล้วเริ่มทำ Plan ไปเที่ยว India กันกับเพื่อนๆ
จองตั๋วเครื่องบินกันข้ามปี เพื่อให้ได้ตั๋วถูก

พอสรุปทุกอย่างกันได้ปุ๊บ เฟวาก็มาปั๊บในทันที 5555+
คุณมี๊ก็เลยหิ้วท้องเฟวามา 9 เดือน พอคลอด เลี้ยงเฟวา อีก 8เดือน
คุณมี๊ กับคุณปี๊ก็บินไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่ India

Day 1   Arrival 6E44/06:30 hr stransfer to Manali by minibus (overnight at Manali) ความสูง 2,050 m
รอบนี้เราบินสายการบินอินดิโก INDIGO AIRLINES ขึ้นที่สุวรรณภูมิ
นั่งดมกินแขก หอมอบอวลไปทั้งลำเลยคร้า.......
เครื่องลง 6.30 น. ผ่าน ตม. วันนี้ต้องนั่งรถลากยาวถึงเมืองมะนาลี ตอน 4ทุ่ม
อากาศประมาณ 15-20องศา
ประสบการณ์ใหม่ที่อินเดีย ตราตึงมากแถบทุกอย่าง
วิว อาหาร วัฒนธรรม ในมุมของอินเดีย ทุกอย่างเรียกว่าลงตัวน่ะสำหรับประเทศนี้
วิวสวย ธรรมชาติยังดิบอยู่ วัฒนธรรม ยังคงเก็บรักษาไว้ได้ดี
อาหาร ไม่ต้องพูดถึง มาวันแรกทุกคนระวังตัวกันสุดฤิทธิ์ (กลัวท้องร่วงคร้า)
เลยเน้น กินร้านอาหารกัน ไม่ค่อยมีใครกล้าซื้อข้างทางกินกัน

มีก้อย เอก จุก นี่แหละ เจอร้านไหนข้างทาง  วิ่งลองกันทุกอย่าง
สรุป ธาตุแข็ง ไม่เสียจ้า พวกชอบลองของ 5555+

Program วันแรก เราต้องนั่งรถกันทั้งวันไปข้ามไปอีกเมือง Manali
ซึ่งทางที่ไป เป็นเขา และเส้นทางหน้าผาทั้งนั้น
เราได้ลุงคนขับที่เจ๋งมาก ขับซิ่งมาก และ Save มากด้วย
เราเลยให้ทริปลุงไปหนักๆ ด้วยความประทับใจ

วันแรกยังไม่ไปไหนก็ Shopping กันตั้งแต่สุวรรณภูมิ


บรรยากาศบนรถ มีพัดลมให้ด้วย ด้วยอากาศในเมืองถ้ายังไม่ออกนอกเมือง ก็ 45องศา up


พยายามสั่งที่พอจะกินได้มา
แต่มันก็ไม่อร่อยเลย 555+
พูดถึงอาหาร ด้วยคนที่นี่บูชาวัวกัน เราก็ทำเนื้อแดดเดียวไปกิน
แล้วด้วยการที่ไม่รู้ ก็เอาเนื้อให้เค้าอุ่นให้ พนักงานน่ารักมากรับถุงเนื้อไป
สักพักเดินกลับมา ทำหน้าประมาณ So sorry มากกกก ที่ I ไม่สามารถทำร้ายวัวในถุงของ You ได้ 5555+
เป็นอันว่าเข้าใจ พอเข้าร้านอาหาร ก็แอบกินเนื้อกันใต้โต๊ะ เพราะไม่อยากให้พาชนะของเค้าได้เปลื้อนเนื้อของเรา


Day 2   Manali -Rotang-la pass-Jispa- Sarchu Camp (overnight at Sarchu Camp)
ความสูง 4,290 m (งดดื่มแอลกอฮอล์)
วันนี้ต้องเดินทางไกลไป ซาจูแคมป์ เปลี่ยนเป็นรถ innova 4 คัน คันละ 4 คน
เส้นทางระหว่างทาง เส้นทางลำบาก ขรุขระ ไม่มีห้องน้ำ จะมีเฉพาะจุดพักรถใหญ่ ๆ เท่านั้น
ระหว่างทางจะผ่านจุด check point ต้องใช้ list รายชื่อ และ passport ตัวจริงเพื่อทำเรื่องผ่านจามจุด check point ต่าง ๆ
ถึง ซาจู แคมป์ ประมาณ ช่วงเย็น ๆ ที่อยากให้ถึงเร็ว เพราะระหว่างทาง ไม่มีไฟทาง และทางค่อนข้างอันตราย
คืนนี้นอนกันแบบแคมป์ ห้องละ 2 คน ห้องน้ำแยก คืนนี้หนาวมากกกก 10 องศา
ระหว่างทางก็ผ่านความสูงมาเรื่อยๆ ยิ่งสูงทำให้ร่างกายขาดอ็อกซิเจน
ต้องบอกเพื่อน ๆ ตลอดเวลาให้เคลื่อนตัวกันช้า ๆ อย่ากระโดด หรือใช้พลังงานกันเยอะๆ
เคล็ดไม่ลับ ถ้าใคร กินน้ำเยอะๆ และ ได้ถ่าย หรือผายลมออกมาบ่อยจะรอด 5555+
รอด ณ ที่นี้หมายถึงไม่เกิดอาการแพ้ความสูง
เพราะเพื่อนๆ บางคนเริ่มร่วงกันไปทีละคน สองคน เนื่องจากเกิดอาการแพ้ความสูง
อาการ คือมึนหัว อาเจียน ทุกคนมีโรคนี้น่ะค่ะ แต่จะอยู่ที่ความสูงเท่าไหร่ แล้วแต่คนจริง ๆ

เช้ามาก็เจอวิวนี้ พร้อมกับเสียงน้ำที่ไหลผ่านหน้าที่พัก
แต่น่าเสียดาย เราได้ค้างที่นี่แค่คืนเดียว แล้วต้องไปต่อกันแล้ว จึงได้แค่เห็นวิวตอนเช้าเท่านั้น


วิวข้างทางเส้นนี้ สวยมากกกกกก หลังคาโลกของเราช่างงดงามจริงๆ


เส้นทางไป ซาจูแคมป์ ยังอีกยาวไกล
ระหว่างทางเราก็เก็บเกียว วิว อาหาร วัมนธรรมไปเรื่อย ๆ
แวะถ่ายรูปกันตลอดทาง ประสบการณ์นี้ทำให้รู้ว่า อินเดียมีดีกว่าที่คิด

รถแก๊งเรา 4 คัน 1คันเสีย ก็วอล์บอกกัน
ซ่อมเสร็จก็เดินทางต่อ ชิวเกิ้นนนนนน


ปล่อยลงจากรถไม่ได้ ใช้เวลา เก็บคนขึ้นรถยากมาก
อย่าได้ให้รวมตัวกัน


เหมาขนมทุกร้านคร้า......


ขนมๆ ชอบมาก


วิว หิมะ เดือน Jul'2014
เป็นช่วงที่สามารถเดินทางในถนนเส้นนี้ได้ 7-9 ถ้าเป็นเดือนอื่นๆ หิมะจะหนามาก
รถจะต้องใช้โซ่ที่ล้อ เพื่อกันลื่น ซึ่งอันตรายมาก
ช่วงเดือนนี้ กำลังสวยเลย

ที่นี่มีสกี Resort ด้วยน่ะค่ะ
ตลอกดีเหมือนกัน พอเห็นคนแขก บังๆ มาใส่ชุดเล่นสกี
ไม่ได้ดูหรูหราเหมือนเกาหลีน่ะค่ะ แต่ก็พอเอามันได้







ระหว่างทางแวะเข้าห้องน้ำ
ห้องน้ำ ที่นี่เท่ากับ ร่ม หรือผ้าปิดน่ะค่ะ
อยู่ที่นี่ต้องหน้าด้านนิดนุง 55555+
นั่งฉี่ แบบลมเย็น ๆ ก้น














วันนี้ เราถึงแคมป์ดึกไปหน่อย แวะบ่อย
มาถึงก็หมดแรงข้าวต้มกันเลยทีเดียว กินข้าวกันแทบไม่ลง
วันนี้ แต่ล่ะคนออกอาการแพ้ความสูงกันหลายคน
แยกย้ายกันไปนอนเอาแรง พรุงนี้ลุยกันใหม่คร้า....


Day 3   Sarchu Camp - Leh  (overnight at Leh) ความสูง 3,524 m (ถ้าไม่แพ้ความสูงดื่มได้)
ล้อหมุน 7 โมง กินอาหารเช้าประมาณ 6 โมงครึ่ง จะเดินทาง ถึง เลห์ ประมาณ 5 โมง - 1 ทุ่ม
เหมือนเดิม ระหว่างทาง ไม่ค่อยมีร้านค้า ไม่มีห้องน้ำ ร้านอาหารน้อย จะมีตามจุดพักใหญ่ ๆ เท่านั้น
แต่ระหว่างทางวิวสวยมากกกกก
ถึงเมืองเลห์ ออกมาเดินเล่น กินข้าวกันที่ร้าน Gesmo เจ้าของร้านเป็น เนปาลี ร้านนี้จะมีเนื้อสัตว์ขาย
ร้านอื่นๆ ส่วนมากจะเป็นมังสะวิรัต หาอะไรดื่ม สบาย ๆ ก่อนเข้าที่พัก พักผ่อน
อุณหภูมิ คาดว่าประมาณ 15-20 องศา


วิวที่แคมป์ของเรา
อากาศดีวิวสวยๆ ภูเขายังมีหมวกหิมะอยู่เลย


ชอบมากกกกกกกก


ผ้าคลุมนี้ ได้มาจากแถวๆ แคมป์ซาจู ทำมาจากขนไรสักอย่าง
หนา และให้ความอุ่นดีมาก ผืน 100 บาทเอง



Day 4   Leh - Pangong Lake (overnight in camp at Pangong Lake ) ความสูง 4,350 m
ล้อหมุน 8 โมง พร้อมกระเป๋าเดินทาง คืนนี้จะเดินทางไปนอน แคมป์ กันอีกคืน
จากเมืองเลห์ ไป พันกอง ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. แต่ระหว่างทางจะแวะเที่ยวกันก่อน
เริ่มด้วยไปวัดเฮมิส ตรงกับช่วงเทศกาลหน้ากาก อาจจะต้องจอดรถไกลจากวัด
แวะกินข้าวระหว่างทางที่ Chang La Pass ความสูง 5,320 m อันดับ 3 ของโลก
ระดับความสูงถือว่าสูงมาก แต่ยังไม่สูงที่สุดในทริปนี้ ถ้าใครแพ้ ก็เตรียมขอน้ำร้อน
ชงน้ำขิงร้อนๆ หรือ โกโก้ร้อนกันได้เลย จากนั้นเดินทางต่อไป Pangong Lake
ถึง Pangong Lake ช่วงเย็น ๆ เดินเล่น ถ่ายรูปกันชิวๆ

แต่พอไปถึง ด้วยความสูง ทำให้เราหายใจไม่ทั่วท้อง
ต้องเดินกันช้า ๆ เอาอ็อกซิเจนเข้าปอดเยอะ ๆ
แคมป์ที่นี้สวยมาก มีห้องน้ำในตัว เก๋กูดมาก

วัดเฮมิส เราโชคดีมากมาช่วงที่มีงาน






หลังจากเที่ยววัดกันเสร็จก็เดินทางกันต่อ






ได้เห็น Pangong Lake แล้ว
เป็นทะเลสาปที่สูงที่สุด 4,350 m ของโลก และไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในน้ำได้
วันนี้เรายังไม่มาสัมผัสน่ะค่ะ เดินทางเข้าแคมป์ก่อน
พรุ่งนี้ ค่อยแวะเที่ยวกันใกล้ ๆ แบบสัมผัสน้ำเลย


แคมป์น่ารักมาก
วันนี้มีอาหารเย็นอร่อยมาก พี่ตุ้ยลงมือทำยำปลากระป๋องให้กิน
ฟินนนนนมาก



Day 5 Pangong Lake - City Tour in Leh (overnight at Leh) ความสูง 3,524 m
ตื่นสบาย ๆ เดินเล่นถ่ายรูปเล่น กินอาหารเช้า วันนี้ ออกเดินทาง 9 โมง เป้าหมายคือเดินทางกลับเข้า เลห์ แต่ระหว่างทาง แวะเที่ยวมาเรื่อย ๆ
 - วัดธิคเซย์Thiksey Monastery เป็นวัดพุทธตันตระนิกายหมวกเหลือง (นิกายเกลุคปา) เป็นสายเดียวกับองค์ดาไลลามะแห่งทิเบต
วัดแห่งนี้สร้างอยู่บนเขาสวยงามสง่า ซึ่งได้จำลองพระราชวังโปตาลาที่ทิเบตมา
- พระราชวังเชย์Shey Palace สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal ก่อสร้างเพื่อเป็นพร เมื่ออยู่บนพระราชวังเชย์มองลงมาจะเห็นวิวที่สวยงาม
พระราชวังฤดูร้อน ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี
- พระราชวังเลห์ Leh Palace ที่สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1630 โดยกษัตริย์เซงเจ นัมเยล ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางเมืองเลห์ สูง 9 ชั้น
มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต
  - Shanti Stupa เจดีย์สันติภาพ สร้างโดยพระลามะชาวญี่ปุ่น เมื่อปี ค.ศ. 1985 เป็นอนุสรณ์สถานแห่งการระลึกถึง
พระพุทธศาสนาอายุครบ 2500 ปี และเป็นจุดชมวิวตัวเมืองเลห์ได้อย่างสวยงาม

เช้าตรู่ เราเก็บข้าวของ ออกเดินทางกันต่อไปอีกเมือง
เลยเอารถลงมาลุยทะเลสาปพันกองกัน
ถือโอกาสถ่ายรูปหมู่ ไว้เป็นที่ระทึก ว่าครั้งหนึ่งเคยมาแล้วน่ะ
สวยจริงๆ


วิวภูเขาแกนนิก เปลือกโลกที่เลื่อนไปเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดแผ่นดินไหว
เรียนหนังสือมานาน ว่าหลังคาโลกเปงยังไง
นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของหลังคาโลก ครั้งหนึ่งเคยได้มาเห็น ภูมิใจจริง ๆ


วิวข้างทาง ด้านหน้าของทะเลสาปพันกอง














มามุด เป็นสัตว์ที่หาดูได้ที่อินเดีย
จะอยู่ที่ความสูง 3000 up เท่านั้น จึงจะเห็น
รูปร่าง เหมือนหนู ได้กับกระต่าย หรือแมวหว่า
น่ารัก ไม่ดุร้าย อาศัยอยู่ใต้ดิน







ลงมาด้านล่างแล้วก็แวะเที่ยววัดกัน





พระราชวังเชย์Shey Palace
จำได้ว่า กว่าจะถ่ายได้มุมนี้กัน ต้องเดินบนกำแพง แล้วดันเอาสายไฟฟ้าออก 555+








Day6 Leh-Khardung-la pass-Diskit-Hunder-Nubra Valley (overnight in camp at Nubra Valley ) ความสูง 3,048 m
ออกจากโรงแรม 8 โมง ใช้เวลาเดินทาง 5 – 6 ชั่วโมง ไม่รวมแวะ วันนี้ของจริง เพราะเราต้องผ่านถนนที่สูงที่สุดในโลก
Khardung La Pass สูง 5,602 m จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นเทือกเขาคาราโครัมในประเทศปากีสถาน
วัดดิสกิต ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม วัดดิสกิตเป็นวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในหุบเขานูบรา บอกให้รถมารับด้านหลังองค์พระ
จากนั้นอีกประมาณ 30 นาที ถึงที่ขี่อูฐ ประมาณคนละ 500 รู จากนั้นเข้าที่พักชื่อ Cold water ที่นี่ขอเข้าไปทำกับข้าวกินได้

วันนี้นอนแคป์อีกเช่นเคย
แต่เป็นแคมป์ไฮโซน่ะ ที่นอนสบายมาก อากาศก็ชิวมากเช่นกัน
วันนี้เราถึงที่พักแบบสบาย ๆ เก็บข้าวของ
ก็ออกไปขี่อูฐกัน เพราะที่นี่เป็นแหล่งเลี้ยงอูฐ พื้นที่สวยใหญ่เป็นทะเลทราย


พร้อมมาก


น้องอูฐนอนรอกันหน้าสล่อน



ประสบการณ์ขี่อูฐ เสียวได้ใจมาก
เห็นยังงี้ พอขึ้นขี่เท่านั้นแหละ ผู้ชายแต๋วแตกกันเป็นแถว
สูงมากกกกกก โยกย้ายสะโพกที นี่เสียวมาก








น้องคนนี้ ไม่รู้ถูกชะตากันมาแต่ชาติปางไหน
แม่เค้าเดินเข้ามาบอกว่าน้องอยากถ่ายรูปด้วย
แล้วก็ได้เซวนากันนิดหน่อย คือครอบครัวเค้าไปเที่ยวประเทศไทยบ่อย
มิตรภาพต่างวัย



วันนี้ จบเข้าที่พัก ออกมาตั้งแคป์ไฟกัน
ปาร์ตี้กันจนได้เรื่อง คือเต้นส์แข่งกันกับวัยรุ่นแขก

Day 7   Nubra Valley -Namgail Tsemo Gompa-Shanti Stupa -Leh (overnight at Leh) ความสูง 3,524 m
ออกจากแคมป์ Nubra ประมาณ 9 โมง และวัด Namgail ต่อจากนั้นจะตีรถยาว เข้ามาที่เมืองเลห์
โดย Shanti Stupa จะพยายาม เก็บให้เรียบร้อยในวันที่ 5 แต่ถ้ายังไม่ได้เที่ยวอาจจะตีรถเข้ามากินข้าว
ในเมืองก่อน วันนี้อาจจะได้กินมื้อเที่ยงกันประมาณ บ่าย 2-3 หาอะไรรองท้องไว้ด้วย ช่วงเย็น ๆ
เดินเล่นช้อปปิ้งของที่ระลึกที่เมืองเลห์ เข้าพักที่โรงแรมเดิม

เช้านี้ เนียนๆ มาทำอาหารในครัวเค้า



วิว ด้านหน้าที่พัก


แวะเที่ยววัดระหว่างทาง


ถึงในเมืองเดินเล่น Shopping ผ้าพันคอฝากเพื่อน ๆ
เหมากันเลยทีเดียว ไม่พอด้วย ตอนเย็นต้องให้ไปส่งที่โรงแรมเพิ่ม



Day 8   Transfer to Leh Airport by AI446/11:10hrs,then transfer to Agra by bus (overnight at Agra)
ออกจากโรงแรม 9 โมง เดินทางไปสนามบิน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึงสนามบิน
Flight AI 446 เวลา 11.10 ถึงสนามบินที่ New delhi 12.30 ถึงสนามบิน จะกลับมาใช้รถบัสกันเหมือนเดิม เดินทางกันไปเมือง อัครา

หารูปวิว เทอกเขาหิมะระหว่างบินภายในประเทศไม่เจอ สวยมากๆ ค่ะ ถ้าหาเจอจะมาเพิ่มรูปให้น่ะค่ะ

Day 9   Visit to Tajmahal, Agra fort and FETERPUR SIKRI transfer to Delhi (overnight at Delhi)
ออกจากโรงแรม 6 โมงเช้า ยังไม่ต้องเก็บกระเป๋า จะต้องกลับไป กินข้าว ที่โรงแรมอีกที
ถึง Tajmahal เข้าทางประตู West ให้จ้าง local guide ผ่านทางคนขับรถ ค่าจ้างประมาณ 1,000 รู ไว้สำหรับนำทาง จะได้ไม่ต้อง
เสียเวลาเดิน ไม่เกิน 9 โมง จะต้องออกจาก Tajmahal เพื่อกลับโรงแรม กินข้าว ไม่เกิน 10 โมงต้องออกจาก โรงแรม พร้อมของ
นั่งรถไป อัคราฟอร์ด ประมาณ 15 นาที อยู่ที่อัคราฟอร์ด ถึงประมาณ บ่ายโมง ออกมาหา ข้าวเที่ยงกิน และ ตีรถยาวไป ฟาเต๊ะ
ประมาณ 1 ชม. ทางขึ้นไป ฟาเต๊ะ ต้องนั่งรถชัตเตอร์บัส ไปไม่ไกล อยู่ที่ ฟาเต๊ะ ประมาณ 2 ชม. จากนั้น ตีรถกลับ เดวลี

วันนี้ตืนแต่เช้าเพื่อไปทัชมาฮาว
อากาศร้อนมาก จับได้ประมาณ 45up
รู้สึกทรมานมาก อากาศต่างกันกับที่ Manali เลย
แต่สวยจับใจ รวมถึงประวัติ ที่เคยได้พอรู้มาบ้าง
ก็ทำให้คิดว่า ทุกอย่างถ้าทำด้วยความรัก ยังไงก็สำเร็จโน๊ะ


ต้องซื้อตั๋วก่อนเข้าในตัวปราสาทค่ะ


พอเข้ามาแล้ว ก็ต้องมารอไกด์ เล่าถึงประวัติ และการปฏิบัติก่อนเข้าด้านใน




มุมมหาชน


เค้าว่ากันว่า ใครมาที่นี่ จะทำให้ความรักยืนยาว คงกระพัน 5555+











เข้าด้านใน ต้องสวมถุงยังงี้น่ะค่ะ เก๋ดี


Day 10  ASKHADHAM TEMPLE and Delhi city tour ,India gate and transfer to Airport for flight 6E43/18:25hrs

จบแล้วค่ะ ทริปนี้ 10 วัน กับการเดินทาง
ประทับใจมาก พูดถึงอินเดีย ก็อยากกลับไปอีกน่ะค่ะ



Edited by Senyai - 15 Sep 2016 at 09:26

Post Options Edit Diary   Quote Senyai Quote wrote: 14 Sep 2016 at 16:00

DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : Senyai
Chanthaburi 18-19Oct14 TKMD Team [3/939]
India 2014 Manali – Leh –Agra 10Days 9 Nights [2/212]
Phewa 1-5M14 & Pullman Patthaya 22-23Mar14 [5/777]
Drama Senyai 27Feb14 [0/204]
7Dec13 Welcome <Phewa...> [0/446]
Dasada 17-18Aug13 [0/326]
4Aug13 พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ & 7Aug13Open Hourse KG2 [0/226]
เดินสาย Wendding & Satthahip & the gang 2013 [0/237]
Chill Chill in May 2013//SenYai_4Y [2/560]
Surprise Baby & Fun Video film Jo+Aim 3Y/11m [2/517]
HuaHin 6-7Apr13 3Y/6m [2/682]
Drama Bye Bye KG1D by K.Senyai //1Mar13//3Y10M [5/556]
South Vietnam 4-8 Oct 12 Day5 [4/1043]
South Vietnam 4-8 Oct 12 Day4 [2/479]
diarylove ตอนเก่า [2/486]
South Vietnam 4-8 Oct 12 Day3 [6/642]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ Senyai ]
[ All Senyai diary ]

November 2017
S M T W T F S
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ