แวะ Hluboka ก่อนไป Prague

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

เสาร์ที่14 พค.2559 เราออกจากปราสาท Cesky Krumlov ตอนใกล้เที่ยง แล้วไปแวะชม Hluboka Chateau ซึ่งเคยเป็นทรัพย์สินของกษัตริย์และขุนนาง อยู่ห่างจากตัวเมือง Ceske Bodejovice ประมาณ 10 กม. จากนั้นก็จะต่อไป Prague เมืองหลวงของสาธารณรัฐ Czech

จากที่จอดรถเห็นหอคอยของ Chateau โผล่มาโดดเด่น แสดงว่าตั้งอยู่บนเนินเขา และขนาดใหญ่พอสมควร

เช่นเดียวกับที่เที่ยวเกือบทุกแห่งในแถบนี้ รถใหญ่ต้องจอดอยู่นอกเมือง นักท่องเที่ยวต้องลงเดินไปตามทางที่ค่อยๆชันขึ้นๆ

สว.อารมณ์ดีเช่นพวกเรา เป็นสุขได้ทุกที่ ค่อยๆเดินกันไป พักกันไป  ถ่ายรูปกันไป

ดอกไม้แสนสวยนี้ชื่อ Pansy

Parish Church ที่งามแบบเรียบง่าย น่าสนใจแต่ไม่ใช่เวลาที่จะแวะชม

เป้าหมายของเรา คือ Hluboka Chateau ซึ่งตามผังจะต้องเดินไปไกลพอควร ตามข้อมูลบอกว่าใช้เวลาประมาณ 20 นาที (น่าจะประมาณ 3 กม.)

สว.รุ่นเดอะ ค่อยๆถอดใจไปทีละคนสองคน จนเหลือกลุ่มผู้อยากรู้อยากเห็นที่ตัดสินใจลุยไปจนถึงปลายทางแค่ 4 คน

เห็น Chateau หลังใหญ่สีขาวสะอาดตาแล้วหายเหนื่อย

ปู่ค่อยๆเดินตามมาจนทันถ่ายรูปสวยเด่นเป็นที่ระลึกให้สองนักลุย ส่วนอีกหนึ่งสาวเป็นนักถ่ายภาพมือดี จึงปลีกตัวไปถ่ายภาพสถานที่ที่ชอบๆแต่คนเดียว

Chateau แห่งนี้เป็นที่พักขนาดใหญ่เพียงหนึ่งในสองแห่งของชนชั้นสูงทางใต้ของ Czech Republic อึกแห่งหนึ่ง คือ Cesky Krumlov ที่เราเพิ่งจากมานั่นเอง

บริเวณนี้มีสิ่งปลูกสร้าง ตั้งแต่ศตวรรษที่13 หลังจากนั้นก็ถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง มีการขายและเปลี่ยนเจ้าของหลายครั้ง

การก่อสร้าง chateau ครั้งหลังสุดแล้วเสร็จในปี 1871 เจ้าของคนสุดท้าย คือ  Dr. Adolf Schwarzenberg จนถึงปี 1938 ท่านได้หนีภัยนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปต่างประเทศ และไม่กลับมาอีกเลย จากนั้นพวกนาซีเยอรมันได้เข้าบริหารจัดการ ในปี 1945 จึงมีการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของ Czech Republic

Hluboka Chateau มักจะได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็น chateau ที่สวยที่สุดใน Czech Republic

พบว่าในหนังสือเรียกบางแห่งว่า Castle บางแห่งว่า Chateau ซึ่งในสายตาของนักท่องเที่ยวจะไม่เห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน  และหากจะแปล Castle ว่า ปราสาท และ Chateau ว่า คฤหาสน์ ตามที่มีการแปลไว้ในพจนานุกรม  ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ จึงพยายามหาคำอธิบายจาก Google ซึ่งช่วยให้เข้าใจได้ชัดเจนขึ้น  สรุปได้ดังนี้

·        Castle เป็นที่อยู่อาศัยของขุนนางชั้นสูงในยุโรปยุคกลาง โดยเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีป้อมปราการ(fortified) คอยระวังภัยจากการรุกรานของศัตรูรวมทั้งมีคูน้ำ( moat) ล้อมรอบ ด้วย

·        Chateau เป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งอาจมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า castle ก็ได้ แต่วัตถุประสงค์สำคัญต่างกัน คือ chateau เป็นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ในชนบท ที่ชนชั้นสูงสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนเป็นครั้งคราวเท่านั้น ไม่ได้อยู่อาศัยเป็นประจำ เช่น ใช้เป็นที่พักในช่วงที่ไปล่าสัตว์ เป็นต้น ส่วนรูปแบบของอาคารอาจจะมีป้อมปราการหรือไม่มีก็ได้

การชมและถ่ายรูปบริเวณรอบนอก...ฟรี  แต่หากจะชมภายในห้องต่างๆ ต้องมีค่าใช้จ่าย และต้องเดินตามไก๊ด์ตลอดเวลา ห้ามเดินชมเองอย่างอิสระ

เนื่องจากมีเวลาจำกัดมากๆ เราจึงรีบเดินวนๆถ่ายรูป และหาซื้อหนังสือมาอ่านเอง...แผนผังภายในเป็นไปตามภาพนี้ซึ่งได้จากหนังสือที่ซื้อมา

สรุปสั้นๆได้ว่า ที่นี่มี 140 ห้อง และมีหอคอย (tower)  11 แห่ง การปลูกสร้างและตกแต่งอิงตามแบบพระราชวังวินด์เซอร์ของอังกฤษ เนื่องจากเจ้าชายผู้สร้างปราสาทแห่งนี้ไปศึกษาที่อังกฤษและชื่นชมรูปแบบพระราชวังที่นั่น

ในอดีตมักจะใช้ที่นี่เป็นที่พักผ่อนและล่าสัตว์ ที่นี่เป็นที่รวมของพรมประดับผนังฝีมือดีจำนวนมาก..มีประมาณ 60 ผืน.. ส่วนใหญ่สั่งทอเป็นพิเศษจากเบลเยี่ยม

แหงนหน้าคอตั้งบ่าชมหอคอยสูงใหญ่

สูงใหญ่ขนาดนี้แล

เขากวางงามๆพวกนี้ น่าจะเป็นผลงานจากการล่าสัตว์

มีข้อมูลเพียงแค่ว่า ลูกบิดโลหะนี้มีอยู่หลายแห่งในปราสาท  ส่วนศีรษะ หมายถึง พวกเตอร์ก สำหรับนกตัวใหญ่นั้น เรียกว่า raven อย่างที่อังกฤษเลี้ยงไว้เป็นสัตว์ประจำพระราชวัง

รีบๆซื้อหนังสือ และของที่ระลึกก่อนออกจากปราสาท

ได้เวลาลาจากแล้ว

ว้า! เพิ่งรู้ว่ามีรถนำเที่ยวด้วย ไม่งั้นก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินไต่ขึ้นเนินสูง

จากนั้นเดินทางต่อไปกรุง Prague เมืองหลวงของ Czech Republic…ช่วงนี้ทุ่ง rape flower เหลืองอร่ามสดใส เป็นช่วงๆทั้งสองข้างถนน

ขอแทรกข้อมูลสั้นๆ ก่อนถึงเมืองหลวง ว่า ประเทศนี้มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน ประมาณ 1.2 ล้านคนอยู่ในเมืองหลวง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุด

ประเทศนี้ปรากฎชื่อมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 9 โดยใช้ชื่อว่า Duchy of Bohemia ช่วงศตวรรษที่10 เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน และหลายศตวรรษต่อๆมาก็ผลัดเปลี่ยนเวียนวน อยู่กับการกำกับดูแลของประเทศมหาอำนาจต่างๆในยุคนั้น ทั้งออสเตรีย เยอรมนี และโซเวียต

ปี 1918 ถูกกำหนดให้รวมกับ Slovak ซึ่งเป็นอีกประเทศหนึ่งที่อยู่ในการกำกับดูแลของ Austro-Hungarian Empire (ซึ่งหมดอำนาจหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1) กลายเป็น the Republic of Czechoslovakia

ช่วงปี 1949-1989 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นประเทศที่ถูกกำกับดูแลโดยโซเวียตและปกครองด้วยระบบพรรคคอมมิวนิสต์เพียงพรรคเดียว

ปี1989 เป็นอิสระจากการควบคุมของโซเวียต อย่างไรก็ตามยังมีความตึงเครียดจากความต้องการแยกประเทศของชาว Slovak ดังนั้นอีก 4 ปี ต่อมา คือ เมื่อ 1 มกราคม 1993 จึงมีการแยกเป็นสองประเทศด้วยสันติวิธี   โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า   Czech Republic และ Slovakia

มีข้อมูลว่า ผู้บริหารของ Czech Republic หลายกลุ่ม เห็นว่า หากจะใช้คำสั้นๆเรียกชื่อประเทศ ก็น่าจะเรียกว่า Czechia ( ทำนองเดียวกับ Slovakia ) ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติ ผู้นำของ Czech Republic ได้ใช้คำนี้อย่างไม่เป็นการหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศใช้คำนี้อย่างเป็นทางการ

เดินทางเกือบ 3 ชั่วโมงก็ถึงร้านอาหารไทย ชื่อ noi ซึ่งเจ้าของร้านเป็นหนุ่มเช็คที่ชื่นชอบอาหารไทย มีแม่ครัวพ่อครัวเป็นชาวไทย ทำอาหารไทยกันอย่างคล่องแคล่วในห้องกระจกทางผ่านไปห้องน้ำ ส่วนด้านหน้าร้านอาหารติดป้ายโฆษณาอาหารเพื่อสุขภาพของไทยพร้อมชื่อแม่ครัวด้วย

อาหารไทยวันนั้น เป็นประเภท ต้มยำ ผัดเผ็ด ผัดผัก และ ลาบ เผ็ดนิดหน่อย ปิดท้ายด้วยผลไม้จิ้มซ้อสช็อคโกแล็ต อร่อยใช้ได้ แต่คนคิดถึงไข่เจียวหมูสับแบบไทยๆอย่างย่าผิดหวัง..ในร้านมี’ใบตอง’ประดับด้วย

หน้าร้านตกแต่งด้วยพระพุทธรูป

ช่วงเย็นเราเดินจากโรงแรมลัดเลาะชมเขตเมืองเก่า  มุ่งไปที่นาฬิกาดาราศาสตร์ และ Charles Bridge

เขตเมืองเก่าของเมือง Prague ได้รับการยกย่องว่า เป็นบริเวณที่ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป....มาดูกันว่าปู่กับย่าได้ภาพอะไรมาบ้าง

ภาพงามๆระหว่างทาง...แน่นอนต้องเป็นฝีมือปู่ผู้ตาไวราวกับเหยี่ยว

ภาพงามๆระหว่างทาง

นอกจากอาหารไทยในร้านหรู แล้ว ร้านนวดแผนไทยก็อยู่ในย่านคนพลุกพล่านเช่นกัน

ในหนังสือบอกว่า อาคารที่มีภาพวาดสวยงามและมีชีวิตชีวาแห่งนี้ มีอายุยืนยาวมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่17  สำหรับรูปสิงโตที่เฝ้าตรงมุมด้านหน้าอาคารนั้น เป็นเครื่องหมายการค้าของร้านขายยาที่อยู่ที่นี่มาก่อนหน้านี้

อ๊ะๆ....เดินต่อมาไม่นานนัก ก็เห็นป้ายร้านนวดแผนไทยอีกแล้ว แสดงว่าเป็นบริการที่ได้รับการตอบรับดีเกินคาด

ระหว่างทางมีการแสดงความสามารถข้างทางเป็นระยะๆ

ระหว่างทางมีการแสดงความสามารถข้างทางเป็นระยะๆ ...หนุ่มในรูปขวา ใช้มือจับไม้ลอยตัวได้สบายๆอย่างน่าทึ่ง

แล้วเราก็มาถึงนาฬิกาดาราศาสตร์ ที่อยู่ตรง City Hall ได้ทันเวลานาฬิกาดังบอกเวลาพอดี ทุกสายตาจ้องไปที่หน้าต่างสูงขนาดที่ต้องแหงนคอตั้งบ่าจึงจะเห็น  Saint สาวกของพระเยซู 12 องค์หมุนเวียนกันโผล่หน้าต่างมาทักทายผู้คน... ไก๊ด์ย้ำหนักหนาว่าให้จ้องอย่างไม่กระพริบตาเด็ดขาด เพราะแค่แป๊บเดียวเท่านั้นหน้าต่างก็จะปิด แล้วทุกอย่างก็จะเข้าสู่สภาพปกติ จนถึงชั่วโมงต่อไป

ดูเหมือนว่าปัจจุบันที่นี่จะเป็นแห่งเดียวในโลกที่มีนาฬิกาดาราศาสตร์ตีบอกเวลาทุกชั่วโมง ส่วนอีกแห่งหนึ่งที่เมืองมิวนิค เยอรมนี นั้น ตีบอกเวลาวันละครั้งเดียวตอนห้าโมงเย็น

เดินๆๆๆต่อไป....ใกล้จะถึงเป้าหมายที่สองแล้ว

ในหนังสือบอกว่าอาคารนี้ อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า Cross Square ใกล้ๆทางขึ้น Charles Bridge ส่วนรูปปั้นมากมายบนอาคาร คือ บรรดาอัศวิน ( knights)

เดินถ่ายรูปกันบน Charles Bridge  ระหว่างรอลงเรือล่องแม่น้ำ

เดินถ่ายรูปกันบนสะพาน ระหว่างรอลงเรือล่องแม่น้ำ

อู่จอดเรือใกล้ๆสะพาน ระหว่างรอความพร้อมก่อนล่องแม่น้ำ Vltava

บรรยากาศในเรือ หนุ่มแต่งตัวเท่ๆคนนี้เป็นคนขับเรือและเป็นไก๊ด์ด้วย

 

Charles Bridge เป็นสะพานเก่าที่สุดและสวยที่สุดในบรรดา 18 สะพานข้ามแม่น้ำ Vltava ใน Prague

ในปี 1118 มีการสร้างสะพานไม้ข้ามแม่น้ำในบริเวณนี้  40 ปีหลังจากนั้นมีการสร้างสะพานหินทดแทนของเดิม ใช้งานได้ประมาณ 200 ปี ก็ถูกกระแสน้ำพัดพาไปเพราะเหตุจากน้ำท่วมใหญ่

ปี 1357 จักรพรรดิ Charles IV วางฐานรากเพื่อสร้างสะพานหินใหม่ สูงกว่าเดิม 5 เมตร และใช้งานมาได้นาน 533 ปี บางส่วนก็พังทะลายเพราะน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ในปี1890 ต้องปิดซ่อมแซมนานถึงสองปี

ทิวทัศน์บนฝั่งเมืองเก่า

ระหว่างล่องเรือไก๊ด์เล่าถึง สะพานข้ามแม่น้ำสายนี้ต่างๆในอดีต พร้อมนำรูปมาให้ชมกัน

ในปี 2002 ( 112 ปีหลังจากที่ Charles Bridge พังครั้งแรก) เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วมและไหลแรงมาก จนสะพาน Charles พังทลายเสียหายยับเยินอีกเป็นครั้งที่สอง ตามที่เห็นในรูป

และนี่ก็เป็นสภาพน้ำท่วมอาคารบ้านเรือนริมน้ำ Vltavaใน Prague ในปี 2002

แต่ในปี 2016 หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านมา 14 ปีแล้ว Charles Bridge และอาคารบ้านเรือนริมน้ำ ดูขรึมขลังและงดงามราวกับไม่เคยผ่านวิกฤติการณ์ร้ายแรงใดๆมาก่อน

แต่ในปี 2016 หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านมา 14 ปีแล้ว  Charles Bridge และอาคารบ้านเรือนริมน้ำ ดูขรึมขลังและงดงามราวกับไม่เคยผ่านวิกฤติการณ์ร้ายแรงใดๆมาก่อน

ที่นี่ก็มีเรือเล็กรูปร่างต่างๆเหมือนในเจ้าพระยาของเรา แต่สีสันจัดจ้ากว่าและแม่น้ำของเขาสงบราบเรียบกว่าเจ้าพระยา

ที่นี่ก็มีเรือเล็กรูปร่างต่างๆเหมือนในเจ้าพระยาของเรา แต่สีสันจัดจ้ากว่าและแม่น้ำของเขาสงบราบเรียบกว่าเจ้าพระยา

เรือใหญ่พาเราลัดเลาะเข้าคลอง ก่อนจะวนกลับไปสู่แม่น้ำใหญ่อีกครั้ง

หอนาฬิกาและ Smetana Museum ริมฝั่งน้ำเขตเมืองเก่า

สองฝั่งน้ำ มีหงส์ขาวพักผ่อนสบายๆบนชายฝั่ง

คู่นี้กำลังไซร้ขนทำความสะอาดเนื้อตัวอย่างไม่สนใจใคร

แสงสีระหว่างทางเดินกลับโรงแรม....เราค้างที่นี่สองคืน

วันรุ่งขึ้น หลังอาหารเย็น พวกเรากลุ่มหนึ่งขอแยกจากกลุ่มใหญ่ เพื่อมาถ่ายรูปบนสะพานยามค่ำคืน

ทัศนียภาพริมน้ำยามเย็นของฝั่งเมืองเก่า

หงส์ขาวล่องลอยในแม่น้ำอย่างสบายอารมณ์

เรือใหญ่ยามค่ำคืน

ภาพสถาปัตยกรรมงดงาม ด้านเมืองเก่ายามค่ำคืน

บนสะพาน มีรูปปั้นประมาณ 30 รูป ซึ่งทะยอยมาติดตั้งหลังจากสร้างสะพานเสร็จแล้ว

ปู่ สนุกกับการถ่ายภาพยามค่ำ

รูปหล่อบรอนซ์ของ Saint  John of Nepomuk ซึ่งช่วยรักษาความลับของผู้ที่มาสารภาพบาปกับท่าน จนสุดท้าย ท่านถูกสั่งลงโทษด้วยการจับโยนลงแม่น้ำจากสะพานนี้ 

มีการนำรูปนี้ติดตั้งในปี 1658 หรือ ประมาณ 300 ปีหลังจากการเสียชีวิตของท่าน

บริเวณมันปลาบสองแห่งที่ใกล้ฐานนั้น คือ รอยการสัมผัสด้วยความเคารพของผู้คนที่ผ่านไปมา

ขอถ่ายรูปคู่กับท่านหน่อยค่ะ

ชอบป้ายแจ้งการบูรณปฏิสังขรณ์ บนสะพานฯที่บอกกล่าวว่ากำลังจะทำอะไร ของเดิมหน้าตาเป็นอย่างไร

บนสะพานกว้างนี้ใครใคร่ทำอะไรก็ได้

บนสะพานกว้างนี้ใครใคร่ทำอะไรก็ได้

ทัศนียภาพอาคารบ้านเรือน แถบ Lesser Town และ Castle District

คณะผู้นิยมชมวิวยามค่ำคืนกับนาฬิกาดาราศาสตร์ที่ยามฟ้าสว่างตามปกติจะหาโอกาสถ่ายภาพเฉพาะกลุ่มได้ยาก

กลุ่มผู้อยากรู้อยากเห็นภาพ Charles Bridge ยามค่ำคืน ขอบ๊ายบายเมืองเก่าของ Prague ตอนสามทุ่ม กว่าๆ ที่ The Tyn Church โบสถ์เก่าสวยงามแปลกตาที่จตุรัสกลางเมืองเก่า โบสถ์นี้สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 14

..................

 



Edited by yanid - 17 Jul 2016 at 18:52

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 09 Jul 2016 at 00:53



DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 5(จบ) The Hermitage [1/199]
นกกินปลีอกเหลืองตกสวรรค์ [3/200]
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 4 Peterhof [2/247]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่3 St.Basil's Cathedral [2/172]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่2 ดอกไม้ในมอสโก [2/169]
เที่ยวรัสเซียปี2560 - ตอนที่1 ภาพรวม [2/193]
เปิดกล้องส่องนกที่บ้าน [3/137]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [4/855]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [3/844]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [3/601]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [3/311]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [3/393]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [3/416]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [3/313]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [2/201]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [1/316]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [3/767]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [2/189]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [2/151]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [1/159]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [2/244]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [3/188]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [3/629]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [3/278]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [2/220]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [2/190]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [3/293]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [2/346]
Hallstatt 2016 [5/322]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [3/431]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [1/374]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [1/657]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [1/447]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [1/547]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [3/639]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [1/436]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [2/649]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [2/966]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [2/2886]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [2/502]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/331]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/1262]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/383]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/311]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/426]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/309]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/332]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/728]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1540]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/2106]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/3910]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/14574]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/982]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/219]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/194]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/163]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/182]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/169]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/220]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/147]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/158]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/192]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/630]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/332]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/350]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/449]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/340]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/1287]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/524]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/562]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/617]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/447]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/887]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/530]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1530]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/696]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/3931]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/467]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/366]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/672]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/353]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/467]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/476]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/650]
กรรมฐาน [6/901]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/522]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [11/846]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

September 2017
S M T W T F S
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.096 seconds.