เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

เรื่องนี้ต่อเนื่องจากเรื่อง Hallstatt 2016 ที่เล่าไปแล้ว แต่ได้แยกเป็นตอนต่างหาก เพื่อความสะดวกในการอ่านค่ะ

ย่านำแผนที่หมู่บ้าน Hallstatt มาแปะไว้อีกครั้ง เพื่อให้นึกภาพออกว่าหมู่บ้านนี้อยู่ประมาณไหนในออสเตรีย

เมื่อคืนเราค้างที่ Seehotel  ซึ่งอยู่ทางเหนือของถนนเลียบทะเลสาบ Hallstatt

เช้านี้เราจะไปเหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ในเมืองนี้ จึงเดินจากโรงแรม ย้อนลงมาทางใต้ ผ่านบรรยากาศน่ารื่นรมย์ริมทะเลสาบมาราวๆ 15 นาทีก็ถึงหัวถนนทางใต้ ซึ่งมีอนุสาวรีย์หินแกะสลักสัญญลักษณ์ของชาวเหมืองเกลือ  

เกลือเป็นสินค้าสำคัญและนำความร่ำรวยมหาศาลให้ชาวเมือง Hallstatt มาประมาณ 7,000 ปีแล้ว ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนี้อยู่ แต่รายได้จากการท่องเที่ยวก็กำลังไล่ตามมาติดๆ

ข้ามถนนแล้วเลี้ยวขวาเดินตามป้ายไปเรื่อยๆ....ราวๆ 5-10 นาที

บ้านหลังใหญ่ทางขวามือดูขรึมขลังอลังการดี

หน้าต่างตกแต่งน่าเอ็นดูนี้อยู่ซ้ายมือเยื้องๆกับบ้านใหญ่

เดินมาอีกแป๊บเดียว ก็ได้ว้าวๆๆ  เมื่อเห็นรางรถเลื่อน (funicular) สูงชัน

ทางเข้าดูมั่นคงน่าเชื่อถือ

บริเวณห้องขายตั๋วกว้างพอควร มีที่ให้นั่งพักเหนื่อยด้วย

มีที่ตั้งแสดงโบราณวัตถุที่พบในบริเวณเหมือง ซึ่งช่วยให้นักโบราณคดีคำนวนอายุของเหมืองได้ไปถึงอดีตที่ไกลโพ้น

ตามคำประกาศของ UNESCO ในปี 1997 ระบุว่าหมู่บ้าน Hallstatt ตั้งอยู่รอบๆเหมืองเกลือมาไม่น้อยกว่า 2,000 ปีก่อนคริสตศักราช แต่บางข้อมูลจากแหล่งอื่นๆก็ระบุว่า หมู่บ้านนี้มีอายุกว่า 7,000 ปีมาแล้ว (อาจจะเป็นเพราะว่า ในเวลาต่อมาได้พบหลักฐานอื่น ที่มีอายุเก่าแก่ไปยิ่งกว่าโบราณวัตถุที่พบก่อนหน้านั้น)

นั่งสบายในห้องขายตั๋วไม่นาน รถราง funicular ก็ลงมาพร้อมรับพวกเราแล้ว

รถราง funicular  แบ่งเป็นสองชั้น และมีทางเข้าสองประตู ประตูแรกอยู่ต่ำกว่า ประตูที่สองอยู่สูงกว่า เพราะรถอยู่ในแนวตั้ง

คนที่อยู่หัวแถว ได้เดินขึ้นบันไดไปเข้าประตูก่อน  แต่มักจะเดินผ่านประตูแรก และขึ้นบันไดสูงอีกนิดไปเข้าประตูสองที่อยู่สูงกว่า...ดูเหมือนเป็นผู้เสียสละ

แต่จริงๆแล้ว เมื่อถึงประตูแรก ต่างเห็นได้ชัดว่าทุกคนต้องยืน จึงเลือกขึ้นบันไดสูงอีกนิดไปเข้าประตูสอง

ฝ่ายพรรคพวกที่อยู่ด้านหลัง เมื่อได้เห็นแค่หัวของเพื่อนที่เข้าประตูสองโผล่พ้นที่กั้นระหว่างชั้น ก็เข้าใจว่าต้องมีที่นั่งแน่ๆ จึงเดินตามขึ้นไปเข้าประตูสองเช่นกัน

สองสว.ที่หัวเราะร่าเริงนี้ เป็นบุคคลตัวอย่างที่เข้าประตูสองซึ่งอยู่ชั้นบน พี่หันมาบอกพรรคพวกที่เข้าประตูแรกและยืนอยู่ชั้นล่างว่า.. ได้ยืนเหมือนกันเร้ย....555

ปู่กับย่า ได้ยืนอยู่ชั้นล่างของ funicular ด้วยกัน แต่อยู่คนละมุม... ระหว่างที่รถรางพาเราค่อยๆลอยเลื่อนขึ้นข้างบน ทิวทัศน์ทะเลสาบ   ที่เห็นผ่านกระจก  สวยยยย...จนแทบทุกคนอดถ่ายรูปไม่ได้  รูปนี้สวยน้อยกว่านิดนึง...เป็นฝีมือย่า

รูปนี้สวยกว่า...เป็นฝีมือปู่

เมื่อออกจาก funicular เราต้องขึ้นที่สูงต่อไปอีก  คนแข็งแรงกว่าก็เดินขึ้นบันไดหินไปก่อน คนที่ต้องการถนอมแรงก็รอขึ้นลิฟท์ได้...เพราะหนทางนี้ยังยาวไกล...

ผู้บริหารเหมืองเกลือ ฉลาด ...มีการจัดวางจุดแวะชมสิ่งน่าสนใจพร้อมๆกับการพักเหนื่อยได้อย่างลงตัว

จุดนี้ เรียกว่า Celtic Grave มีการจัดวาง โครงกระดูกมนุษย์โบราณ ที่ค้นพบในบริเวณเหมืองเกลือ ไว้อย่างสวยงาม สันนิษฐานกันว่าเป็นชาว Celt ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นกลุ่มชนที่สร้างหมู่บ้าน Hallstatt มาแต่ครั้งโบราณ ไม่น่ากลัว แต่ดูวังเวง พวกเราทั้งกลุ่มไม่มีใครอ้อยอิ่งอยู่ในห้องนี้เลย

ออกมาไม่นาน ก็พบม้านั่งยาวข้างทาง พวกเราไม่ได้เหนื่อยนะ แค่อยากนั่งถ่ายรูปหมู่กันเท่านั้นเอง

เดินขึ้นทางชันน้อยๆ มาอีกไม่ไกล ก็พบแหล่งข้อมูลข้างทาง  เราไม่ได้เหนื่อยนะ แค่แวะอ่านข้อมูลประเทืองปัญญาแป๊บนึงงง.. เท่าน้านนนน...

ข้างทางช่วงหนึ่ง เป็น ศาลของ Saint Barbora ที่ได้รับความเชื่อถือกันว่าเป็นผู้คุ้มครองชาวเหมือง ว่ากันว่าท่านเป็นธิดาของผู้ครองเมืองแห่งหนึ่ง แต่มีความสุขกับการช่วยเหลือชาวเหมืองผู้ยากจนมากกว่าการอยู่สบายๆในปราสาทราชวัง

เดินตามทางสบายๆที่ค่อยๆสูงชันทีละนิดๆตามทางสีขาวที่เห็นด้านล่าง อีกอึดใจใหญ่ๆ ก็ถึงจุดพักเหนื่อยอย่างเป็นทางการในอาคารใหญ่

อาคารสองข้างทางและกระท่อมที่เห็น ก็เป็นสถานที่ศึกษาความเป็นมาในยุคโบราณอันไกลโพ้นเช่นกัน ในแผนที่เขียนไว้ว่า Archeology กับ Bronze Age Hut มีชาวต่างชาตินั่งอยู่ข้างๆกระท่อมด้วย

ผู้อาวุโสกว่าค่อยๆประคองตัวตามน้องๆมาอย่างสบายๆ

รวมครบกันทั้งคณะแล้ว ก็เข้าห้องสวมชุดลงเหมืองเกลือ โดยสวมทับชุดเดิม...อุณหภูมิในเหมืองเย็นยะเยือกประมาณ 10 องศาเซลเซียสตลอดปี ดังนั้น ชุดข้างในจึงต้องอบอุ่นไว้ก่อน ...ชุดของเขาไม่ได้เน้นเรื่องความอบอุ่น แต่เน้นที่ความปลอดภัยในการเดินชมเหมืองและการใช้ไม้ลื่นลงชั้นล่าง 

สวมชุดแล้วใช่ว่าการเดินทางขึ้นที่สูงจะสิ้นสุด...ขึ้นบันไดไปอีกหน่อยยย..

แล้วนั่งคอยสบายๆกันอีกนิด...รอให้ผู้ชมชุดก่อนหน้านี้ออกจากเหมืองฯก่อน

เมืื่อถึงเวลา ทุกคนต้องมาเข้าคิวหน้าทางผ่าน มีป้ายกำชับว่า นับแต่นี้ต้องตามไก๊ด์ไปตลอดทาง ห้ามไปในเส้นทางที่ไม่มีไก๊ด์ (มิฉะนั้นอาจหลงทางได้)

ไก๊ด์พร้อมหน้าอุโมงค์ที่เราจะต้องตามเธออย่างใกล้ชิด เธอแนะนำเรื่องเหมืองเกลือสั้นๆด้วยภาษาเยอรมัน แล้วตามด้วยภาษาอังกฤษ มีลูกทัวร์ประมาณ 30 คน

สภาพภายในอุโมงค์ ระหว่างรอเพื่อนๆเดินตามมาสมทบพร้อมกัน  ก่อนจะเดินต่อไป...สภาพจริงในอุโมงค์แสงสลัวๆ แต่กล้องช่วยให้สว่างเกินจริงไปนิด

เดินตามและหยุดฟังไก๊ด์บรรยายสรุปตามจุดสำคัญๆเป็นระยะๆ

ตอนนี้เรามาถึงที่ตื่นเต้น คือ การไหลลื่นลงไปข้างล่าง ไก๊ด์บอกว่าจะมีไม้ลื่นอย่างนี้อยู่ 2 ช่วง เพื่อลงไปถึงชั้นล่างสุด ซึ่งลึกกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 70 เมตร   แต่ถ้าใครไม่พร้อมใช้ไม้ลื่น ก็มีบันไดให้เดินลงไปได้สบายๆตามอัธยาศัย

วิธีนั่งไม้ลื่นที่ถูกต้อง คือ ต้องนั่งกางขาทั้งสองข้างพาดไว้บนรางไม้กลมนูน แล้วเอาเท้าสองข้างยันขอบไม้ลื่นด้านนอกตามภาพ (ขอบคุณภาพจาก google) เวลานั่งให้เอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย พอพร้อมแล้ว ไก๊ด์จะช่วยดันเราเล็กน้อย เราเพียงแต่ปล่อยตัวให้ไหลลื่นไปตามความลาดเอียงของไม้เท่านั้น ไม่ต้องเกร็ง และห้ามหยุด (do not brake ) เด็ดขาด เพราะนอกจากรางไม้จะลื่นแล้ว ยังลาดเอียงด้วย จึงอาจจะทำให้เจ็บตัวได้ (ครั้งนี้ มีผู้ชายคนหนึ่งพอตัวเริ่มไหลไปตามรางไม้ลื่นก็ตกใจ พยายามจะยืนแต่ก็เซจนเกือบล้มไก๊ด์ต้องช่วยจับ..ใจหายใจคว่ำไปตามๆกัน)...แค่อึดใจเดียวก็ลื่นไหลถึงพื้นแล้ว ไก๊ด์แนะนำว่านั่งประกบหลังแล้วโอบกอดคนข้างหน้าแน่นๆจะช่วยให้มั่นใจกว่าไปคนเดียว

ระหว่างที่เรากำลังไหลลื่นลงข้างล่างนั้นจะมีกล้องจับภาพสวยงามของทุกคนด้วย

ขณะนี้ทุกคนลงมาถึงพื้นล่างเรียบร้อย แล้วยืนเรียงรายในความมืด เพื่อชมมัลติมีเดียเกี่ยวกับความเป็นมาของเหมืองเกลือ เท่าที่พอจำได้ คือ เดิมเป็นทะเลน้ำเค็มธรรมดาๆ แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงพื้นโลกตามธรรมชาติทำให้ส่วนหนึ่งของทะเลถูกดันสูงขึ้น กลายเป็นภูเขา บางแห่งมีน้ำทะเลขังอยู่ด้วย บางส่วนถูกทับถมและกลายเป็นทะเลสาบน้ำเค็มใต้ภูเขา บางส่วนก็ระเหยเป็นผลึกเกลือแทรกอยู่กับหิน

ประมาณ 7,00 ปีมาแล้ว จึงมีการขุดค้นพบแหล่งเกลือบนภูเขา และกลายเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างความร่ำรวยให้ชาวเมือง จากหลักฐานทั้งโบราณวัตถุ หลุมฝังศพ อุปกรณ์ในการทำเหมือง ฯลฯ ที่ผ่านการตรวจสอบทางวิชาการแล้ว จึงเชื่อกันว่าเหมืองเกลือที่ Hallstatt เก่าแก่ที่สุดในโลก มีการดำเนินการและหยุดเป็นระยะๆเนื่องจากหลายสาเหตุรวมทั้งภัยธรรมชาติด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันที่นี่ยังมีการผลิตเกลืออย่างต่อเนื่อง ด้วยกรรมวิธีที่ทันสมัยและเป็นรายได้สำคัญของ Hallstatt

ตอนหนึ่งของมัลติมีเดียทันสมัย พร้อมทั้งสาระ และ แสงสี เสียง

ตอนหนึ่งของมัลติมีเดียทันสมัย พร้อมทั้งสาระ และ แสงสี เสียง

หุ่นและอุปกรณ์ของชาวเหมืองยุคเก่า

สายน้ำเกลือให้ลองชิม...สีข้างล่างดูไม่สะอาด แต่ก็มีผู้กล้าเอานิ้วรองน้ำ...แตะลิ้น..แล้วพยักหน้าว่าเค็มจริงๆด้วย

ภาพจากมัลติมีเดียในห้องชมพร้อมที่นั่งค่อนข้างใหม่ที่ชั้นล่างสุด แสดงถึงการค้นพบและพิสูจน์ซากบันไดไม้เมื่อไม่นานมานี้ และจากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในห้องทดลอง แสดงว่านี่เป็นบันไดที่ใช้ในการขึ้นลงเหมืองเกลือเมื่อหลายพันปีที่แล้ว

ขาออกจากอุโมงค์ได้นั่งรถรางออกสบายๆ เส้นทางของรางบางช่วงคดเคี้ยวเล็กน้อยพอให้ได้ตื่นเต้น แต่น้อยกว่าการลื่นลงไม้ลื่นมากนัก

แป๊บเดียว ก็โผล่พ้นอุโมงค์แล้ว

แต่ต้องไม่ลืมว่า รถรางพาเราออกมาจากอุโมงค์ชั้นล่าง ส่วนทรัพย์สมบัติที่เราต้องฝากไว้ก่อนลงข้างล่างและเสื้อชุดชาวเหมืองที่เราจะต้องถอดคืนเขานั้น อยู่ในอาคารข้างบน...จึงต้องไต่บันไดยาวขึ้นข้างบนอีกครั้ง

ไม่เป็นไร   ผ่านประสบการณ์ขึ้นๆลงๆมาหลายครั้งแล้ว  ระยะทางแค่นี้สบายๆ   เดินไปพักไปไม่นานก็ถึงอาคารเป้าหมายแล้ว

ห้องเก็บสมบัติของเราและห้องคืนชุดชาวเหมืองอยู่ด้านในสุด ส่วนห้องถัดมา เป็นห้องแสดงและจำหน่ายภาพถ่ายสุดสวยของเราขณะลื่นไหลบนไม้ลื่น  ภาพละ 5 ยูโร

แล้วเราก็ได้ภาพนี้มาเป็นที่ระลึก

ทางน้ำตกที่ไหลไปถึงหมู่บ้าน Hallstatt ชั้นล่างที่ปู่กับย่าได้ตามไปถ่ายรูปเมื่อวาน

อ่านเน็ตจากประสบการณ์ของสาวหนึ่ง เล่าว่า ได้เดินจากที่พักขึ้นมาเหมืองเกลือตามเส้นทางน้ำตกนี้ โดยไม่ได้ใช้บริการรถราง funicular ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง

Selfie จากอุปกรณ์ที่ทางเหมืองจัดให้ ของเล่นระหว่างขาลงจากเหมืองเกลือซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับขาขึ้น

Rudolf Restaurant ที่เห็นตั้งแต่ขาขึ้น บริเวณด้านหน้ามีจุดชมวิวชื่อดัง ในอดีตกาลเป็นหอคอยระวังภัยให้ชาวเหมือง

ตอนนี้ฝนกำลังตกปรอยๆ และหนาววว..

ขอขอบคุณภาพจาก google เนื่องจากฝนตกและเวลากระชั้น พวกเราจึงไม่มีเวลาพอจะถ่ายภาพสวยๆอย่างนี้

บริเวณที่มีชื่อเสียงนี้เรียกกันว่า World Heritage Skywalk

ส่วนสีดำเก๋ไก๋ในภาพข้างบนนั้น เป็นน้ำในทะเลสาบสีนี้

อย่างไรก็ตาม ย่าและพี่ ที่อุตส่าห์รีบเดินฝ่าฝนปรอยๆ แยกจากกลุ่ม เพื่อมาให้ถึงสถานที่ดัง  ก็ได้ภาพส่วนหนึ่งที่บริเวณ World Heritage Skywalk ไว้เป็นที่ระลึกโดยน้องชาวไทยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ช่วยถ่ายรูปให้

พ้นจากจุดชมวิวนิดเดียว เราก็เข้ามาในอาคารสำหรับจอดรถ funicular ตอนนี้ลงมาถึงข้างล่าง ซึ่งเป็นห้องจำหน่ายของที่ระลึกแล้ว

ลงจากเหมืองเกลือแล้ว เราก็พากันเดินผ่านหน้าบ้านที่มีไม้ดอกสวย เพื่อไปกินอาหารมื้อเที่ยงในหมู่บ้าน ทุกคนยังเดินได้สบายๆ รวมเวลาที่ใช้ในการเดินไปชมเหมืองเกลือประมาณ 3 -4 ชั่วโมง เพราะสว.อย่างเราเดินไปพักไปไม่ได้เร่งรีบทั้งขาขึ้นและขาลง

นี่คือแผนที่แสดงเส้นทาง พร้อมระบุชื่อจุดสำคัญๆระหว่างทาง ปู่ถ่ายจากห้องขายตั๋วก่อนขึ้นชมเหมืองเกลือ เมื่อค่อยๆพิจารณาหลังจากกลับมาถึงไทยแล้ว พบว่ามีข้อมูลที่นำมาใช้ในการเล่าเรื่องได้ไม่น้อย นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ที่สนใจไปชมเหมืองเกลือ ได้พอนึกภาพออกว่าเส้นทางเป็นอย่างไร พวกเราที่ไปครั้งนี้เกือบทุกคนมีอายุระหว่าง 60-80 ปี แต่ก็ยังสามารถเดินขึ้นและลงที่สูงชัน รวมทั้งเดินชมเหมืองได้สบายๆ...  อ่านจากเน็ต มีผู้บอกเล่าว่าทางขึ้นถึงเหมืองเกลือ ยาวประมาณ  700 เมตรเท่านั้น ถ้าเป็นตามนี้ ระยะทางก็ไม่ยาวไกลเท่าใดนัก เพียงแต่เป็นที่ชัน ดังนั้นผู้สูงอายุจะถึงปลายทางช้ากว่าหนุ่มสาวเล็กน้อย อย่างไรก็ตามทั้งกลุ่มก็จะรอคอยจนครบทุกคน..อย่างเข้าใจกัน

ขอจบด้วยการเปรียบเทียบเกลือ ที่ได้จากเหมืองเมือง Bertachgaden เยอรมนี เมื่อ 6 ปีที่แล้ว เหมืองเมือง Hallstatt ออสเตรียปีนี้ และ นาเกลือ ประเทศไทย

ผลคือเกลือของสามประเทศ มี สีขาว และ รสชาติเค็ม  เหมือนกันเลย

แล้วอะไรล่ะที่ต่างกัน  ภูมิประเทศ อากาศ และการนำเสนอ นั่นเอง

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเหมืองเกลือที่เยอรมนี และออสเตรียแล้ว  ย่าเห็นว่าเหมืองเกลือที่ Hallstatt น่าสนใจกว่า เพราะเส้นทางในการเข้าถึงเหมืองสวยกว่าและ การนำเสนอมัลติมีเดียก็น่าจะทันสมัยกว่า  ส่วนที่เยอรมนีนั้น เมื่อลงจากรถ ก็เข้าห้องสวมชุดชาวเหมืองเลย ซึ่งอาจจะเหมาะมากกว่า สำหรับคนที่ไม่สนุกกับการเดินไกลๆ

สำหรับนาเกลือของไทย ย่าเคยลงไปถ่ายรูปข้างทางอย่างสนใจในกองเกลือสีขาวโพลนที่สวยงามกว่าสองประเทศ เพราะที่ต่างประเทศ เราไม่มีโอกาสได้เห็นการผลิตและผลผลิตอย่างชัดเจนเหมือนนาเกลือของไทย

เมื่อไปเที่ยวชมเหมืองเกลือของประเทศอื่นแล้ว ก็เกิดความรู้สึกอายนิดๆ ว่า ไม่เคยสนใจอยากรู้ประวัติความเป็นมาในการผลิตเกลือของไทยเลย....อย่างนี้น่าจะเข้าข่ายสุภาษิต 'ใกล้เกลือกินด่าง " หรือเปล่าหนอ

……………….



Edited by yanid - 17 Jul 2016 at 17:35

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 19 Jun 2016 at 16:26

DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 5(จบ) The Hermitage [1/280]
นกกินปลีอกเหลืองตกสวรรค์ [3/285]
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 4 Peterhof [2/333]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่3 St.Basil's Cathedral [2/237]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่2 ดอกไม้ในมอสโก [2/224]
เที่ยวรัสเซียปี2560 - ตอนที่1 ภาพรวม [2/296]
เปิดกล้องส่องนกที่บ้าน [3/201]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [4/991]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [3/997]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [3/734]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [3/364]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [3/816]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [3/470]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [3/380]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [2/233]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [1/365]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [3/994]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [2/214]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [2/169]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [1/188]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [2/283]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [3/217]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [3/746]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [3/310]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [2/266]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [2/212]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [3/455]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [2/457]
Hallstatt 2016 [5/398]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [3/505]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [1/423]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [1/753]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [1/511]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [1/608]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [3/697]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [1/478]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [2/768]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [2/1111]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [2/3228]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [2/550]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/357]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/1467]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/419]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/335]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/455]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/324]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/357]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/822]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1697]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/2316]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/4172]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/15295]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/1053]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/232]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/210]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/173]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/187]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/179]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/233]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/153]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/167]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/199]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/686]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/347]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/374]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/480]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/355]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/1408]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/562]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/629]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/772]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/469]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/934]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/594]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1661]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/714]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/4079]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/473]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/370]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/678]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/359]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/480]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/485]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/665]
กรรมฐาน [6/922]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/551]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [11/902]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

November 2017
S M T W T F S
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ