Hallstatt 2016

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

นี่เป็นรูปที่ปู่กับย่าไปหมู่บ้าน Hallstatt เมื่อพ.ศ. 2553  (ค.ศ. 2010) ครั้งนั้นมีเวลาเดินชมบ้านเมืองประมาณชั่วโมงกว่า รู้สึกว่ายังไม่อิ่มตาอิ่มใจ อยากจะมีโอกาสมาค้างคืนสักครั้ง

แล้วปีนี้ระหว่าง 11-12 พฤษภาคม  ช่วงที่อากาศดี ดอกไม้สวย ย่าก็ ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง แถมได้นอนโรงแรมโบราณตั้ง 2 คืน...คุ้มกับที่รอคอยมา 6 ปี

Hallstatt เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีประชากร 859 คน (ข้อมูล ณ ปี 2009)อยู่ในเขต Salzkammergut ซึ่งเป็นเขตภูเขาสูง ของออสเตรีย อยู่ใกล้ๆกับเมือง Salzburg ที่โด่งดังไม่แพ้กัน

เมื่อปี 1997 หรือ 19 ปีมาแล้ว UNESCO ได้ประกาศ ให้ Hallstatt และ Dachstein (ย่าจะเล่าถึงในตอนต่อๆไป) เป็น มรดกโลก ในด้านภูมิทัศน์เกี่ยวกับวัฒนธรรม ( Cultural Landscape) โดยมีคำอธิบายประกอบว่า มีการสร้างหมู่บ้านในแถบนี้รอบๆเหมืองเกลือ (ย่าจะเล่าถึงในตอนต่อๆไป) ซึ่งเริ่มดำเนินการมาประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสตศักราช และ ยังมีการดำเนินการอยู่จนถึงปัจจุบัน บริเวณนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าอยู่ในแถบเทือกเขาและถ้ำมากมาย ถ้ำที่ยาวที่สุด ยาวถึง 81 กม.

ภาพดังที่ผู้คนทั่วโลกต่างจดจำได้ว่า เป็นเมือง Hallstatt ซึ่งงดงามตามธรรมชาติ และใฝ่ฝันจะมาเยี่ยมเยือนอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต

และก็เป็นภาพแรกที่นักท่องเที่ยวซึ่งมาถึงที่นี่ทางรถยนต์ครั้งแรก อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เพราะรถใหญ่ทุกคันต้องจอดที่ปลายถนนด้านนี้เพื่อให้ผู้โดยสารเริ่มลงเดินเข้าหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้

แผนที่คร่าวๆของหมู่บ้าน Hallstatt กับทะเลสาบชื่อเดียวกัน

บริเวณที่มีชื่อเสียงที่สุดของหมู่บ้าน คือ พื้นที่แคบๆทั้งที่ราบและภูเขาที่อยู่ทางทิศตะวันตกขนานไปกับทะเลสาบ

ถ้าเทียบกันแล้ว(ตามภาพขวามือที่ย่าลากเส้นสีแดงไว้) จะเห็นได้ว่า ทิวทัศน์งดงามบริเวณหมู่บ้าน Hallstatt ที่นักท่องเที่ยวประทับใจ เป็นเพียงระยะทางสั้นๆเท่านั้น (ทะเลสาบยาวประมาณ 8.6 กม. และกว้าง 2.2 กม.)

พวกเราลงรถที่ปลายถนนด้านทิศใต้ และพากันเดินไปที่โรงแรมซึ่งอยู่ปลายถนนทางทิศเหนือ  เราจะค้างคืนกันที่นั่นสองคืน เดินสบายๆและถ่ายภาพกันอย่างเพลิดเพลิน ไปตามถนนเลียบทะเลสาบ

ส่วนกระเป๋าใหญ่ๆของพวกเรา โรงแรมส่งกระบะขนาดย่อมมาขนไปแล้ว

ระหว่างเดิน ถ่ายรูปป้ายอย่างเป็นทางการริมทางไว้ด้วย...ข้อมูลน่าสนใจ

ตอนหนึ่งบอกว่า ชื่อเมือง Hallstatt มาจากภาษาโบราณ Celtic ซึ่ง Hal ว่า เกลือ (ส่วน Statt นั้น หมายถึง เมือง..state- ย่านิด)

มิตรภาพดีๆเกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อเรายิ้มให้กัน...ระหว่างทางเดิน พวกเราพบเด็กๆเดินอย่างร่าเริงไล่หลังพวกเรา จึงขอถ่ายรูปด้วย แล้วก็ได้ภาพเบิกบานของเด็กฝรั่งและผู้สูงวัยไทย ตามภาพล่าง

เด็กๆเดินคู่กับพวกเราไปจนถึงบริเวณจัตุรัสกลางเมือง (town square) ที่ตั้งของอนุสาวรีย์ทางศาสนาที่เรียกว่า Holy Trinity column  บริเวณหน้าโรงแรมที่พักของเรา  จึงได้ภาพน่ารักๆของเด็กๆอีกครั้งหนึ่ง

โรงแรมนี้ ชื่อ Seehotel Gruner Baum  

จากจดหมายแนะนำตัวที่เรียบเรียงสาระสำคัญได้ดีมากๆ ของโรงแรมโดยแทรกไว้ในแฟ้มที่ห้องพัก บอกว่า ที่นี่เป็นอาคารประวัติศาสตร์ เป็นโรงแรมริมทะเลสาบ ที่จัตุรัสของหมู่บ้านซึ่งมีอายุประมาณ 7,000 ปี

เมื่อ กันยายนปี 1750 โรงแรมถูกไฟไหม้ทั้งหลัง พร้อมๆกับบ้านเรือนทั้งหมดในบริเวณจตุรัสนี้ ต่อมาได้มีการสร้างและปรับปรุงใหม่ทั้งหมด

ราว 250 ปีต่อมา คือ ในปี 2005 Mrs. Monika Wenger ได้ซื้อโรงแรมนี้ และได้ปรับปรุงใหม่หลายอย่างด้วยความวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่ง เพื่อที่จะรักษาความงามตามประวัติศาสตร์ให้คงอยู่เช่นเดียวกับของเดิม รวมทั้งได้มีการแก้ไขปรับปรุงส่วนที่เป็นข้อด้อยด้วย....โดยเฉพาะอย่างยิ่งขั้นบันไดไม้อายุกว่า 400 ปี ก็ได้รับการขัดถูจนเป็นเงางามเหมือนเดิม เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับอาคารประวัติศาสตร์หลังนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งจักรพรรดินี Elisabeth แห่งออสเตรีย ซึ่งรู้จักกันดีในพระนาม Sissy ได้เคยมาประทับที่นี่

การบูรณปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดใช้งานอีกครั้งหนึ่งในปี 2013 หรือ 3 ปีที่ผ่านมานี้เอง

ทางโรงแรมได้แจ้งให้ทราบถึงส่วนที่คงของเดิมไว้ แต่อาจจะถูกมองว่าเป็นข้อด้อยของโรงแรมไว้ด้วย เช่นระบบการทำน้ำอุ่น ที่จะช้ากว่ารุ่นใหม่เล็กน้อย เพราะมีการรวมศูนย์ไว้ที่ชั้นใต้ดิน เป็นต้น

เก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว มีเวลาราวๆสองชั่วโมง กว่าจะถึงกำหนดเวลาอาหารเย็น  จะเสียเวลาอยู่ในห้องทำไมล่ะ

แรกๆปู่กับย่าก็เดินมาด้วยกัน...อย่างนี้

แป๊บเดียว ก็เป็นอย่างนี้....รูปนี้ฝีมือปู่...บ้านกับต้นไม้สวยกว่าย่าเยอะแยะเลย

นี่ก็ฝีมือปู่  เข้าใจว่าเพราะมีพื้นที่น้อย ที่นี่จึงนิยมปลูกต้นไม้ใหญ่ชิดผนังหน้าบ้าน และค่อยๆเล็มให้สวยงามเข้ากับบ้านกันแบบนี้... เห็นหลายหลัง

หลังนี้รูปแบบและสีสันทันสมัย เป็นภัตตาคารใหญ่พอควร... วันรุ่งขึ้นเราได้กินมื้อกลางวันที่นี่หนึ่งมื้อ อาหารอร่อยถูกปากเชียวละ

ห้องน้ำสาธารณะแบบหินๆ...แปลกตาดี

ถึงฝีมือย่าบ้างละ  ลืมบอกไปว่า หลังจากถ่ายรูปย่าได้รูปเดียวแล้ว ปู่กับย่าก็แยกทางกันเดินไปในที่ต่างคนต่างชอบ..ซึ่งต่างกันแน่นอน

ผู้หญิงคู่กับดอกไม้...นี่เป็นตัวอย่างให้เห็นชัดๆว่า คนที่นี่ใช้ที่ดินที่มีอยู่น้อยนิดอย่างเป็นประโยชน์เพียงใด

ถ่ายดอกไม้มาหลายรูป จึงขอรวมรูปจะได้ชมหลายสีหลายพันธุ์ ที่แปลกแตกต่างไปจากไม้ดอกบ้านเรา

สีขาวบนน่ารักที่สุด เพราะเธอบานเป็นพุ่มพวงสวยมาก ซีกหนึ่งบานนอกบ้าน ซีกหนึ่งบานในบ้าน มีแนวรั้วกั้นกลาง

สีขาวเหลืองแต่แต้มด้วยสีดำ สวยโดดเด่นราวกับภาพวาด

สีชมพูรูปหัวใจ เลื้อยออกจากรั้วมาบานเป็นแถวสวยอยู่นอกบ้าน ราวกับสาวรักอิสระ

กลุ่มนี้รวมไม้ริมรั้วหลากสี ส่วนไม้สีสดใสในแจกันแก้วใสแจ๋วนั้น ได้จากโต๊ะอาหารในโรงแรมค่ะ

ย่าชอบบ้าน/ร้านนี้เป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะมีของกระจุกกระจิกที่ด้านหน้าแล้ว ด้านข้างยังมีกระจกใสโชว์ของเล็กๆน่ารักมากมาย ชั้นบน ซึ่งน่าจะเป็นห้องนอน มีกระถางไม้ดอกอยู่นอกหน้าต่าง มุมซ้ายของบ้าน มีโคมไฟส่องสว่าง ดูทันสมัยแต่ก็เข้ากันกับบ้านไม้โบราณได้ดี

ของในตู้กระจกซ้ายบน เป็นของที่อยู่ข้างร้านที่กล่าวถึงแล้ว

ของในตู้ขวาบนได้มาจากร้านอื่นใกล้ๆกัน

สองรูปด้านล่างได้จากหน้าร้านอื่นเช่นกัน ดูเหมือนเป็นตู้รวมของต่างๆที่ผู้คนลืมวางไว้...ที่น่าสนใจคือ ที่หน้าตู้กระจกมีคำอธิบายเป็นภาษาต่างๆรวมทั้งไทยด้วย ความว่า “ เรื่องไร้สาระ”....แสดงว่า มีคนไทยมาเที่ยวที่นี่ไม่แพ้ชาติอื่นๆ

ตอนนี้กลับมาที่ภาพฝีมือปู่กันอีกครั้ง   ปู่ถ่ายภาพโบสถ์ Catholic ซึ่งอยู่แถวๆสุดถนนหน้าโรงแรม ในขณะที่ย่าอยู่ริมถนนแคบๆ.. ช่วงกลางๆ

ปู่ซูมให้เห็นภาพสวยงามทางสถาปัตยกรรมของยอดอาคาร รวมทั้งไม้แกะสลักที่หน้าจั่วหลังคาด้านล่างด้วย

รูปนี้ย่าซูมจากถนนแคบๆช่วงกลางๆไปถึงยอดโบสถ์ Protestant ซึ่งอยู่สุดถนนฝั่งตรงข้ามกับโบสถ์ Catholic

เหนื่อยและหิวจากการแยกกันเดินถ่ายรูปสถานที่ต่างๆในหมู่บ้านงดงาม เราก็มาพบกันหน้าโรงแรม และมาพักกินของว่างกันในห้องพัก

ไก๊ด์เห็นเรายังแข็งแรงกว่าอีกหลายคน จึงจัดให้อยู่ชั้น 4 ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกชั้นหนึ่ง(ลิฟท์ขึ้นถึงชั้น3)

เป็นห้องใต้หลังคา(ทรงสามเหลี่ยม) ย่าจึงเดินไปโหม่งเพดานซะหลายครั้ง  อย่างไรก็ตามเราชอบมากกก...เพราะเป็นห้อง sea view

พื้นห้องเป็นไม้(สน) ขัดเงาสวยงามเช่นเดียวกับบันได ตามที่เล่าไปแล้ว มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อม ...ชอบที่สุดในยามหิวเช่นนี้ คือ กาแฟร้อนๆ และขนมเค้ก พร้อมไม้จิ้มที่ทำอย่างประณีต ย่ายังตามด้วยช็อคโกแล้ตอีกหนึ่งชิ้นด้วย

ภาพหน้าโรงแรมยามค่ำ หลังอาหารเย็น

ภาพจากหน้าต่างแคบๆเช้าวันรุ่งขึ้น

ภาพมุมกว้างนอกหน้าต่างเช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งอาทิตย์เพิ่งเริ่มส่องแสง

ภาพมุมกว้าง ทางขวามือของห้องพัก ทำให้นึกถึงข้อความในป้ายริมถนนที่ถ่ายไว้เมื่อวาน ป้ายนั้นนำข้อความที่คุณหมอนักท่องเที่ยวท่านหนึ่งบรรยายไว้ถึงบ้านบนเขาของที่นี่ไว้ว่า “ บ้านอยู่ซ้อนๆกันบนไหล่เขาสูงชันซึ่งมีพื้นที่สำหรับยึดเกาะเพียงแคบๆ  จนดูไปแล้วเหมือนรังนก........”

ส่วนภาพบ้านที่อยู่ไกลออกไป ก็น่าจะตรงกับคำบรรยายที่ว่า “ เงาของบ้านสะท้อนอยู่ในน้ำเรียบใสสีเขียว....”

ภาพนี้อยู่เหนือคำบรรยาย ถ่ายได้โดยบังเอิญขณะที่นกโฉบบินมาเกาะยอดไม้ที่เห็นไกลๆจากหน้าต่าง  ดีใจที่คลิกได้ทัน เพราะแค่คลิกเดียว ก็ดูเหมือนว่านกรู้  รีบบินจากไปทันที... ไม่มีโอกาสแก้มืออีกเลย

ตั้งแต่ภาพนี้เป็นต้นไป เป็นภาพยามเช้าสดใสที่พวกเราไม่กี่คน พากันเดินขึ้นเนินเขาเตี้ยๆ ไปสู่จุดชมวิวมุมกว้างกระจ่างตา....สวยยยย...จนไม่อยากละสายตา

เป็นรูปคู่ในบรรยากาศที่สวยถูกใจที่สุดในรอบหลายสิบปี

จุดชมวิว ...ด้านหลังย่าเป็นชาวไทยกลุ่มใหญ่กว่ากลุ่มเรา พากันมาถ่ายรูปอย่างคึกคักๆ  ทราบจากไก๊ด์ว่า ทัวร์ของเขานัดกันแต่งตัวเป็นทีม  เพิ่มความตื่นเต้นให้ลูกทัวร์

ไก่ไม้แกะสลักอ่อนช้อยมีชีวิตชีวามาก จำไม่ได้ว่าซูมมาจากหลังคาบ้านของชาวบ้านหรือจากโบสถ์ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดชมวิว

บ้านสวยบนเนินริมทะเลสาบ  บ้านเงียบมาก ไม่แน่ใจว่าเจ้าของบ้านยังหลับอยู่ หรือ ออกไปทำงานแล้ว

ย่าเห็นว่า นอกจากวิวทิวทัศน์ตามธรรมชาติของที่นี่จะงดงามจับตาจับใจแล้ว ผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่ ก็มีความเป็นศิลปินอยู่ด้วย จึงมีมุมงามๆที่เชิญชวนให้แวะถ่ายรูปได้แทบทุกบ้าน เราได้รูปสวยใสยามเช้าบนเนินนี้มากมาย

ใกล้เวลาอาหารเช้าแล้ว (ห้องอาหารเปิด 8 โมง) ...ระหว่างทางเดินลงเนิน ก็มีรูปหินแกะสลักน่ารักๆให้ถ่ายรูปอีกจนได้

ถนนโค้งแคบๆปลายเนิน ก็อุตส่าห์มีช่องว่างให้แสงแดดส่องสว่างช่วยเติมเต็มให้โรงแรมสีเหลือง และร้านไอติมสีแดง สวยกว่าปกติด้วย

หลังอาหารเช้า เราพากันเดินจากโรงแรม ย้อนไปทางใต้ ตามถนนหลักสายเดียวเลียบทะเลสาบ เพื่อไปชมเหมืองเกลือ (ย่าจะเล่าถึงในตอนต่อไป)

แดดยามเช้ากำลังสวย จนโคมไฟแขวนสีส้มที่ร้านอาหารริมทางเท้า  สวยสว่างกว่าเมื่อวานเย็นมากมาย

หงส์ขาวลอยล่องอย่างสง่างาม ในทะเลสาบใสที่น้ำกำลังพลิ้วตามแรงลมยามเช้า ก็ถูกตาถูกใจย่าหนักหนา

ขณะที่ย่ากำลังเล็งถ่ายรูปเพื่อนๆหน้าร้านขายของที่ระลึกร้านใหญ่ เจ้าของร้านก็ออกมาร่วมถ่ายรูปด้วย จึงได้ภาพมิตรภาพดีๆพร้อมรอยยิ้มระหว่างชาวต่างชาติอีกภาพหนึ่ง

บ้านที่หน้าจั่วประดับด้วยไม้แกะสลักอย่างประณีตเป็นรูปหงส์คู่....ชอบมากๆ

ยามบ่ายหลังจากชมเหมืองเกลือแล้ว  เราขอให้เพื่อนถ่ายรูปคู่เพื่อฟื้นความหลังเมื่อ 6 ปีที่แล้ว

ตามโปรแกรม ช่วงบ่ายเราจะได้นั่งเรือชมทิวทัศน์สวยรอบทะเลสาบ แต่เรือยกเลิกกำหนดเวลาเดิม

เราจึงว่างจนถึงเย็น...ไม่มีอะไรดีกว่าการเดินชมเมืองอีกสองชั่วโมงก่อนอาหารเย็น

น้ำตกสูงที่เห็นข้างทาง จึงเป็นเป้าหมายหลักของปู่กับย่า

ตามรูปก่อนหน้านี้ แน่นอนว่า เราต้องขึ้นที่สูงอย่างเดียวจึงจะได้เห็นน้ำตกอย่างใกล้ชิด เรามาที่บันไดนี้ตามทางน้ำไหลและตามเสียงซู๋ซ่า ของน้ำตก

ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆให้ถามทางได้เลย แต่เสียงน้ำตกก็ทำให้เราอุ่นใจว่าไม่น่าจะไกลเกินไปถึง

กำลังจะท้อกับการไต่บันไดหินสูงๆอยู่แล้ว...พลันก็ได้เห็นอุโมงค์น้ำตก

ไม่นาน ก็โผล่มาที่ลานจอดรถกว้างใหญ่ ถัดไปเป็นถนนมีรถผ่านไม่ขาดสาย ฝั่งตรงข้ามเป็นน้ำตกไหลแรง สัมผัสได้ถึงพลังแรงของน้ำ

ว้าวๆๆ....น้ำตกสูงอยู่ปากถ้ำค่อนข้างยาว สังเกตได้จากไฟส่องสว่างเป็นแนวหลายดวง

ที่จริงตั้งใจแค่ถ่ายรูปผลสำเร็จในการตามหาเส้นทางของน้ำตกที่เห็นไกลๆจนพบ ไว้เป็นที่ระลึกเฉยๆ

แต่เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพ และได้ขยายภาพข้อมูลข้างถนนที่ถ่ายไว้ อ่านแล้วพบว่าเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันอย่างน่าสนใจ จึงขอสรุปรวมไว้ในที่นี้ด้วย

ข้อมูลสั้นๆนั้น สรุปรวมสาระสำคัญไว้ได้น่าสนใจว่า เดิมหมู่บ้านนี้ติดต่อกับโลกภายนอกได้ทางเรือที่มาจาก Salzburg และตามทางเดินตามไหล่เขาเท่านั้น ในปี 1890  หรือ 126 ปีที่แล้ว จึงเริ่มสร้างถนนเลียบทะเลสาบ กว่าจะใช้งานได้ก็ใช้เวลาถึง 33 ปี ใช้งานมาได้เกือบ 20 ปี การจราจรก็ติดขัดเพราะมีนักท่องเที่ยวมามากมาย ใช้เวลาอีก 23 ปี ทางรัฐบาลจึงให้ระเบิดภูเขา เพื่อสร้างอุโมงค์ พร้อมที่จอดรถ 2 แห่ง บริเวณหน้าน้ำตกในรูป ที่ชื่อว่า Muhlbach

ถนน อุโมงค์ และที่จอดรถแล้วเสร็จให้ใช้งานได้ในเดือน มิถุนายน 1966 ครบ 50 ปี ปีนี้เอง

เมื่อขึ้นมาใกล้น้ำตกสูงลิบได้สำเร็จแล้ว เวลาที่เหลืออยู่ก็เป็นการเก็บเกี่ยวภาพหมู่บ้านน่ารักในมุมสูงไปฝากเพื่อนๆที่ไม่อยากรู้อยากเห็นเหมือนเราสองคน

นี่คือ โรงแรมของเรา ซึ่งมองจากถนนจะเห็นว่าเป็นเพียงอาคารธรรมดาๆ แต่เมื่อมองจากมุมสูงจึงเห็นว่าสถาปนิกออกแบบหลังคาของอาคารหลังนี้ให้เอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่ายได้อย่างน่าทึ่ง ห้องด้านหน้าและ ด้านหลัง มีระเบียงให้ออกมาชมวิวได้ รวมทั้งชั้นใต้หลังคาและด้านข้างก็มีหน้าต่างกระจกใสมากมาย จนดูเหมือนว่าทุกห้องน่าจะเห็นวิวทะเลสาบได้สมชื่อ seehotel

บนลานกว้างของที่จอดรถบนภูเขา วิวสวย อากาศเย็นสบาย

นาฬิกาของโบสถ์ Catholic และเรือในทะเลสาบ ถ่ายจากลานจอดรถเช่นกัน

จากลานจอดรถมีบันไดทอดยาวไปถึงถนนสายหลักข้างล่าง

ย่าลงบันไดมารอปู่ตรงทางแยก เพื่อถามว่าจะไต่บันไดขึ้นไปชมโบสถ์ต่อไหม หรือจะลงไปข้างล่างเลย

แน่นอน ลุยกันมาถึงขนาดนี้แล้ว เราตัดสินใจตรงกัน คือ ไต่บันไดสูงขึ้นไปชมโบสถ์กันต่อ

ลานเล็กๆหน้าประตู เป็นที่ฝังศพซึ่งมีป้ายชื่อพร้อมแปลงดอกไม้เล็กๆสีสดใสเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ

ประตูทางเข้าโบสถ์ดูธรรมดามากๆ

แต่ในโบสถ์ดูขรึมขลังและอลังการมาก ตามหลักฐานมีการกล่าวถึงโบสถ์นี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 แล้ว

รูปนี้ได้จากหนังสือ Hallstatt ซึ่งซื้อภายหลัง...น่าเสียดายที่วันที่ไปชมโบสถ์นี้ ย่าไม่ได้แวะชมอาคารซึ่งอยู่ถัดจากโบสถ์ เพราะไม่ทราบว่าเป็นอาคารทางประวัติศาสตร์ที่มีการแสดงหัวกะโหลกวาดลวดลายสวยงามพร้อมชื่อเจ้าของกะโหลกกว่า 600 หัว ...เป็นหัวกะโหลกที่ได้จากหลุมฝังศพที่มีการ’ ล้างป่าช้า’ เป็นครั้งคราวเพื่อให้มีที่ว่างสำหรับฝังศพใหม่ๆต่อไป

ย่านำมาเล่าไว้ที่นี่ เพื่อว่า ถ้ามีเวลามากพอ ผู้สนใจจะได้แวะไปชมสิ่งแปลกตานี้

เมื่อออกจากโบสถ์ Catholic ปู่กับย่าได้ข้ามถนนไปชมโบสถ์ Protestant ที่อยู่เยื้องๆกัน เพราะอยากทราบว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร’

โบสถ์นี้รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นกว่าโบสถ์ Catholic

อย่างไรก็ตาม ภายในกลับเรียบง่าย ไม่อลังการเหมือนโบสถ์ Catholic

ส่วนที่สะดุดตาย่า คือ ไม้กางเขนเรืองแสง ทำให้สงสัยว่าคืออะไร เมื่อซื้อโปสการ์ดแผ่นละหนึ่งยูโร เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการกิจการของโบสถ์ จึงทราบว่า คือ ก้อนเกลือซึ่งเป็นสินค้าหลักของหมู่บ้าน นี้

ด้านหลังโปสการ์ด คัดลอกข้อความในพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงความสำคัญเกลือ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของ Hallstatt

เช้าวันรุ่งขึ้น ภาพด้านขวามือของหน้าต่างห้องพัก ดูสลัวมัวซัวต่างไปจากเช้าเมื่อวานมากมาย

และนี่ก็เป็นภาพจากด้านซ้ายมือของหน้าต่างห้องพัก เห็นภาพจากหน้าต่างแล้วรู้สึกว่า ตัวเองโชคดีที่สองเช้าใน Hallstatt ได้มีโอกาสเห็นทั้งภาพสดใส และภาพมัวซัว

ภาพเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ระหว่างบรรยากาศของเช้าวันแรกและเช้าวันที่สอง

มื้อเช้าเบาๆที่ห้องอาหารในโรงแรมที่พัก

เงาของปู่คู่กับย่า เช้าวันที่บรรยากาศงดงาม

แม้จะไปด้วยกัน แต่ต่างคน ต่างถ่ายด้วยสไตล์ต่างกัน ค่ะ


ลาก่อน Hallstatt  ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันรักษาหมู่บ้านแห่งนี้อย่างดีตลอดมา


ขอปิดท้ายด้วยข้อมูลที่ได้จาก Google (และขอขอบคุณสำหรับข้อมูลนี้ รวมทั้งข้อมูลอื่นๆด้วย) ว่า ในปี 2012  บริษัทที่ทำกิจการเหมืองแร่แห่งหนึ่งในจีน ได้สร้างหมู่บ้าน  Hallstatt จำลองที่เมือง Guangdong ของจีนเสร็จเรียบร้อยแล้ว

………………….

 



Edited by yanid - 19 Jun 2016 at 22:39

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 16 Jun 2016 at 00:03



vanin View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 27 Feb 2010
Posts: 5365
Post Options Edit Comment   Quote vanin Quote Direct Link To This Post Posted: 17 Jun 2016 at 15:09 - IP: 119.63.93.XXX
สวยมากเลยค่ะคุณย่า อ้อหวังว่าวันนึงข้างหน้าจะมีโอกาสได้ไปค้างคืนที่เมืองน่ารักแห่งนี้บ้าง

สถานที่สวยงามชวนฝัน แต่คงขอผ่านอาคารเก็บหัวกระโหลกนะคะ หายโรแมนซ์เลยอ่ะค่ะ
แม่กับปัณณ์ รักกัน รักกัน พ่อกับปัณณ์ รักกัน รักกัน พ่อกับแม่ รักปัณณ์ รักปัณณ์
Back to Top
yanid View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 Jul 2013
Posts: 136
Post Options Edit Comment   Quote yanid Quote Direct Link To This Post Posted: 17 Jun 2016 at 23:57 - IP: 125.24.160.XXX
Avatar
Back to Top
yanid View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 Jul 2013
Posts: 136
Post Options Edit Comment   Quote yanid Quote Direct Link To This Post Posted: 18 Jun 2016 at 00:15 - IP: 125.24.160.XXX
คุณอ้อ ทำบุญบ่อยๆ ต้องส่งผลให้ได้มาแน่ๆเล  ยาเองก็ตั้งความหวังไว้เเฉยๆ วันดีคืนดีพี่ที่ไปเที่ยวด้วยกันก็มาชวน.......หัวกะโหลก ก็ทำเอาย่าใจไม่ดีค่ะ เพราะตอนถ่ายรูปจากหนังสือย่าก็ขนลุกซู่ซ่าๆๆ
Back to Top
DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [0/86]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [0/96]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [0/72]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [0/121]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [0/113]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [0/209]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [0/138]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [0/93]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [0/167]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [0/195]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [0/77]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [0/90]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [0/102]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [0/170]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [0/108]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [0/170]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [0/171]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [0/148]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [0/128]
Cesky Krumlov…รักแรกพบ [2/199]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [2/178]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [0/186]
Hallstatt 2016 [3/224]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [0/245]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [0/227]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [0/467]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [0/331]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [0/377]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [2/442]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [0/319]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [0/361]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [0/660]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [0/1988]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [0/369]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/261]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/662]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/286]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/261]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/350]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/260]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/280]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/485]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1092]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/1443]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/2867]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/11690]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/732]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/204]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/178]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/153]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/167]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/149]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/170]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/134]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/146]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/180]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/475]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/277]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/314]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/372]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/268]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/983]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/438]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/428]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/460]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/396]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/790]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/445]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1287]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/635]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/3507]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/442]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/351]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/634]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/334]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/450]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/457]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/616]
กรรมฐาน [6/883]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/509]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [10/697]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

March 2017
S M T W T F S
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.141 seconds.