ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

ตอน 6 ลุมพินี...ถิ่นนี้ของเนปาล

เมื่อคืนเรามาถึงเนปาลตอนสามทุ่ม เช้านี้เราจะไปลุมพินี( Lumbini) สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ซึ่งเมื่อ 2639 ปีก่อน อยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวะทะหะ แต่ปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาลทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย

ดูจากแผนที่ของเนปาล ลุมพินีอยู่ช่วงกลางของแนวชายแดนระหว่างอินเดียกับเนปาล ห่างจากกาฏมาณฑุ (Kathmandu) เมืองหลวงของเนปาลประมาณ 300 กม.

เนปาลเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตย เป็น สาธารณรัฐประชาธิปไตยในปี พ.ศ. 2550 ประชาชนประมาณ 81% นับถือศาสนาฮินดู มีเพียง 9% เท่านั้นนับถือศาสนาพุทธ นอกนั้นนับถือศาสนาคริสต์และอื่นๆ

ดูหมือนว่าเจ้าของโรงแรมที่เราพักจะเป็นพุทธศาสนิกชน เพราะโรงแรมชื่อ Buddha Maya Hotel ซึ่งชื่อและการตกแต่งล้วนถูกใจชาวพุทธเช่นย่ายิ่งนัก...มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

พระพุทธรูปองค์ใหญ่งดงามนี้ประดิษฐานอย่างโดดเด่นที่หน้าโรงแรม

บริเวณห้องโถง ก็ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็กๆเรียงรายเต็มทุกชั้น...หลายตู้

ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่หลายองค์ที่ประดิษฐานชิดเสาใหญ่ของห้องโถง แต่ละองค์งดงามมากๆ

ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่หลายองค์ที่ประดิษฐานชิดเสาใหญ่ของห้องโถง แต่ละองค์งดงามมากๆ

ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่หลายองค์ที่ประดิษฐานชิดเสาใหญ่ของห้องโถง แต่ละองค์งดงามมากๆ

0.6

นอกจากพระพุทธรูปแล้ว ย่ายังชอบบริเวณห้องพักของโรงแรมเล็กๆแห่งนี้ด้วย ชอบหน้าห้องโปร่งสบาย มีระเบียงและเก้าอี้ รวมทั้งต้นไม้เขียวสดใสให้พักสายตา

ส่วนอีกมุมหนึ่งของโรงแรมก็มีสวนเล็กๆ และ สนามหญ้าที่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างดี

ชื่นชมพระพุทธรูปและโรงแรมแล้ว ขอชื่นชมคนขับรถ(ซึ่งไม่น่าจะเป็นชาวพุทธ) บ้าง คุณคนนี้เธอขับรถทางไกลได้เก่งและอึดสุดยอด

เราเดินทางไกลกันช่วงบ่ายทุกวัน วันละประมาณ 6-8 ชั่วโมง และที่อินเดีย นั้น หาห้องน้ำยากมาก จำเป็นต้องแวะแยกกันทำกิจกรรมส่วนตัวตามชายทุ่งข้างทางเป็นส่วนใหญ่ และเนื่องจากไม่ต้องรอคิวเข้าห้องน้ำ ดังนั้น การแวะแต่ละแห่งจะใช้เวลาสั้นเหลือเชื่อ เป็นผลให้คนขับรถได้พักระหว่างทางน้อยมาก

ถึงแล้ว สวนลุมพินีวัน สังเวชนียสถานแห่งสุดท้าย... ครบทั้ง 4 แห่งตามพระพุทธองค์กล่าวถึง

พร้อมแล้วก็ทยอยกันขึ้นรถสามล้อ ที่จะช่วยผ่อนแรงในการเดินไปถึงสถานที่ประสูติของพระพุทธองค์

เราเกาะกันไป เรียงแถวเป็นขบวนสวยงาม

ผ่านสระน้ำที่สะท้อนแสงอาทิตย์งดงามพอดีเลย

ขาไปเครื่องยังไม่ร้อน รถเคลื่อนไปไม่เร็วนัก ทำให้คนชอบถ่ายรูปในรถแต่ละคัน มีโอกาสถ่ายภาพกันและกันได้อย่างสนุกสนาน

ถึงปลายทางที่สามล้อจะต้องจอดรอเราแล้ว ร่นระยะทางได้ไม่น้อย คาดคะเนจากระยะเวลาที่นั่งบนรถแล้ว น่าจะประมาณสองกิโลเมตร

เดินเอื่อยๆอีกซัก 5 นาทีเห็นจะได้ ก็จะถึงจุดแวะพักเหนื่อยแห่งแรก

4

นี่ไง จำได้ไหมๆ..เป็นผลงานจากความร่วมมือร่วมใจของคนไทย ตามโครงการ บูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฝ่ายสงฆ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฝ่ายฆราวาส และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงาน โครงการนี้จัดทำขึ้นเนื่อง ในวโรกาสครบรอบ 26 ศตวรรษของการกำเนิดพระพุทธศาสนา ตลอดจนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี พ.ศ.2554 และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี พ.ศ.2555

พระพุทธรูปองค์นี้ เรียกกันสั้นๆว่า พระพุทธเจ้าน้อย ซึ่งมาจาก ภาษาอังกฤษว่า Baby Buddha  แต่ถ้าเรียกอย่างเป็นทางการตามแบบไทย  ก็ควรเรียกว่า พระพุทธเจ้าปางประสูติ

 

พระพุทธรูปองค์นี้หล่อด้วยแผ่นทองสัมฤทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศร่วมบริจาคจำนวนทั้งสิ้น 840,000 แผ่น น้ำหนักรวม 3 ตัน สูง 3 เมตร 55 เซนติเมตร และได้นำมาประดิษฐาน ณ ทางเข้าสู่มหาวิหารมายาเทวี  เมื่อ 31 มีนาคม 2556

เป็นประติมากรรมที่ได้รับแนวคิดมาจากพระพุทธศาสนาแบบมหายาน ในจีน ทิเบต เนปาล และญี่ปุ่น

ในประเทศไทยยังไม่นิยมสร้างกันแพร่หลายเหมือนพระพุทธรูปปางอื่นๆ  แต่ก็มีอยู่ในวัดบางแห่ง เช่น วัดอโศการามและวัดสระเกศ เป็นต้น

แผ่นจารึกความเป็นมาเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมคำขอบคุณเป็นภาษาไทย

จากตรงนี้เดินสบายๆ ต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีก็ถึงบริเวณสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการเดินทางมาเนปาลของพวกเรา

ประตูทางเข้าสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ( The Birthplace of Lord Sakayamuni Buddha) หรือ ที่ชาวต่างชาติมักเรียกกันสั้นๆว่า Sacred Garden Zone

ก่อนเข้าประตูนี้ ทุกคนต้องถอดรองเท้า  และผ่านการตรวจจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

เมื่อปี 2540 UNESCO ยกย่องว่า ลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า มีคุณค่าพิเศษยิ่ง สมควรได้รับการคุ้มครองเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ

9

นี่คือ มายาเทวีวิหาร ( Mayadevi Shrine) อาคารนี้สร้างขึ้น เพื่อปกคลุมมิให้โบราณวัตถุสำคัญที่สุดที่ขุดพบได้รับความเสียหาย  ปัจจุบันห้ามถ่ายภาพภายในอาคารนี้

จึงขอนำภาพภายในอาคารที่มีผู้ถ่ายไว้ก่อนหน้านี้มาให้ชมกัน...ขอบคุณภาพจากคุณ Shankar  ซึ่งแสดงรูปประกอบการเล่าเรื่องไว้ในบทความชื่อ Lumbini – Place of Buddha’s Birth เมื่อ 14 เมย. 2557

รูปซ้าย เป็นหินแกะสลักจำลองภาพขณะที่พระนางสิริมหามายาให้กำเนิดพระพุทธเจ้า ขวาบน เป็นรอยเท้าจำลองของพระพุทธเจ้าเมื่อแรกเกิด( marker stone) และ ภาพล่างขวาเป็นบริเวณที่พบซากปรักหักพังของตัวอาคารคล้ายสังฆารามแยกเป็นห้องเล็กๆ

11

บริเวณต้นโพธิ์ หลังสระโบกขรณี มีราวธงหลากสีของชาวพุทธจากประเทศอื่น เพื่อเป็นพุทธบูชา

15

ชมบริเวณที่พระพุทธเจ้าประสูติแล้ว ก็ออกมานั่งสวดมนต์กันที่หน้าเสาอโศก

17

นั่งสมาธิหลังสวดมนต์  ใครใคร่นั่งท่าไหน ก็นั่งได้ตามใจปรารถนา

แม้แต่น้องหมาในบริเวณนั้น ก็ถือโอกาสนั่งสมาธิกับเราด้วย

19

ผู้หญิงคนนี้ก็ทำสมาธิใกล้ๆกลุ่มเรา ตามประเพณีของเธอ

20

ปู่จับภาพเปลวไฟในมือเธอได้อย่างสวยงาม

21

เดินสวดมนต์รอบเสาอโศก

22

สระโบกขรณีที่พระนางสิรมหามายาสรงน้ำ ก่อนมีพระประสูติกาล

ต้นโพธิ์ใหญ่หลังสระโบกขรณี..ไม่ใช่ต้นสาละซึ่งพระพุทธมารดายืนเหนี่ยวกิ่งไว้ขณะมีพระประสูติกาล

พร้อมใจกันไหว้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ หน้าเสาอโศก โดยมีน้องหมาตามมาเข้าฉากด้วย

ยอดหลังคาพร้อมดวงตาเห็นธรรม?นี้ มีพลังมาก ดูราวกับตามจับจ้องเราตลอดเวลา

นมัสการสังเวชนียสถาน บริเวณที่ประสูติของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็เดินย้อนกลับมาถ่ายรูปคู่กับพระพุทธเจ้าปางประสูติ ซึ่งชาวไทยพุทธร่วมกันน้อมใจสร้าง

ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตามโครงการ บูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งดำเนินการโดยคนไทย (พ.ศ.2553-2556)   จนได้รับอนุญาต จากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องของทางเนปาลและUNESCO นี้ นอกจากจะสร้างรูปหล่อที่เราคุ้นเคยกันแล้ว ยังสร้างฐานรองรับ ตลอดจนสร้างทางเดินสวยงาม จากบริเวณนี้ต่อเนื่องไปถึงประตูทางเข้า สวนศักดิสิทธิ์ (Sacred Garden) รวมทั้งทางเดินในบริเวณสวนฯ อีกด้วย

ขออนุโมทนาแด่ทุกท่านที่ร่วมกันดำเนินการเพื่อเป็นพุทธบูชาและเพื่อสาธารณะประโยชน์แก่ผู้สนใจมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ด้วย

28

ที่ปลายทางเดินเท้า ทีมรถสามล้อรอรับพวกเรากลับอยู่แล้ว

สำหรับคลองขุดเป็นแนวยาวที่เห็นเบื้องหน้า นั้น เป็นแนวแบ่งเขต การสร้างวัดพุทธของประเทศต่างๆ ในบริเวณนี้ (Monastic Zone) ด้านหนึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการสร้างวัดฝ่ายเถรวาท อีกด้านหนึ่งสำหรับสร้างวัดฝ่ายมหายาน

การที่ประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย มาสร้างวัดพุทธในประเทศเนปาล เริ่มมาจาก ปีพ.ศ. 2500 ท่านอูถั่น  ชาวพม่าซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติในเวลานั้น ได้ริเริ่มโครงการฟื้นฟูพุทธสถานลุมพินีวันในเนปาล และประเทศต่างๆรวมทั้งเนปาลได้ขานรับอย่างดียิ่ง โดยเนปาลได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้กว่า 6,000 ไร่ให้สร้างวัด  รวมทั้งจัดพื้นที่กว้างใหญ่ไว้สำหรับปลูกป่าด้วย

จากข้อมูลของวัดไทยลุมพินี ได้ทราบว่า ณ ปี 2553 มีวัดพุทธในบริเวณดังกล่าว ประมาณ 20 แห่ง แล้ว

29

เรามีเวลาจำกัด จึงไม่มีโอกาสไปชมวัดพุทธอื่นๆเลย ได้แต่แวะชมและทอดผ้าป่าที่ วัดไทยลุมพินี เท่านั้น

แค่ได้เห็น ป้ายแผนผัง และ บันไดวัด ก็รู้สึกอบอุ่นและภูมิใจในความเป็นชาวพุทธไทยแล้ว

วัดนี้สร้างโดยใช้งบประมาณแผ่นดิน ร่วมกับทุนทรัพย์ที่ผู้มีศรัทธาบริจาคสมทบ

ศิลปินแห่งชาติ รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี เป็นผู้ออกแบบพระอุโบสถที่งดงามโดดเด่นแห่งนี้

พระอาจารย์ที่ต้อนรับพวกเราให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พระอุโบสถสีขาวมีนัยแฝงถึงน้ำนมแม่ เนื่องจากที่นี่เป็นที่ประสูติของพระพุทธเจ้า สำหรับลวดลายประดับตามส่วนต่างๆของพระอุโบสถนั้น ก็เป็นการออกแบบให้สอดคล้องกับลายไทย

ระหว่างเดินชื่นชมพระอุโบสถ ได้พบกับคนไทยที่มาพักแรมที่วัดนี้ด้วย เราต่างทักทายกันอย่างยินดี หน้าตาของคุณป้าๆดูอิ่มบุญและภาคภูมิใจที่ได้มาเดินในวัดไทยที่งดงามสะอาดตา..เช่นเดียวกับย่า

33

ที่นี่เป็นแห่งแรกที่พวกเรามีโอกาสนั่งเก้าอี้ฟังพระสวดมนต์อย่างสบายกาย

ตาลปัตรพิเศษสำหรับวัดไทยในเนปาล

พระพุทธเจ้าปางประสูติ ที่เห็นในวันนั้น...ย่าชอบแบบขวามือมากที่สุด

พระประธานในพระอุโบสถ ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า พระพุทธปฏิมาสุวรรณภูมิสิริโชค

เนื่องจากบริษัทการบินไทยได้รับมอบหมายให้เป็นฝ่ายจัดหาทุนและดำเนินการสร้าง ดังนั้นเมื่อขอพระราชทานนาม พระองค์จึงทรงอนุญาตให้นำชื่อสนามบินสุวรรณภูมิมาเป็นส่วนหนึ่งในนามของพระพุทธรูปองค์นี้

เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิทรงเครื่องจักรพรรดิ สร้างจากหยกแท้ของพม่า ตามแบบของกรมศิลปากร

สำหรับอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. จำลองนั้น ทางบริษัทการบินไทยได้รับพระบรมราชานุญาต ให้เชิญนำมาประดิษฐานที่ผ้าทิพย์ จึงมักเรียกนามพระพุทธรูป ต่อเนื่องกัน ว่า  พระพุทธปฏิมาสุวรรณภูมิสิริโชค ภ.ป.ร.

องค์ประกอบที่งดงามทางสถาปัตยกรรม กับ การจัดวางองค์พระประธานในพระอุโบสถ

รูปที่ระลึกหน้าพระอุโบสถสวยสงบแบบเรียบง่าย

สวนบัวสวยจากการสนับสนุนของเจ้าของบริษัทนำเที่ยวรายหนึ่ง

สถานที่ทั่วไปตามทางผ่านระหว่างเดินทางจากเนปาลกลับไปอินเดีย

วงเวียนในลุมพินีมีพระพุทธรูป สมกับที่เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า

ตอนนี้เราเพิ่งผ่านพ้นเขตเนปาล ย่าได้ถือโอกาสไปยืนที่กระจกท้ายรถ แล้วถ่ายรูปย้อนกลับไปที่ป้ายต้อนรับการเข้าประเทศ เพื่อเป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต(และน่าจะเป็นครั้งเดียว) ได้เดินทางอย่างอดทนและยาวนานมาก กว่าจะเข้ามาถึงประเทศนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงแล้วก็ได้พบหลายๆอย่างที่น่าทึ่งและประทับใจยิ่ง ตามที่เล่าไว้แล้ว

นี่เป็นของที่ระลึกเพียงชิ้นเดียวที่ย่าได้จากเนปาล รีบซื้อรีบต่อรองราคาจนไม่ได้พิจารณาให้ละเอียดเพราะเวลากระชั้นมาก เป็นของที่ถูกจริตมากมาย แม้จะมีตำหนินิดหน่อยก็ตาม

นมัสเต เนปาล

....................

  



Edited by yanid - 17 Feb 2016 at 00:32

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 07 Feb 2016 at 22:41



meowadee View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 Sep 2011
Location: Thailand
Posts: 237
Post Options Edit Comment   Quote meowadee Quote Direct Link To This Post Posted: 08 Feb 2016 at 16:34 - IP: 146.88.41.XXX
ตามคุณย่าไปเที่ยวด้วยค่า
วันนี้เหนื่อยกันหรือเปล่าคะ...ยิ้มๆๆๆ ไว้ค่ะ... ◕‿◕   ◕‿◕_☼♥/)_♥☼♥¯\)☼♥¯♥☼♥☼♥'
Back to Top
yanid View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 28 Jul 2013
Posts: 141
Post Options Edit Comment   Quote yanid Quote Direct Link To This Post Posted: 11 Feb 2016 at 21:20 - IP: 125.24.162.XXX

ยินดีและขอบคุณค่ะ...ตามมาเลยๆๆๆ

Back to Top
DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 5(จบ) The Hermitage [1/199]
นกกินปลีอกเหลืองตกสวรรค์ [3/200]
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 4 Peterhof [2/247]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่3 St.Basil's Cathedral [2/172]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่2 ดอกไม้ในมอสโก [2/169]
เที่ยวรัสเซียปี2560 - ตอนที่1 ภาพรวม [2/194]
เปิดกล้องส่องนกที่บ้าน [3/137]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [4/855]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [3/844]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [3/601]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [3/311]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [3/393]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [3/416]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [3/313]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [2/201]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [1/316]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [3/767]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [2/189]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [2/151]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [1/159]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [2/244]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [3/188]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [3/629]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [3/278]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [2/220]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [2/190]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [3/293]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [2/347]
Hallstatt 2016 [5/322]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [3/431]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [1/374]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [1/657]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [1/447]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [1/547]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [3/639]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [1/436]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [2/649]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [2/966]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [2/2886]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [2/502]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/331]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/1262]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/383]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/311]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/426]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/309]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/332]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/728]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1540]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/2107]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/3910]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/14574]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/982]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/219]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/194]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/163]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/182]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/169]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/220]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/147]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/158]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/192]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/630]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/332]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/350]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/449]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/340]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/1287]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/524]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/562]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/617]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/447]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/887]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/530]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1530]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/696]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/3931]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/467]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/366]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/672]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/353]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/467]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/476]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/650]
กรรมฐาน [6/901]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/522]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [11/846]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

September 2017
S M T W T F S
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.125 seconds.