ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

ตอน5 กุสินารา...หมอกหนา  เมตตาเด่น

1

สองตอนที่ผ่านมาได้เล่าถึง พุทธคยา และพาราณสี ซึ่งเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ และ แสดงปฐมเทศนา ไปแล้ว

ตอนนี้ย่าอยู่ที่กุสินารา วันนี้เรามีกำหนดการไป สาลวโนทยาน สถานที่ที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ( Stupa and Niravana Temple) วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ และ มกุฎพันธนเจดียสถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้า

จากนั้นช่วงบ่ายก็จะเดินทางโดยรถโค้ชไป เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล

เราพักที่โรงแรมอิมพีเรียลซึ่งจัดแต่งสถานที่แบบเอาใจชาวพุทธ จึงต้องขอถ่ายรูปไว้หน่อย

ออกจากโรงแรมตั้งแต่แปดโมงเช้า วันนี้หมอกลงจัด แต่ดี เพราะช่วยให้ได้ภาพสวยแปลกตาที่หาโอกาสได้ยาก กลุ่มนี้เป็นชาวพุทธต่างประเทศ..ใครบางคนบอกว่าเป็นพุทธเกาหลี

กลุ่มนี้คือพวกเรา ชาวพุทธไทย เดินในกลุ่มหมอกหนาเช่นกัน ย่าเดินรั้งท้าย พอพวกเดินๆแล้วหายวับไปกับตา ก็ต้องรีบสาวเท้าตามโดยเร็ว เพราะระยะการมองเห็นกันสั้นมาก

โชคดีที่หมอกหนา เราจึงเป็นกลุ่มแรกๆที่มาถึง มหาปรินิพพานวิหาร และได้ที่นั่งด้านในวิหาร ..ยังไม่ทันไร กลุ่มอื่นๆที่เล็กกว่าก็ทยอยตามเข้ามาจนเต็มห้อง เพราะอบอุ่นกว่าข้างนอกมากมาย

พระพุทธรูปปางปรินิพพานนี้เป็นฝีมือช่างชาวมถุรา สร้างด้วยหินทรายแดง อายุกว่า 1,900 ปี ยาว 6.1 เมตร

เริ่มสวดมนต์ไหว้พระ

จากนั้นก็ช่วยกันค่อยๆคลี่ผ้าคลุมองค์พระตามธรรมเนียมนิยม เช่นเดียวกับที่พุทธคยา สังเกตว่าก่อนหน้านี้ก็มีผ้าคลุมซ้อนกันแล้ว 2-3 ชั้น แต่มีการตลบผ้าให้เปิดไว้ซีกหนึ่ง เพราะผ้าคลุมชั้นล่างสุดเป็นผ้าลวดลายสวยพิเศษกว่าชั้นบนๆ เข้าใจว่ากรณีผ้าของเราก็เช่นกัน หลังจากนี้คงมีเจ้าหน้าที่มาเปิดผ้าไว้ครึ่งหนึ่ง เพื่อเปิดให้กลุ่มอื่นได้คลุมผ้าเช่นเดียวกับกลุ่มเรา

นี่เป็นภาพแกะสลักที่อยู่ใต้พระพุทธรูป ไก๊ด์บอกว่า เป็นผู้ที่ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า คือ พระอานนท์ พระอนิรุทธผู้มีญาณชั้นสูงสามารถทราบวาระจิตของพระพุทธองค์ได้ทุกขณะจนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน และ อีกคนหนึ่งเป็นหญิง แต่ย่าจำชื่อไม่ได้แล้ว

ปู๋ซูมรายละเอียดให้เห็นกันชัดๆ

1

พระพักตร์ของพระองค์มุมนี้ดูสงบและงดงาม

ถือกันว่าส่วนพระบาทของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์ จึงนิยมวางเงินบริจาคไว้ที่ปลายพระบาท

รวมทั้งนิยมปิดทองที่พระบาททั้งสองข้างด้วย

กราบลาพระพุทธองค์

สวดมนต์รอบวิหารและสถูป…… หมอกยังอ้อยอิ่ง ฟ้ายังไม่เปิด

วิหาร คือ มหาปรินิพพานวิหาร อาคารด้านหน้าซึ่งเราเพิ่งออกมา และ สถูปคือ มหาปรินิพพานสถูป อาคารรูปโดมด้านหลังซึ่งตามหลักฐานหลายอย่างที่ขุดพบในปี 1927 บ่งชี้ว่า พระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานบริเวณนี้  โดยมีสิ่งปลูกสร้างทับซ้อนกันหลายยุค

สำหรับการบูรณะปรับปรุงวัดนี้ครั้งใหญ่ ดำเนินการเมื่อปีคศ. 1956 ในโอกาสครบ 2500 ปีของพุทธศาสนา

พระอาทิตย์มาแล้ว แต่หมอกก็ยังไม่ยอมสลายตัว 

แท่นอิฐสวยงามด้านล่าง คือ สถานที่วางพระบรมศพของพระพุทธเจ้า 7 วัน ก่อนที่จะอัญเชิญไปยังสถานที่ถวายพระเพลิง ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณ 1 กม.

สวดมนต์พร้อมกันอีกครั้ง บริเวณหน้ามหาปรินิพพานสถูป

มีผู้วางเทียนอย่างเรียบร้อยและเป็นระเบียบ ก่อนหน้าเรา

...และนี่คือ เทียนสีสันสดใสของพวกเราที่วางอย่างอิสระ

บริเวณนอกอาคารด้านล่าง มีเจ้าหน้าที่ของวัดยืนดูแลความเรียบร้อย

    กลุ่มคนเสื้อเหลือง นั่งสวดมนต์ด้านนอกอาคารอย่างเรียบร้อย
 
 
นี่ก็...รองเท้าของพวกเขาหละ ...วางเรียบร้อยเช่นกัน

หลังจากนั้นทั้งกลุ่มก็ไปสวดมนต์รอบอาคารทั้งสองเช่นเดียวกับเรา แต่การที่เขาใส่เสื้อทีมสีเดียวกัน ทำให้เกิดภาพงดงามมาก

กลุ่มเราเลยถือโอกาสถ่ายรูปโดยอาศัยการเดินวนรอบของกลุ่มเสื้อเหลืองเป็น background ...งดงามมาก

กลุ่มนี้เป็นคนไทย  มาถึงในขณะที่เรากำลังจะออกจากวัดพอดี

บริเวณสาลวโนทยาน นี้ หลังพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว ก็มีการสร้างวัดวาอารามต่างๆเรื่อยมา เมื่อขุดค้นโบราณวัตถุทางโบราณคดีในภายหลัง ทางการอินเดียจึงก่ออิฐเรียบร้อยสวยงามไว้เป็นหลักฐาน

จากสาลวโนทยาน ก็มาแวะมาทอดผ้าป่าที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ซึ่งพระอาจารย์ที่มาต้อนรับพวกเรา ได้เล่าถึง พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ความเป็นมาของวัด และการดำเนินการที่น่าชื่นชมหลายอย่างของคณะสงฆ์ และพุทธบริษัททั้งชาวไทยและอินเดีย รวมทั้งวันนั้นย่าได้มีโอกาสเห็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างวัดกับชุมชนใกล้วัด  จึงขอนำภาพและข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วนโดยสรุปมาบอกเล่าไว้ในที่นี้ด้วย

วัดนี้ ก่อสร้างระหว่างปี 2537-2542 ภายใต้ดำริของพระสุเมธาธิบดี อดีตอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุฯ โดย คณะพุทธบริษัทชาวไทย และชาวพุทธในประเทศอินเดีย พร้อมใจกันสร้างเพื่อเป็นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาคืนสู่มาตุภูมิ น้อมถวายเป็นพุทธบูชา และเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์

พระอุโบสถสร้างปี 2539 อันเป็นปีกาญจนาภิเษก  สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมของไทย โดยผู้ออกแบบคือ ร.ศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เน้นให้เป็นศิลปะในรัชกาลปัจจุบัน  บานประตูหน้าต่างเป็นไม้สาละอันเป็นเครื่องระลึกถึงต้นสาละคู่ในสวนของมัลลกษัตริย์ สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า พื้นปูด้วยหินอ่อน หินแกรนนิต และหินทรายทั้งหลัง..ขอบคุณภาพจาก web ของวัดค่ะ

ภาพวาดผนังพระอุโบสถ

ภาพวาดผนังพระอุโบสถ

ช่วยกันนับเงินทอดผ้าป่า

ถวายผ้าไตรจีวร

พระมหาเจดีย์ "พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้างนับแต่มีพระบรมราชวินิจฉัยในเบื้องต้น และเมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อนำไปใช้เป็นทุนในการทำนุบำรุงให้ยั่งยืนตลอดไป

อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุกลับสู่แดนพุทธภูมิ และเส้นพระเจ้า เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานในพระธาตุเจดีย์ที่ได้มีพระราชกระแสรับสั่งแก่ผู้ใกล้ชิดว่า "เจดีย์ของฉัน" 

มหาเจดีย์ฯนี้ออกแบบโดย อาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร จากมหาวิทยาลัยศิลปากร

ด้านหน้าของมหาเจดีย์ฯ

พระบรมสารีริกธาตุ และเส้นพระเจ้า(เส้นผมของในหลวง) ซึ่งประดิษฐานในพระธาตุเจดีย์

ศาลารับเสด็จ พร้อมสวนกุหลาบสวยงามที่ได้รับการดูแลอย่างดี

วันนั้น ย่าได้เห็นเด็กนักเรียนของอินเดียเดินเข้ามาในวัดอย่างเป็นระเบียบ

และเมื่อย่าเดินมาถ่ายรูปพระมหาเจดีย์ ก็ได้เด็กๆพวกนั้นกำลังทำกิจกรรมอยู่ด้านนอกมหาเจดีย์ อย่างมีความสุขโดยมีอาจารย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

พระอาจารย์ที่มาต้อนรับพวกเราเล่าให้ฟังว่า ทางวัดเป็นศูนย์กลางในการรักษาพยาบาลแก่สาธารณชนผู้ทุกข์ยาก เจ็บป่วย โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ หรือศาสนาใดๆ ที่มารับการตรวจรักษา ในรูปแบบของการกุศล ไม่คิดมูลค่าใดๆ โดยใช้ชื่อว่า กุสินาราคลินิก เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2543...ขอบคุณภาพจาก web ของวัดค่ะ  

ต่อมาได้มีการสร้างโรงพยาบาลซึ่งหลังแรกแล้วเสร็จเมื่อ 2550 และ ปรับปรุงการบริหารงานให้บริการประชาชนได้เพิ่มขึ้น

พระราชรัตนรังษี  ประธานสงฆ์ เชิญท่านประธานาธิบดี อินเดีย ดร.เอ.พี.เจ อัปดุล กาลาม มาเป็นเกียรติสูงสุดเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายห้องตรวจรักษาพยาบาล เมื่อ 2 พฤษภาคม 2550....ขอบคุณภาพจาก web ของวัดค่ะ

พระอาจารย์ที่มาต้อนรับพวกเราเล่าให้ฟังว่า สถานพยาบาลนี้ คิดค่ารักษา  8 รูปี รักษาทุกโรค โดยมีแพทย์ 3 คน เภสัชกร 4 คน แต่ละวันจะมีคนไข้มารักษาประมาณวันละ 150-200 คน  รักษาฟรีทุกวันพระ สำหรับผู้สูงอายุเกิน 60 ปี และเด็กต่ำกว่า 8 ขวบ

ในอดีตชาวบ้านต่อต้านการตั้งวัดพุทธในบริเวณนี้ แต่ปัจจุบันชาวบ้านและวัดมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะนอกจากทางวัดจะมีส่วนช่วยพวกเขาเรื่องสุขภาพแล้ว ทางวัดยังได้จ้างชาวบ้านทำงานต่างๆหลายอย่างในวัดอีกด้วย

หลังอาหารกลางวัน เรามาแวะสถานที่ถวายพระเพลิงพระสรีระของพระพุทธเจ้าซึ่งเรียกว่า มกุฎพันธนเจดีย์ เหตุที่ชื่อนี้ เพราะเดิมสถานที่นี้เป็นสถานที่ทำพิธีสวมมงกุฎรับตำแหน่งกษัตริย์แคว้นมัลละ

เมื่อเดินเข้ามาในบริเวณนี้ ก็ได้เห็นคุณแขกเธอนอนท่าสีหไสยาสน์อย่างสบายอารมณ์บนสนามหญ้ากว้างใหญ่ราวกับเป็นมหาราชาเจ้าของสถานที่

41

เรานั่งสวดมนต์กันเบื้องหน้า ซากสถูปขนาดใหญ่ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เพื่อเป็นพุทธบูชา และแสดงว่าบริเวณนี้เป็นที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

และตรงนี้เป็นที่สวดมนต์อย่างเป็นสุขของชนกลุ่มน้อยของเราที่ปวดหลังและจำต้องหาหลักมั่นคงเป็นที่พักพิง

ระหว่างสวดมนต์เหลือบไปเห็น วัยรุ่นแขกยืนมุงดูพวกเราอย่างสนใจ ย่าจึงย้ายสมาธิจากบทสวดมนต์มาอยู่ที่กล้องถ่ายรูปแทน

เดินสวนกับสาวแขกแต่งชุดส่าหรีสีสวยถูกใจ จึงขอถ่ายรูปกับเธอ

45

เธอก็คงสนใจการแต่งตัวแบบสบายๆของย่า จึงขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเช่นกัน

46

ภาพนี้ได้จากรถติดระหว่างรอให้รถไฟผ่าน รถติดนานมากจนพวกเราทั้งรถมีโอกาสถ่ายภาพเด็กๆกันอย่างสนุกสนานทั้งสองฝ่าย

ปู่เล็งกล้องไปที่เด็กหญิงสองคนนี้ แล้วก็ได้ภาพรอยยิ้มเต็มที่และน่ารักเช่นนี้

เด็กๆในรถโรงเรียนอีกคัน โบกมือบ๊ายบายอย่างมีไมตรีจิตขณะที่รถของเรากำลังเคลื่อนที่

ไก๊ด์เคยให้ข้อมูลว่ามูลวัวเป็นของมีค่าสำหรับชาวอินเดียมาก เพราะเมื่อปั้นและตากแห้งแล้ว สามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี แล้ววันนั้นปู่ก็บังเอิญได้ภาพประกอบข้อมูลอย่างชัดเจน ระหว่างที่รถเราผ่านสาวคนนี้

ย่าได้ภาพสาวแขกทูนกองฟางบนหัว ระหว่างที่รถเราผ่านเธอยามเย็นใกล้อาทิตย์ลับฟ้า

นี่เป็นภาพสุดท้ายระหว่างการเดินทางอันยาวนานเกินคาดคิด จากกุสินาราของอินเดียไป ลุมพินี ของเนปาล เพราะวันนั้นการจราจรติดขัดมากจนเกือบเกิดการจลาจล

      เราจึงไปถึงโรงแรมสามทุ่ม จากกำหนดการเดิมควรไปถึงห้าโมงเย็น
     
      นมัสเต เนปาล

.................

  



Edited by yanid - 04 Feb 2016 at 15:15

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 04 Feb 2016 at 11:32



DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 5(จบ) The Hermitage [1/197]
นกกินปลีอกเหลืองตกสวรรค์ [3/194]
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 4 Peterhof [2/241]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่3 St.Basil's Cathedral [2/165]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่2 ดอกไม้ในมอสโก [2/165]
เที่ยวรัสเซียปี2560 - ตอนที่1 ภาพรวม [2/188]
เปิดกล้องส่องนกที่บ้าน [3/132]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [4/852]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [3/840]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [3/601]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [3/309]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [3/393]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [3/415]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [3/313]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [2/201]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [1/313]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [3/766]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [2/186]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [2/147]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [1/159]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [2/243]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [3/185]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [3/628]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [3/276]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [2/217]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [2/188]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [3/287]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [2/342]
Hallstatt 2016 [5/316]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [3/428]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [1/370]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [1/652]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [1/442]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [1/545]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [3/635]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [1/435]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [2/647]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [2/965]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [2/2880]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [2/497]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/331]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/1262]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/383]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/311]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/426]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/309]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/332]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/728]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1540]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/2105]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/3910]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/14573]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/981]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/219]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/194]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/163]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/182]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/169]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/220]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/147]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/158]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/192]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/630]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/332]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/350]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/449]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/340]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/1287]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/524]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/562]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/617]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/447]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/885]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/530]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1530]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/696]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/3931]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/467]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/366]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/672]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/353]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/467]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/476]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/650]
กรรมฐาน [6/901]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/522]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [11/846]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

September 2017
S M T W T F S
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.141 seconds.