ไดอารี่ซึมเศร้า "ก่อนเคาท์ดาวน์"

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options


หลังจากไปแพ และนั่งรถต่อแทบทั้งวัน 
เมื่อกลับถึงห้อง อาบน้ำ ก็เผลอหลับไปตั้งแต่ค่ำ
ตื่นขึ้นมาอีกทีประมาณตีหนึ่ง แล้วก็นอนไม่หลับอีกเลย

นั่งดูหนัง ฟังเพลง ออกไปเดินเล่น 
หาอะไรทำเพื่อให้ไม่มีเวลาว่างคิดอะไร

ตั้งใจว่าช่วงบ่าย จะออกไปหาหมอ
เพราะช่วงไปทริป มีเลือดกำเดาไหล จากที่ไม่เคยเป็นมาหลายปี
แม้จะเป็นทีละไม่เยอะ แต่เป็นติดกันสองวัน
โดยตอนที่เป็น ไม่มีความรู้สึกว่าเครียด อากาศไม่ร้อน และไม่ได้มีอะไรกระแทกจมูก

เคยรู้สึกแปลกใจ ที่อายุ 30 ปีแล้ว
เพราะก่อนนี้ไม่เคยคิดว่าจะอยู่มาถึงตอนนี้ได้
แต่ท่าทางจะแปลกใจได้ไม่นานแล้ว . . .


อาจด้วยไม่ได้กินยาก่อนนอน
และอาจด้วยไม่ได้กินอะไรเลย ทำให้ยาหลังอาหารเช้าก็ขาดไปด้วย


ช่วงเที่ยง 
เริ่มรู้สึกเบื่อ
ไม่อยากออกไปข้างนอก ไม่อยากเอ่ยปากพูดกับใคร ไม่อยากขยับตัวไปทำอะไร
แต่ก็รู้ว่าถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อ มันจะยิ่งแย่กว่านี้
ก็เลยหยิบโทรศัพท์มานั่งแชทกับคนอื่นไปเรื่อยๆ


บางครั้งการพิมพ์ก็ดีกว่าการพูด
เพราะมันสามารถซ่อนทุกอย่างไว้ได้หลังจากที่พิมพ์ว่า "55555" 


สามโมงเย็น
จากที่ไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่ตีหนึ่ง จู่ๆก็อยากกินพิซซ่า 
เลยนัดกับเพื่อนว่าจะออกมากิน
แม้จะไม่อยากเจอใครนัก แต่ก็คงดีกว่าอยู่คนเดียว


สี่โมงเย็น
ถ้าในสภาวะอารมณ์ปกติ จะรู้สึกว่าห้องเป็นที่ปลอดภัย
เป็นเหมือนเขตแดนที่เป็นพื้นที่ของเราจริงๆ

แต่สำหรับตอนนี้ ด้วยความรู้สึกข้างในที่มี
มันทำให้รู้สึกว่ากล่องสี่เหลี่ยมที่เราใช้ขังตัวเองอยู่ตอนนี้
บางครั้งก็กว้าง จนรู้สึกเวิ้งว้าง 
บางครั้งก็แคบ จนรู้สึกอึดอัด


ห้าโมงเย็น
รู้ตัวว่าไม่สามารถทนนั่งอยู่ในห้องได้อีกแล้ว
ความอยากทุกอย่างที่เคยมีก็หายไปจนหมด

แชทไปบอกเพื่อนว่าจะไม่ไปแล้ว
แล้วก็ออกมาจากห้อง
เปิดเพลงให้ดังที่สุด อัดเข้าไปในหู เพื่อให้ไม่เงียบ
ออกมานั่งที่ป้ายรถเมล์ แต่ไม่รู้จะไปที่ไหน

นั่งมองรถเมล์ผ่านไป คันแล้ว คันเล่า
นั่งมองคนเดินผ่านไป คนแล้ว คนเล่า
แล้วก็น้ำตาไหลอยู่เงียบๆคนเดียว
โดยที่ไม่ได้รู้สึกดีใจหรือเสียใจอะไรเลย

ห้าโมงครึ่ง
เพื่อนมาถึงแล้วหาตัวไม่เจอ
เพื่อนเลยโทรมาหา แล้วก็ตามมานั่งด้วย

ณ.ตอนนั้นไม่อยู่ในสภาพที่จะคุยอะไรกับใครแล้ว
ทุกอย่างกำลังดิ่งลงต่ำเรื่อยๆ

มันไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถเล่าออกมาให้ใครเห็นภาพตามได้
มันไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองจะเข้าใจด้วยซ้ำ

สิ่งที่อยู่ในจินตนาการ
มันเป็นสีเขียวหม่นๆ 
สีเทาเข้มๆ
และสีน้ำตาลอ่อนๆ

สามสี ผสมกันอยู่ในหัว 
แล้วก็เกิดเป็นสีใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ 
โดยไม่อยู่ภายใต้หลักการผสมสีแต่อย่างใด

แม้ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
แม้จะหาความหมายที่ชัดเจนของมันไม่ได้
แต่มันทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ อ้างว้าง ว่างเปล่า อย่างรุนแรง



เมื่อเราแย่ลง
ความหวังดีที่เข้ามา เราจะรู้สึกว่ามันผิดทิศผิดทางเสมอ

ทั้งเพื่อนที่คอยถามอาการอยู่ข้างๆ

ทั้งน้องที่ทำงานที่โทรเข้ามาชวนไปฉลองด้วย

ทั้งเพื่อนสมัยเรียน โทรมาชวนไปเค้าท์ดาวน์

ทั้งพี่สาว ที่โทรมาตามให้ไปต่างจังหวัด

ทั้งน้อง ที่โทรมาถามอาการ

ทั้งแม่ ที่โทรมากำชับให้ไปหาหมอ


เข้าใจ ว่านั่นคือความหวังดี
แต่ถ้ามันมาผิดเวลา มันจะทำให้รู้สึกหงุดหงิด

เพราะเป็นคนที่รัก ในเวลาแบบนี้จึงไม่อยากคุย
ไม่อยากเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันขึ้นมา
ทั้งสำหรับเรา และสำหรับเค้า


ทุ่มครึ่ง
ปรับอารมณ์ได้ในระดับหนึ่ง
ระดับที่สื่อสารรู้เรื่อง ปั้นหน้ายิ้มได้ ทำตัวเฮฮาได้
แม้ข้างในจะยังไม่ใช่ก็ตาม

แต่ก็ถือว่าเป็นสภาพเวลาออกไปข้างนอกตามปกติ

ก็เลยไปเที่ยวกันต่อ เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น




สำหรับเรา
มันไม่ใช่ว่าการอยู่คนเดียว จะทำให้ดีขึ้น
หรือการอยู่กับเพื่อน จะทำให้ดีขึ้น


มันสามารถเป็นได้ทั้งสองแบบ
ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ณ.ขณะนั้น

บางครั้ง ที่เราต้องการอยู่คนเดียว
เป็นเพราะเราไม่ต้องการให้ใครมาเป็นห่วง
ต้องมาเห็นสภาพแย่ๆของเราแล้วเก็บไปรู้สึกสงสาร
ไม่อยากให้คนรอบตัวต้องมาลำบาก หรือคิดมากเพราะเรื่องของเรา

อาจเป็นเพราะอารมณ์ที่ฉุนเฉียวง่าย
เห็นอะไร ได้ยินอะไร ก็จะรู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด
รวมถึงสมาธิที่สั้นมาก 
จนบางครั้งเรายับยั้งความคิดหรือคำพูดตัวเองไม่ทัน
เลยต้องอยู่คนเดียว เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนรอบข้าง

แม้จะเป็นคนที่เข้าใจกันแค่ไหน 
แต่คำพูด ก็คือคำพูด
แม้บางครั้งจะเป็นการพูดแบบไม่คิดอะไร
แต่คำพูดก็ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ดีเสมอ


หรือบางครั้ง ที่เราต้องการคนอยู่ข้างๆ
อาจเป็นเพราะในตอนนั้นเราไม่เข้มแข็งพอจะผ่านมันไปได้เองแล้ว

เราอาจต้องการเสาหลักอะไรซักอย่าง เอาไว้พึ่งพิงในด้านของจิตใจ
เป็นคนที่เรารักสักคน ที่มาคอยจับมือไว้ 
เพื่อให้รู้ว่าเราไม่ได้กำลังเผชิญความรู้สึกแบบนี้อยู่ตามลำพัง


ในมุมมองคนรอบตัวอาจจะไม่คิดอะไรเยอะ

แต่ในมุมมองของคนแบบเรา


มันเป็นเรื่องยากนะ

กับความพยายามที่จะเก็บรักษาคนที่รักเอาไว้ 

ในเวลาแบบนี้ . . .




Post Options Edit Diary   Quote depression Quote wrote: 01 Jan 2016 at 13:51



DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : depression
ไดอารี่ซึมเศร้า "Think Thing" [0/133]
ไดอารี่ซึมเศร้า "crow girl" [1/114]
ไดอารี่ซึมเศร้า "down & panic" [0/144]
ไดอารี่ซึมเศร้า "deep blue" [0/113]
ไดอารี่ซึมเศร้า "blood drop" [1/120]
ไดอารี่ซึมเศร้า "ในโลกใบใหญ่" [0/105]
ไดอารี่ซึมเศร้า "เพื่อน" [1/130]
ไดอารี่ซึมเศร้า "Triangle" [0/101]
ไดอารี่ซึมเศร้า "วัน(ไม่ได้)ทำงาน" [0/109]
ไดอารี่ซึมเศร้า "ก่อนเคาท์ดาวน์" [0/118]
ไดอารี่ซึมเศร้า "เมื่อลงแพ" [0/141]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ depression ]
[ All depression diary ]

March 2017
S M T W T F S
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.086 seconds.