ไดอารี่ซึมเศร้า "เมื่อลงแพ"

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

สองคืน ก่อนถึงคืนข้ามปี
บนแพแห่งหนึ่ง จังหวัดกาญจนบุรี

ขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการพักผ่อนหลังจากการทำงานหนักมาทั้งปี
ทั้งๆที่ควรจะเป็นการฉลองที่มีแต่ความรื่นเริง
ทั้งๆที่มีเพลง มีเพื่อน มีอาหาร มีเครื่องดื่ม และหัวข้อสนทนาที่สนุกสนาน

ข้างในตัวของเราเอง กลับจมดิ่งลงในความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกับบรรยากาศภายนอก
ดิ่งลงไปลึกจนไม่รู้สึกถึงความสนุกและเสียงเพลงรอบตัว
กลายเป็นความรู้สึกอึดอัด แน่นอยู่ในอก จนต้องพยายามหายใจเพื่อระบายออก

เพื่อนสนิท ตอนนี้กลับมองแล้วเห็นเป็นใครสักคนที่รู้สึกไม่คุ้นเคย
แม้กระทั่งตัวของตัวเอง ยังรู้สึกเหมือนเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่มานั่งอยู่แทนที่
รู้สึกแปลกแยก รู้สึกว่านี่ไม่ใช่ที่ที่เราสมควรจะอยู่
จนต้องแยกออกไปนั่งเงียบๆอยู่ท้ายแพคนเดียว

ท่ามกลางความมืด ความเงียบ ความเย็นของอากาศรอบตัวและไอน้ำที่ขึ้นมาสัมผัสร่างกาย
ภายใต้ท้องฟ้ามืดสนิท มองเห็นเพียงหมู่ดาว มากกว่าที่เคยมองเห็นในเมืองหลวงมาทั้งชีวิต

ปลดปล่อยความรู้สึกที่มีด้วยการพรางตัวเองไปกับความมืด
ไม่ใช่ความมืดของบรรยากาศรอบตัว
แต่เป็นความมืดภายในตัวเอง

ได้ยินเพียงเสียงความคิดของตัวเองที่ดังจนกลบเสียงเพลง และเสียงพูดคุยทั้งหมด
มองเห็นภาพจินตนาการที่มีเพียงสีไม่กี่สี สลับกับภาพพื้นน้ำที่มีระลอกคลื่นจากแรงลม
ความรู้สึกที่เหมือนทั้งโลกมีเพียงเราอยู่คนเดียว พูดภาษาที่เข้าใจคนเดียว

เหนือขึ้นไป มีเพียงดวงดาวนับร้อย นับพันที่ส่องประกาย
ดวงดาวที่มีมากมาย มากจนแม้หายไปสักหนึ่งดวง ก็คงไม่มีใครรู้สึกถึงการหายไปของมัน
เช่นเดียวกับตัวเรา

มันไม่ใช่เพียงความเศร้า หรือความรู้สึกไร้ค่า สิ้นหวัง ไร้จุดหมาย
แต่มันคือความรู้สึกอีกอย่างที่มันลึกกว่านั้น ลึกจนเมื่อจมลงไปแล้วจะไม่สามารถดึงตัวเองขึ้นมาได้โดยง่าย

ไม่สามารถทำมันเองได้ทุกครั้ง

แม้จะไม่อยากให้ใครรับรู้สิ่งที่ตัวเองกำลังเป็น
แต่ก็รู้ว่า หากปล่อยให้จมลงไปลึกกว่านี้ จะไม่ได้จมลงเพียงแค่จิตใจ 
ร่างกายก็อาจจะจมลงไปใต้ผืนน้ำแห่งนี้ด้วยก็เป็นได้

แม้ไม่อยากพึ่งใคร และไม่อยากพึ่งยา 
แต่ก็จำเป็นต้องพึ่งทั้งสองอย่าง
โดยการหยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความไปหาคนคนนึงอย่างเงียบเงียบ
เพื่อไม่ให้มีใครได้ยินเสียงสะอื้นที่ดังแข่งกับเสียงคลื่นน้ำที่ท้ายแพ

ผู้จัดการสาวร่างผอมบาง ที่มีรอยยิ้มสดใสนุ่มนวล
เดินฝ่าความมืดเข้ามาหาพร้อมยาสองเม็ด และน้ำเปล่าหนึ่งขวด
แม้เธอจะไม่รู้วิธีจัดการกับคนประเภทนี้ดีนัก แต่เธอก็เป็นเสาหลักที่ดีมากในชั่วขณะนั้น

ผู้ชายร่างสูงใหญ่ ที่เคยอดทน แข็งแรง รับมือได้กับทุกปัญหาที่ถาโถมเข้ามาตลอดเวลา 30 ปี
กลับรุ้สึกว่าตอนนั้นตัวเองอ่อนแอและตัวเล็กมาก
ตัวเล็กจนรู้สึกว่าวงแขนของผู้หญิงร่างผอมบางคนนั้นโอบอุ้มเราไว้ได้ทั้งร่างกายและจิตใจ

ช่วงเวลาราวยี่สิบนาที ก่อนที่ยาจะเริ่มออกฤทธิ์
ท่ามกลางความคิดที่สับสน สะเปะสะปะ จนเรียบเรียงอะไรไม่ได้
พูดได้เพียงแค่บรรยายสิ่งที่รู้สึกออกมาอย่างไม่เป็นภาษา และคำขอโทษที่พร่ำเพรื่อเกินจำเป็น
แม้คำพูดปลอบใจจะไม่ซึมซับเข้าไปในหัวเลย 
แต่สิ่งที่ช่วยดึงตัวเราขึ้นมาจากความคิดเหล่านั้นได้คือมือที่จับไหล่เราไว้
ไออุ่นจากมือที่จับไว้ ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้เหลือเราเพียงคนเดียวในโลก

ในช่วงเวลานั้น ไม่ได้มีสติระลึกได้ทั้งหมดว่าได้พูดหรือทำอะไรไปบ้าง
เมื่อยาเริ่มออกฤทธิ์ ความคิดเริ่มหมุนช้าลง สติเริ่มกลับคืนมา
เริ่มมีสติรับรู้ถึงคำปลอบใจ และความพยายามเกลี้ยกล่อมให้เข้าไปร่วมวงกับคนอื่นๆ

หลังจากนั่งอยู่ได้อีกสักพัก น้องๆก็พากันมาตามกลับเข้าไปในแพ
นั่งคุยกันถึงสิ่งที่น่าจะเป็นทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นมาได้

สำหรับคนอื่น อาจคิดว่านี่เป็นเสมือนอารมณ์หดหู่ สิ้นหวัง หรือรู้สึกเศร้าเสียใจ แบบทั่วๆไป
เลยทั้งพูดปลอบ ปลุกใจ รวมไปถึงด่า เพื่อให้เรามีแรงฮึดสู้ต่อ

แต่สำหรับตัวเราแล้ว เรารู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นๆที่ไม่ได้เป็นแบบเดียวกันจะเข้าใจได้
มันไม่ใช่เพียงการหมดไฟในตัว หรือแค่ความเหงา ความเสียใจ
มันคือสิ่งที่ลึกกว่านั้น และไม่ใช่เพียงพลังใจอย่างเดียวจะแก้ไขมันได้

ในความเป็นจริง ตัวเราเข้าใจตรรกะทุกอย่าง รวมถึงมองภาพออกว่าควรต้องทำอะไรบ้าง
แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาจริงๆ มันไม่เคยให้ตั้งตัว และเราจะมองไม่เห็นภาพที่เคยวาดไว้เหล่านั้นเลย
ทำได้เพียงจมลงไปกับอารมณ์และความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไปอย่างช้าๆ 
โดยเหลือสติเพียงเล็กน้อยที่คอยกระซิบว่า "อย่า"

แต่เมื่อพูดไปก็ไม่มีใครเข้าใจมัน ก็คงไม่พยายามพูด
เลือกจะเก็บเอาไว้เงียบๆ แล้วตอบรับความหวังดีที่เค้าเหล่านั้นยื่นมาให้
แม้จะผิดทิศผิดทางไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่านั่นคือความหวังดี

โดยส่วนตัว เป็นคนรักไออุ่นจากการสัมผัสมากกว่าการรับฟังคำพูดอยู่แล้ว
คืนนั้นจึงจบลงด้วยการกอดทุกคนที่เรารัก แม้เค้าจะรักเราหรือไม่ก็ตาม

อ้อมกอด คือวิธีรับรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ดีที่สุด โดยผ่านไออุ่นจากร่างกาย

ขอบคุณ . . . ที่เป็นห่วง

ขอบคุณ . . . ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก . . .

ขอบคุณจริงจริง . . . 






Edited by depression - 31 Dec 2015 at 07:10

Post Options Edit Diary   Quote depression Quote wrote: 31 Dec 2015 at 06:49



DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : depression
ไดอารี่ซึมเศร้า "Think Thing" [2/190]
ไดอารี่ซึมเศร้า "crow girl" [3/284]
ไดอารี่ซึมเศร้า "down & panic" [2/207]
ไดอารี่ซึมเศร้า "deep blue" [3/194]
ไดอารี่ซึมเศร้า "blood drop" [2/267]
ไดอารี่ซึมเศร้า "ในโลกใบใหญ่" [0/135]
ไดอารี่ซึมเศร้า "เพื่อน" [1/162]
ไดอารี่ซึมเศร้า "Triangle" [0/134]
ไดอารี่ซึมเศร้า "วัน(ไม่ได้)ทำงาน" [0/141]
ไดอารี่ซึมเศร้า "ก่อนเคาท์ดาวน์" [0/146]
ไดอารี่ซึมเศร้า "เมื่อลงแพ" [0/170]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ depression ]
[ All depression diary ]

September 2017
S M T W T F S
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.083 seconds.