เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

 

ย่ากับปู่ไปเที่ยว อังกฤษ สก๊อตแลนด์ และเวลส์ กับบริษัททัวร์ระหว่าง 17 กันยายน -1 ตุลาคม 2558 มีเพื่อนร่วมเดินทางรวม 20 คน

ลงจากเครื่องบินที่สนามบินฮีทโรว์ที่ลอนดอนแล้ว เราก็เดินทางไกลกันโดยรถโค้ชขนาด 40 ที่นั่งตลอด

ย่าได้เล่าถึงการเที่ยวสถานที่สำคัญๆในสก๊อตแลนด์มาแล้ว 6 แห่ง คือ Edinburgh Castle , Palace of Holyroodhouse , Blair Castle , Dunkeld และ Isle of Skye กับ Eilean Donan Castle

วันนี้ (พุธที่ 23 กันยายน 2558) เราจะปิดฉากการเที่ยวสก๊อตแลนด์ ที่เมือง Glasgow (กลาสโกว์) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในสก๊อตแลนด์ มีประชากร 2.3 ล้านคน

เราออกจาก Alexandra โรงแรมเล็กๆ โบราณๆ รูปทรงน่ารักในเมือง Fort William ตั้งแต่ 8.30 น.

เมือง Glasgow ปลายทางของเรา เป็นเมืองชายแดนระหว่าง สก๊อตแลนด์กับอังกฤษ

เนื่องจากอาจจะมีบางคนสับสนเกี่ยวกับสถานภาพ ของ สก๊อตแลนด์ อังกฤษ และเวลส์ เหมือนกับย่า

ดังนั้น จึงขอสรุปข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกัน ว่า เราไปเที่ยวประเทศ ที่ ปัจจุบันเรียกกันสั้นๆว่า สหราชอาณาจักร หรือ United Kingdom ซึ่งประกอบด้วยการรวมตัวกันของ 4 ประเทศที่ต่างเคยมีกษัตริย์ปกครอง (ราชอาณาจักร) คือ อังกฤษ สก๊อตแลนด์ และ เวลส์ รวมกันตั้งแต่  ค.ศ.1707 ( พ.ศ. 2250) ต่อมาในค.ศ.1800 จึงมีการรวม เฉพาะแผ่นดินพร้อมเกาะเล็กๆทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไอร์แลนด์เข้ามาด้วย

ทั้งนี้ ทุกราชอาณาจักรต่างยอมรับกษัตริย์อังกฤษเป็นศูนย์รวมจิตใจเพียงหนึ่งเดียว และ การบริหารงานในภาพรวมก็เป็นไปในนามของประเทศเดียวกัน ส่วนการบริหารภายในของแต่ละราชอาณาจักรต่างเป็นอิสระต่อกัน แต่ถ้าจะถามต่อไปว่า แล้วจะใช้คำว่า ประเทศ (country) กับสก๊อตแลนด์ได้ไหม ขอบอกว่าโดยทั่วไป เรียก สก๊อตแลนด์ ลอยๆปลอดภัยกว่าจ้ะ เพราะเท่าที่ดูคร่าวๆใน google แหล่งหนึ่งใช้คำว่า country ส่วนอีกแหล่งหนึ่งบอกว่า Scotland is not an independent country

ยังมีภูเขาสลับซับซ้อนและทะเลสาบให้เห็นตลอดทาง

ช่วงที่ถนนผ่านเขาสูงจะมีป้ายเตือนให้ระวังหินที่อาจหลุดร่วงมาจากภูเขา

นี่คือ ยอดเขาที่เรียกกันว่า Three Sisters of Glen Coe

คุณ George คนขับรถชาวสก๊อตของเราที่พูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงที่คนไทยฟังเข้าใจได้ยาก พยายามเล่าเรื่องยอดเขาทั้งสามนี้ได้อย่างน่าประทับใจ ทำให้ย่าอยากทำความเข้าใจให้ชัดเจนขึ้น จึงต้องกลับมาหาข้อมูลเพิ่มเติมจากอากู๋

สรุปได้ว่า ยอดเขาทั้งสามนี้ เป็นยอดเขาโดดเด่นและมีชื่อเสียงที่สุดในสก๊อตแลนด์  ตั้งอยู่บนภูเขาซึ่งสลับซับซ้อนและสูงสุดในแถบนี้ โดยมีแม่น้ำ Glen Coe ไหลผ่านไปตามซอกเขาทั้งสาม   แต่เนื่องจากยอดเขายอดหนึ่ง อยู่ห่างจากอีกสองยอด เพราะมีที่ราบระหว่างซอกเขากว้างกว่าอีกสองยอด และดินทลายจนกลายเป็นทะเลสาบ ทำให้ตามเส้นทางของสายน้ำได้ยาก ซอกเขาช่วงนี้จึงได้ชื่อว่า The Lost Valley บริเวณนี้เป็นแหล่งซ่อนสัตว์เลี้ยงให้พ้นจากการถูกขโมย รวมทั้งเป็นแหล่งซ่อนสัตว์เลี้ยงที่ถูกขโมยมาด้วย

ชอบป้ายเตือนให้ทุกคนเก็บขยะไปทิ้งที่บ้านตัวเองป้ายนี้จัง...Please Take Your Litter Home

หลายวันในเขต Scottish Highlands ทำให้เราชินกับภาพเช่นนี้แล้ว

บางช่วงก็ผ่านแหล่งท่องเที่ยวสงบและสวยงามริมทะเลสาบ

ไก๊ด์บอกว่าบ้านพักที่มีดอกไม้หลากหลายสี หลังนี้ ขึ้นชื่อว่า ถูกถ่ายรูปมากที่สุด

เนื่องจากเรามาถึงเมือง Glasgow ก่อนเวลานัดทานอาหารกลางวัน ไก๊ด์จึงขออนุญาตเอาใจคนขับรถเจ้าถิ่นที่ทำหน้าที่คนนำเที่ยวเป็นระยะๆ  โดยขอเชิญพวกเราแวะและเลือกซื้อของที่ระลึกที่ร้านของ Rangers Football Club สโมสรซึ่งคนขับรถของเราเป็นแฟนคลับอย่างเหนียวแน่น

Glasgow Rangers เป็นสโมสรฟุตบอลยอดนิยมหนึ่งในสองของสก๊อตแลนด์  อีกสโมสรหนึ่งคือ Celtic

Glasgow ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Clyde

หลังอาหารกลางวัน เรามาแวะชมมหาวิหารประจำเมือง ( Glasgow Cathedral) โดยเดินลัดเลาะจากที่จอดรถมาไม่ไกลนัก ก็ถึงบริเวณต้นไม้ที่เรียงเป็นระเบียบหน้ามหาวิหาร ใบไม้สีส้มที่ร่วงหล่นบนพื้นใต้ร่มใบสีเขียวเหลือง เหมาะกับการถ่ายรูปมากๆ จนต้องเรียกย่าแป๋วให้ช่วยหันหน้ามาเป็นนางแบบหน่อย

Glasgow Cathedral หลังนี้สร้างระหว่าง ศตวรรษที่ 13-15  เป็นมหาวิหารที่สร้างจากหินในยุคกลางเพียงแห่งเดียวของสก๊อตแลนด์ ที่ยังคงสภาพเดิมอยู่ได้อย่างสมบูรณ์ สามารถผ่านยุคต่างๆมาได้โดยไม่ถูกทำลายเหมือนกับแห่งอื่น

บริเวณนี้เคยเป็นโบสถ์(church)มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ว่ากันว่า มหาวิหารนี้สร้างอยู่บนหลุมฝังศพของ Saint Mungo ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก และได้รับการนับถือจากชาวเมืองเป็นอย่างยิ่ง

บริเวณมหาวิหารมีเสาไฟ สวยงามพร้อมปริศนาธรรมอย่างนี้หลายต้น

อ่านข้อมูลจากภาพที่ถ่ายจากพิพิธภัณฑ์ใกล้ๆมหาวิหารบอกสั้นๆแต่เพียงว่า เป็นส่วนหนึ่งของ Glasgow Coat of Arms (ตราเมืองกลาสโกว์) ซึ่งมาจากนิทานหลายเรื่องเกี่ยวกับ Saint Mungo เจ้าอาวาสองค์แรกของโบสถ์เมืองกลาสโกว์ ที่ชื่อว่า The bird that never flew, the tree that never grow, the fish that never swam และ the bell that never rang....ไม่กระจ่าง

ตอนแรกตั้งใจจะเขียนขยายความตามที่เล่าข้างบน แต่พอไปเดินในเมืองและถ่ายรูปนี้มา เปรียบเทียบแล้วใกล้เคียงกันมาก ความอยากรู้เพิ่มขึ้น จึงต้องถาม Google อีกครั้ง คำอธิบายยาวมาก แต่ก็เข้าใจเพิ่มขึ้น และไม่อยากเก็บข้อมูลไว้คนเดียว

จึงขอสรุปรวมทั้งหมด (ซึ่งจำเป็นต้องยาววว..) ตามความเข้าใจว่า นิทานทุกเรื่องเกี่ยวกับนักบุญ Mungo ในตราเมือง Glasgow ล้วนแต่เกิดมาจากปาฏิหาริย์แห่งการสวดมนต์เป็นประจำของท่าน ทั้งสิ้น..ทั้งเรื่องซึ่งทำให้ นกโรบินที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพ ทำให้กิ่งไม้โอ๊คที่เย็นชืดสามารถจุดไฟให้แสงสว่างได้ และต่อมาก็เติบโตเป็นต้นโอ๊ค ทำให้ระฆังที่พังแล้วกลายเป็นระฆังที่ใช้การได้ ทำให้พระราชากลับมาเชื่อใจพระราชินีที่มีชู้ แล้วครองคู่กันต่อไปอย่างมีความสุข  (เบื้องหลัง คือ พระราชาเห็นแหวนที่พระองค์ให้พระราชินีที่นิ้วของนายทหารคนหนึ่งจึงโยนแหวนทิ้งน้ำ และท้าให้พระราชินีใส่แหวนมาโชว์ความบริสุทธิ์ ต่อหน้าศาล แต่ชายชู้ไปสารภาพบาปต่อนักบุญ Mungo และขอให้ท่านช่วย นักบุญจึงให้พระลูกวัดไปจับปลาแซลมอนในแม่น้ำ เมื่อจับผ่าท้องก็พบแหวน ให้พระราชินีสามารถนำไปใส่พิสูจน์ต่อพระราชาได้).. ดังนั้นในตราเมืองจึงมีรูปปลาแซลมอนคาบแหวน...เหนือตราเมือง คือ นักบุญ Mungo…ส่วนด้านล่างที่มีข้อความว่า Let Glasgow Flourish นั้น คือ คำขวัญของเมือง ที่ตัดตอนมาจาก บทสวดมนต์ของนักบุญเป็นประจำว่า Lord, let Glasgow flourish  ในประเด็นนี้ ชาวเมืองเชื่อกันว่า เพราะการสวดมนต์ขอพรจากพระเจ้าให้ประทานพรแก่ Glasgow เป็นประจำ ทำให้เมืองของพวกเขาเจริญเติบโตกว่า Edinburgh ซึ่งเป็นเมืองหลวงถึง 2 เท่า

ภาพด้านข้างของมหาวิหาร

 
 
ส่วนหนึ่งของกระจกสีสวยงาม
 
 
ส่วนหนึ่งของกระจกสีสวยงาม
 
 

ส่วนหนึ่งของกระจกสีสวยงาม

 
ส่วนหนึ่งของกระจกสีสวยงาม

 
ความสง่างามแบบเรียบง่ายของมุมต่างๆในมหาวิหาร
 

ความสง่างามแบบเรียบง่ายของมุมต่างๆในมหาวิหาร

 
ความสง่างามแบบเรียบง่ายของมุมต่างๆในมหาวิหาร
 
 
ความสง่างามแบบเรียบง่ายของมุมต่างๆในมหาวิหาร
 
 
ความสง่างามแบบเรียบง่ายของมุมต่างๆในมหาวิหาร
 
 
ความสง่างามแบบเรียบง่ายของมุมต่างๆในมหาวิหาร
 

แผ่นหินอ่อนฝีมือดีมากๆ เพื่อระลึกถึงผู้เสียสละชีวิตประมาณ 300 คนในช่วงสงคราม

แท่นบูชานักบุญ Mungo ที่ชั้นใต้ดินของมหาวิหาร

บ้านเก่าที่สุดใน Glasgow สร้างมาตั้งแต่ค.ศ.1471(ประมาณ 534 ปีมาแล้ว) เดิมเป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลประจำโบสถ์ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นเยี่ยมแห่งหนึ่ง และอยู่ในการบริหารจัดการของเมืองGlasgow

สวนหลังบ้านเก่าที่สุด ได้รับการดูแลอย่างดี

เราออกจากมหาวิหารมาถึงหน้าอาคาร City Chambers หรือสถานที่ทำงานของสภาเมือง Glasgow ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง ดอกไม้บานข้างอาคารกำลังสวย จึงขอเป็นนางไม้ซะหน่อย

อาคาร City Chambers หันหน้ามาทางลานกว้างกลางเมืองที่ชื่อ George Square เป็นลานเอนกประสงค์ ตั้งแต่เป็นที่จัดงานพิธีการ งานรื่นเริง ตลอดจนที่ชุมนุมประท้วงเรื่องต่างๆของชาวเมือง  

อาคารนี้เปิดทำการมาตั้งแต่ปีค.ศ.1888 (ประมาณ 127 ปีมาแล้ว)

ส่วนเสาสูงโดดเด่นหน้าอาคาร นั่นคือ ฐานรองรับรูปแกะสลักของ Sir Walter Scott... ที่ลานนี้มีประติมากรรมของผู้มีบุญคุณต่อสก๊อตแลนด์ หลายคน

ปู่ซูมจนเห็นดวงตาแจ่มแจ๋วและหน้าดุๆพร้อมอึนกพิราบเต็มศีรษะของรูปแกะสลัก ท่าน Sir Walter Scott ซึ่งตั้งอยู่บนเสาสูงลิบ

Sir Walter Scott เป็นนักประพันธ์ชื่อดัง ศตวรรษที่18 ที่แต่งเรื่องปลุกจิตสำนึกให้ชาวสก๊อตรักชาติไว้หลายเรื่อง รวมทั้ง เป็นผู้นำในการค้นหาจนพบเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของกษัตริย์สก๊อต ที่ถูกซ่อนไว้ในปราสาทเป็นเวลาหลายร้อยปี ตามที่ย่าได้เล่าไว้แล้วในเรื่องเที่ยวปราสาทเอดินเบอระ

รูปหล่อของ James Watt มีป้าย ระบุชื่อพร้อมข้อมูลสั้นๆว่า ท่านมีชีวิตอยู่ระหว่าง 1736-1819 เป็นนักประดิษฐ์ชาวสก๊อตและเป็นวิศวกรเครื่องกล รูปหล่อของท่านสร้างในปี1832 เป็นผลงานของ Chantery

รูปหล่อของ Robert Burns บังเอิญไม่ได้ถ่ายไว้ แต่อยากเขียนไว้เป็นที่ระลึก เพราะท่านผู้นี้เป็นชาวสก๊อตที่แต่งเพลง Auld Lang Syne ที่โด่งดังไปทั่วโลก รวมทั้งในไทยที่เรารู้จักกันดีในชื่อเพลง สามัคคีชุมนุม นั่นเอง ท่านผู้นี้มีอายุอยู่ระหว่างปี 1759-1796 ( 37 ปี )...ขอบคุณรูปจาก Google ค่ะ

รูปหล่อของ Queen Victoria และ Prince Albert พระราชสวามี  มีกรวยครอบไว้บนพระเศียรของพระรูป Prince Albert ด้วย

ชาวสก๊อตใช้กรวยครอบรูปปั้นหลายแห่ง ว่ากันว่า เป็นอารมณ์ขันของชาวสก๊อต แต่คนไทยใจนิยมในราชวงศ์ เห็นแล้วขำไม่ออก

ปู่ ยืนยิ้มรับแดดสวยหน้าลานกว้าง ที่มีม้านั่งสวยงามหลายชุด วางไว้ให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อน

ป้ายแสดงแบรนด์ใหม่ของเมือง Glasgow  ...People Make Glasgow....มีให้เห็นทุกหนแห่ง รวมทั้งบนรถแท็กซี่ด้วย

เมืองนี้ทุ่มงบประมาณถึง 500,000 ปอนด์ในการเผยแพร่ข้อความนี้ไปทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยคัดเลือกจากข้อความที่มีผู้ส่งมาให้เลือกกว่า 1,500 คนจาก 42 ประเทศ และใช้เป็นครั้งแรกในปี 2014  ซึ่ง Glasgow เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬา Commonwealth Games

บรรยากาศในแหล่งช็อบปิ้ง แถวๆ ถนน Buchanan

 
บรรยากาศในแหล่งช็อบปิ้ง แถวๆ ถนน Buchanan
 
 
 
บรรยากาศในแหล่งช็อบปิ้ง แถวๆ ถนน Buchanan
 
 
บรรยากาศในแหล่งช็อบปิ้ง แถวๆ ถนน Buchanan
 
 
บรรยากาศในแหล่งช็อบปิ้ง แถวๆ ถนน Buchanan
 
 
บรรยากาศในแหล่งช็อบปิ้ง แถวๆ ถนน Buchanan
 

ภูมิใจที่ได้เห็นร้านอาหารไทยในแหล่งช็อบปิ้งชื่อดัง

ย่ากับปู่แยกกันเดินสำรวจกลางเมือง Glasgow ในขณะที่ปู่ถ่ายภาพรูปปั้นบุคคลสำคัญและอาคารสถานที่ ย่าก็ถ่ายภาพกุ๊กกิ๊กๆตามประสาหญิง

Aunt Annies ในเมืองไทยขายขนมปังและคุกกี้กรอบกรุบกริบๆ แต่ที่นี่ขายลูกอมและขนมน้ำตาลแท่งยาวๆ

นอกจากร้านอาหาร ร้านขนมแล้ว ย่ายังสนใจร้านไม้ดอก ไม้หนามพร้อมราคาอีกด้วย

 
นอกจากร้านอาหาร ร้านขนมแล้ว ย่ายังสนใจร้านไม้ดอก ไม้หนามพร้อมราคาอีกด้วย
 
 
นอกจากร้านอาหาร ร้านขนมแล้ว ย่ายังสนใจร้านไม้ดอก ไม้หนามพร้อมราคาอีกด้วย
 
 
นอกจากร้านอาหาร ร้านขนมแล้ว ย่ายังสนใจร้านไม้ดอก ไม้หนามพร้อมราคาอีกด้วย
 

ขณะที่พากันเดินกลับที่ไปที่จอดรถตามเวลาที่นัดหมาย เราก็ได้ยินเสียงปี่สก๊อตจาก อาคาร City Chambers จึงเดินตามเสียงไปถ่ายภาพไว้เป็นที่ตื่นตาตื่นใจที่มีโอกาสได้เห็นของจริง

อาหารจีนพร้อมข้าวร้อนๆมื้อแรกและมื้อเดียวในการเที่ยวครั้งนี้ อร่อย แต่เลี่ยน เพราะทุกจานรสชาติไม่ค่อยต่างกัน แถมไม่มีผลไม้หรือของหวาน ซะด้วย

บรรยากาศสดชื่นยามเช้า ที่ได้เห็นคนที่นี่ขี่ Bike กันตามริมถนนต่างๆ เป็นกิจวัตรประจำวัน แม้วันฝนตกก็ไม่หวั่น

ออกจากที่พักกลางเมืองมาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง รถของเราก็มาแวะจอดให้ถ่ายรูปกันที่ร้านชายแดนสุดเขตสก๊อตแลนด์

รูปนี้ย่าเดินห่างจากที่จอดรถด้วยความอยากรู้ว่า ป้ายตรงพุ่มดอกไม้ฝั่งตรงข้ามนั้นเขียนข้อความอะไร....Scotland Welcomes you...นั่นเอง

ดังนั้น ข้อความที่เราเห็นบนป้ายร้าน Old Toll Bar แห่งนี้ว่า First House in Scotland จึงสอดคล้องกันกับป้ายต้อนรับสู่สก๊อตแลนด์พอดี

เรามีเวลาอ้อยอิ่งถ่ายภาพอำลาสก๊อตแลนด์กันพอสมควร

ป้ายบอกว่า ตั้งแต่ปี 1830 หรือ 185 ปีมาแล้ว มีงานแต่งงานในร้านนี้ มากกว่า 10,000 คู่แล้ว....เราไม่อยากเพิ่มรายได้ให้ร้านมากกว่านี้ จึงขอแค่ถ่ายรูปคู่กันหน้าร้านก็ละกัน

ชื่อร้าน Old Toll Bar ก็สื่อความหมายหวาน ถึงเสียงระฆังวิวาห์ซะด้วย

แถมรูปปั้น บริเวณข้างๆร้าน ก็พลอยผสมโรงสื่อนัยหวานแหววของหนุ่มสาว เข้าไปอีก...มิน่าเล่า...จึงเหมาะสำหรับเป็นสถานที่โรแมนติคของคู่วิวาห์

เมื่อขึ้นรถ จึงสังเกตเห็นป้ายที่ใช้ประโยชน์ได้ดีทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งบอกว่าเป็น Last House in Scotland ส่วนอีกด้านหนึ่งบอกว่าเป็น First House in Scotland

วันนี้...ที่นี่เป็น Last House in Scotland สำหรับพวกเรา....ลาก่อน สก๊อตแลนด์ ดินแดนที่งดงาม น่าท่องเที่ยว และน่าภาคภูมิใจในเอกลักษณ์หลายๆอย่างของตนเอง

......................



Edited by yanid - 05 Dec 2015 at 12:17

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 05 Dec 2015 at 00:19



DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
นกกินปลีอกเหลืองตกสวรรค์ [1/66]
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 4 Peterhof [1/89]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่3 St.Basil's Cathedral [1/30]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่2 ดอกไม้ในมอสโก [1/23]
เที่ยวรัสเซียปี2560 - ตอนที่1 ภาพรวม [1/29]
เปิดกล้องส่องนกที่บ้าน [1/20]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [1/355]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [1/396]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [3/253]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [1/183]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [1/226]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [1/288]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [1/212]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [0/124]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [1/227]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [1/396]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [1/108]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [1/117]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [0/127]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [1/197]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [1/130]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [1/297]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [1/208]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [1/176]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [1/152]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [3/214]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [1/260]
Hallstatt 2016 [4/265]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [1/347]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [1/280]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [1/557]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [1/383]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [1/448]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [3/521]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [1/370]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [1/535]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [1/766]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [1/2452]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [1/419]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/298]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/950]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/322]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/285]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/381]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/284]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/300]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/591]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1293]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/1693]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/3308]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/13137]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/856]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/210]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/182]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/156]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/171]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/156]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/192]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/138]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/149]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/183]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/537]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/305]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/332]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/415]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/297]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/1155]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/475]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/506]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/503]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/426]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/837]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/479]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1392]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/664]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/3718]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/451]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/359]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/650]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/344]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/458]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/469]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/630]
กรรมฐาน [6/890]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/513]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [11/720]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

June 2017
S M T W T F S
1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.133 seconds.