เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

 

ย่ากับปู่ไปเที่ยว อังกฤษ สก๊อตแลนด์ และเวลส์ กับบริษัททัวร์ระหว่าง 17 กันยายน -1 ตุลาคม 2558 มีเพื่อนร่วมเดินทางรวม 20 คน

ลงจากเครื่องบินที่สนามบินฮีทโรว์ที่ลอนดอนแล้ว เราก็เดินทางไกลกันโดยรถโค้ชขนาด 40 ที่นั่งตลอด

ย่าได้เล่าถึงการเที่ยวสถานที่สำคัญๆในสก๊อตแลนด์มาแล้ว 3 แห่ง ทั้ง ที่ประทับของกษัตริย์ในอดีต และ ที่ประทับปัจจุบัน คือ Edinburgh Castle และ Palace of Holyroodhouse และ ปราสาทซึ่งเคยเป็นที่พักของครอบครัวขุนนางระดับสูง คือ   Blair Castle

ครั้งนี้เราจะเที่ยวสบายๆยามเย็นอย่างผ่อนคลายในเมือง Dunkeld (ดันเคลด์) โดยนั่งรถจากปราสาท Blair เมือง Pitlochry มาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เพื่อมาแวะดื่มด่ำกับธรรมชาติ และสถานที่คลาสสิค

รถจอดนอกรั้ว ปล่อยให้เราเดินผ่านทุ่งหญ้าที่ได้รับการดูแลอย่างดี

เรามาถึงทางสองแพร่ง ที่ต้องตัดสินใจว่าจะไปทางไหน แล้วเราก็เดินตามกันมาทางขวามือ

ปู่ตาไว เห็นความงดงามของทุ่งหญ้าและไม้ใหญ่ ท่ามกลางแสงอ่อนๆยามเย็น

นี่ไงจุดดึงดูดความสนใจที่ทำให้พวกเรา พากันมาทางขวามือ เพราะที่ผ่านมา เราได้แต่เห็นฝูงแกะอยู่ไกลๆจากในรถเท่านั้น

จู่ๆเย็นนี้เราก็มีโอกาสได้เดินผ่านทุ่งเลี้ยงแกะ โดยไม่มีใครทราบมาก่อน ทุกคนจึงคลิกๆๆน้องแกะจุดแดงที่คอกันอย่างมีความสุข

ย่าเล็งถ่ายไว้หลายรูป แต่ชอบรูปนี้มากที่สุด รู้สึกเหมือนเป็นตัวเองกับปู่ที่ไปไหนไปกันเป็นคู่เสมอ

แกะมีจุดแดงที่ขนคอ นี้ ย่าอ่านจากข้อเขียนของคุณ Mark Zamzig คนที่ชอบถ่ายรูปแกะ เขาบอกว่า ในสก๊อตแลนด์ ไม่ว่าคุณจะไปที่ใดก็จะได้พบแกะเสมอ แล้วก็ยากมากที่จะได้เห็นแกะซึ่งไม่มีเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของแกะ สีที่นิยมใช้ทำเป็นจุดกลมๆบนตัวแกะ คือ น้ำเงิน แดง หรือ เขียว

พอได้เห็นแกะหน้าและขนขาวหม่นใกล้ๆ ก็นึกได้ถึงคำถามของพี่ที่ได้เห็นย่าเขียนเรื่องเที่ยวในสก๊อตแลนด์ว่า ได้เห็นแกะหน้าดำหน้าขาวบ้างไหม บังเอิญย่ามีรูปที่ถ่ายแกะในพงหญ้าระหว่างอยู่บนรถ ซึ่งเป็นแกะหน้าดำตัวขาวพอดี จึงรีบลงรูปให้ดูและตอบพี่ไปทันทีว่าไม่มีพลาดอยู่แล้ว

ตอนนั้นตอบไปโดยไม่ทราบข้อมูลอื่นใด เข้าใจว่าพี่เขาแซวคนชอบถ่ายรูปสองข้างทางอย่างย่า เพิ่งอ่านพบข้อมูลที่แสดงถึงความรอบรู้ของพี่ที่ถามเรื่องนี้

จึงขอนำรูปแกะหน้าดำจาก google ของคนอื่นที่เขาถ่ายชัดๆมาให้ชม ประกอบกับข้อมูลว่า แกะพันธุ์นี้ชื่อว่า Blackface Sheep ซึ่งเป็นแกะที่พบเห็นได้ทุกหนแห่งตามเชิงเขาในสก๊อตแลนด์ มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่12 เป็นแกะที่แข็งแรง เลี้ยงง่าย ขนหยาบ ในสมัยแรกๆนั้น บรรดาพระมักใช้ขนแกะพวกนี้ทำเป็นเสื้อผ้า และส่งออกไปทั่วยุโรป ต่อมา King James II ทรงแนะนำให้พัฒนาสายพันธุ์ จนแพร่หลายไปทั่วสก๊อตแลนด์และอังกฤษ  มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จนถึงปัจจุบัน ผลผลิตจากแกะพันธุ์นี้ (ทั้งเนื้อ และขน) สร้างรายได้ให้แก่สก๊อตแลนด์อย่างมากมาย

สุดท้ายขอแถมด้วยรูปแกะหน้าดำน้อยลงหน่อย แต่มีเขาคดโค้งสวยงามมาก มีถิ่นฐานอยู่ใน Isle of Skye ที่ย่าได้ไปเที่ยวนิดหน่อย แต่ไม่มีโอกาสได้เห็นแกะพันธุ์นี้

มองจากทุ่งเลี้ยงแกะ เราได้เห็นบางส่วนของมหาวิหารที่จะแวะชม อยู่ไม่ไกล เย็นวันนั้น ฟ้าใส เมฆขาวสวย

แล้วเราก็มาถึงป้ายเชิญชวนแวะมหาวิหาร Dunkeld แห่งนี้ทันตามเวลาที่กำหนด...ฟรี และไม่มีการนำชมในรายละเอียดจากไก๊ด์ ใครใคร่ชมจุดไหน ก็เชิญตามอัธยาศัย เพราะเป็นเพียงทางผ่านที่เป็นของแถมก่อนเข้าที่พักเท่านั้น...ดังนั้น รูปต่างๆต่อจากนี้จะเน้นความสวยงามของสิ่งที่ได้พบเห็นและถ่ายมาเป็นที่ระลึกเป็นสำคัญ ไม่ค่อยมีสาระประกอบรูปเท่าใดนัก...ก็อย่างที่บอกแล้วว่า มาเดินเล่นกันสบายๆ

พวงมาลา (ซึ่งไม่ใช่ดอกไม้สด) บนฐานของเสาที่ระลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามในบริเวณมหาวิหารเนื่องจากการขัดแย้งทางการเมือง เมื่อ 21 สิงหาคม ค.ศ.1689... เดาว่าน่าจะเพิ่งวางเป็นที่ระลึกถึงวันครบรอบ 326 ปี เมื่อเดือนที่แล้ว เพราะสียังดูสดใสอยู่มาก เมื่อเรามาถึงที่นี่ 21 กันยายน

 ตอนที่เราไปถึง  สนามหญ้าหน้ามหาวิหารฯกำลังเรียบสวย ดูสบายตา

มหาวิหารดันเคลมีอายุกว่า1,400 ปี  แต่การก่อสร้างและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาคารในรูปทรงปัจจุบัน น่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 14 เป็นต้นมา แม้จะไม่หรูหราโอ่อ่าเหมือนมหาวิหารในเมืองใหญ่ แต่ย่าชอบความงามอย่างเรียบง่าย และความประณีตของไม้ประดับ ทั้งส่วนที่เป็นเพดานและลวดลายไม้ส่วนปลาย

กระจกสีสดใสสัญลักษณ์ของโบสถ์ฝรั่ง

เสียดายที่ไม่ได้อ่านว่าเป็นรูปปั้นของท่านผู้ใด แต่เห็นว่าท่าทางยืนสง่างามและองค์ประกอบอื่นๆดูดีไปหมด เลยถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

จุดดีเด่นอีกอย่างหนึ่งของมหาวิหารแห่งนี้ คือ มีการเขียนสรุปความเป็นมาและสาระสำคัญประกอบตามจุดสำคัญๆ ช่วยให้ผู้สนใจได้เข้าใจโดยไม่จำเป็นต้องมีไก๊ด์นำชมเหมือนมหาวิหารในเมืองใหญ่

จากป้ายนี้ ช่วยให้ย่าได้ทราบว่า เดิมที่นี่เป็น monastery church แต่ได้รับการยกระดับเป็น Cathedral (มหาวิหาร) ในปี 1127 เพราะในสมัย King David I มีการกำหนดระบบการบริหารงานให้สอดคล้องกับวิธีการของโรม

มหาวิหารแห่งนี้เคยได้รับการตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจงสวยงามมาก

ป้ายนี้ช่วยให้ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิหารฯ กับ Earl , Duke และ Duchess of Atholl ซึ่งเป็นผู้ครอง Blair Castle ซึ่งย่าเพิ่งไปชมมา

ที่นี่ได้รับการสนับสนุนหลายอย่างจากผู้ครองปราสาทฯ รวมทั้งเป็นที่ฝังศพของผู้ครองปราสาทฯหลายคนอีกด้วย

ดอกไม้สีขาวที่มีการเก็บรักษาอย่างดี หวังว่าป้ายข้างๆจะช่วยตอบข้อสงสัย ว่าคืออะไร ใครประดิษฐ์ ได้มาในโอกาสใดฯลฯ แต่ลองขยายภาพแล้วก็ยังอ่านไม่ออกค่ะ...ชื่นชมแค่ความงามของฝีมือผู้ประดิษฐ์ก็แล้วกันนะคะ

ขอถ่ายคู่กับออร์แกนประจำมหาวิหารฯหน่อยค่ะ

ไม่ทราบว่าไม้ชิ้นนี้เป็นอะไรอีกเช่นกัน ทราบแต่ว่าทางมหาวิหารฯจัดวางไว้อย่างดี พร้อมมีคำอธิบายประกอบด้วย แต่อ่านจากภาพถ่ายไม่ออก เลยชมได้แค่ความเก่า ความแปลก และ ความงาม

ภาพที่เห็นไกลๆนั่นคือกลุ่มของพวกเรา ที่พักผ่อนกันสบายๆ เพราะเย็นนี้ ดูเหมือนว่า ที่นี่มีแต่พวกเราเท่านั้น

ผนังมหาวิหารฯงามคลาสสิค คู่กับนาฬิกาเกือบจะคลาสสิค

ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น the most romantic cathedral in Scotland  เนื่องจากทำเลที่ตั้งดีมากๆ  อยู่ในบริเวณที่แม่น้ำ Braan และ Tay มาบรรจบกัน

ต้นไม้ใหญ่และทิวทัศน์สวยงามริมน้ำ ก็ช่วยสะท้อนถึงความร่มเย็นและความใส่ใจในการบำรุงรักษาได้อีกทางหนึ่ง

พักผ่อนและถ่ายรูปกันสบายๆแล้ว พวกเราก็ทยอยเดินออกจากมหาวิหารมาชมเมือง...แน่นอนว่าปู่กะย่า คนชอบถ่ายรูป เดินผ่านประตูเข้า-ออก สวยงามอย่างเป็นทางการของมหาวิหาร เป็นคู่สุดท้าย

บ้านสีขาวสะอาดตาเรียงรายเป็นระเบียบ บริเวณหน้ามหาวิหาร

หลังนี้มีสีสันของดอกไม้ตัดกับผนังสีขาว มีป้ายห้ามจอดรถ เขียนธรรมดาๆแค่ว่า no parking

เดินมาอีกหน่อย มีรถจอดทั้งสองข้างทางหลายคัน บริเวณนี้คงจะไม่มีป้าย no parking

ปู่ยืนเล็งจะถ่ายรูปย่าคู่กับวงเวียนนี้ตั้งนาน แต่มีรถมาวนเลี้ยว ไม่ค่อยขาดสาย จึงไม่ได้รูปมา แต่บังเอิญย่าถ่ายรูปนี้ไว้ก่อนแป๊บเดียว.. ตอนรถขาดสาย.. จึงได้รูปนี้มาฝากกัน

ประตูสวย กับไม้ประดับรับกันดี

ประตูสวย กับ ป้ายห้ามจอดรถที่ดุเด็ดเผ็ดมันเขียนชัดเจน ว่า Blind Person Please Leave Access to This Doorway Clear

ป้ายโรงแรมนี้สวย

ชอบร้านสีเขียวริมทางเท้าที่กล้าทำสีเด่นสะดุดตากว่าร้านอื่นๆ

สวยทั้งป้ายและดอกไม้ที่ช่วยทำให้ถนนเล็กๆดูมีชีวิตชีวาขึ้น

ไม้ริมทางกับถังขยะซึ่งเน้นย้ำว่าเป็นถังสำหรับใส่อึน้องหมาด้วย ถ้าไม่บอกให้ชัดอาจจะมีคนหัวหมอ ไม่ยอมเก็บอึน้องหมามาทิ้งถังขยะ(เหมือนเมืองไทย)

เดินอย่างอิสระตามอัธยาศัยเกือบสองชั่วโมง  ก็ถึงเวลาขึ้นรถไปโรงแรม ประมาณ 10 นาที เราก็เข้าถนนเล็กๆของโรงแรม ระหว่างทางผ่านธารน้ำใสที่แดดยามเย็นกำลังส่องต้องใบไม้สวยจับใจย่า

อาคารของโรงแรมฮิลตันที่พักของเราคืนนี้ อยู่ห่างจากริมถนนใหญ่ประมาณสองกม.เห็นจะได้

เหนือประตูทางเข้าแคบๆ เขียนว่า 1900 แสดงว่าโรงแรมนี้มีอายุกว่าร้อยปีแล้ว

ปู่กับย่าไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ หลังจากได้กระเป๋าเข้าห้องเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็รีบออกจากห้อง พากันเดินลัดเลาะผ่านห้องอาหารอย่างรวดเร็ว

จุดหมายปลายทาง ก็คือ ไปให้ทันได้ชมธารน้ำใสที่ไหลผ่านบริเวณโรงแรม ก่อนตะวันจะลับฟ้า

ชอบคนที่นี่จังที่นิยมใช้ป้ายสื่อสารข้อความให้เข้าใจตรงกันได้โดยเร็ว สองป้ายนี้แสดงเจตนาของโรงแรมอย่างชัดเจนว่า เป็นการเน้นย้ำและกำชับให้เจ้าของดูแลน้องหมาของตัวเองไม่ให้คลาดสายตา โดยทางโรงแรมได้จัดวางถังสำหรับทิ้งสิ่งปฏิกูลของน้องหมาไว้ให้ตามที่ต่างๆแล้ว สำหรับอุปกรณ์ในการเก็บกวาด ขอได้ที่แผนกต้อนรับ

แถมข้างๆป้าย  ยังมีถังขยะสำหรับใส่สิ่งปฏิกูลของน้องหมาเท่านั้น ตั้งไว้อย่างโดดเด่นอีกด้วย

นอกจากนี้ ที่ป้ายใกล้ฝั่งน้ำยังมีป้ายตัวโตๆ กำชับว่า อย่าโยนหิน หรือปล่อยให้น้องหมาว่ายน้ำในธารน้ำแห่งนี้ เพราะบริเวณนี้เป็นถิ่นของปลาแซลมอน

ไม่ไกลจาก ป้ายนั้น มีชายวัยกลางคน ยืนปักหลักมั่นคงกลางลำธาร เขาเหวี่ยงเบ็ดเป็นวงกว้าง แล้วก็ยืนรอนิ่งนาน เมื่อปลา(น่าจะเป็นแซลม่อน) ยังไม่มาติดเบ็ด ก็ย้ายที่แล้วเหวี่ยงเบ็ดใหม่....ย่าถ่ายรูปโน่นนี่แถวๆนั้นอยู่นานพอสมควร ก็ไม่เห็นมีปลาหน้าโง่มาติดเบ็ดเขาเลย

ณ ที่นั้น ย่ากับปู่ต่างแอบถ่ายรูปทีเผลอของกันและกัน นี่เป็นทีเผลอของปู่ ยามแสงตะวันสีทองผ่องอำไพใกล้จะลับฟ้า

และนี่ก็เป็นทีเผลอของย่า จากฝีมือปู่

จากบริเวณที่เราต่างก็เดินและหยุดยืนเงียบๆ กันอยู่สามคน (ปู่ ย่า และหนุ่มใหญ่ที่กำลังตกปลา) ริมลำธารหนาวเย็นนั้น เมื่อปู่และย่าเล็งมุมกล้องไปตรงไหนก็ได้เห็นธรรมชาติที่งดงามทุกแห่ง.... นี่เป็นกลุ่มเมฆงามตามสายตาของย่า

และนี่เป็นความงามของสายน้ำกับแสงอาทิตย์สีเงินยวง ฝีมือของย่าอีกเช่นกัน

ส่วนมุมงามในสายตาของปู่ ก็อยู่่ใกล้ๆกันนั่นเอง สุดแต่ว่าใครจะโฟกัสกล้องไปในทิศทางใด

มุมงามในสายตาของปู่อีกเช่นกัน  เป็นใบไม้เปลี่ยนสีของจริงที่หลุดร่วงจากกิ่งไม้ใหญ่ มาอยู่่เคียงคู่กันราวกับจัดวางไว้ แต่ปู่ยืนยันว่าไม่มีการจัดวาง ถ่ายภาพตามที่เห็นในเวลานั้นจริงๆ

แต่สำหรับภาพนี้ เป็นการจัดวางท่าประกอบแสงตะวันที่ใกล้จะลับฟ้าเต็มที

ค่ำแล้ว ได้เวลากินอาหารตามที่แต่ละคนถูกใจ ใน 3 เซ็ทที่ทางโรงแรมกำหนดให้เลือก นานๆจะมีโอกาสเช่นนี้ สองจานบนจำไม่ได้ว่าเป็นของใคร แต่สองจานล่างเป็นของย่า อาหารหลักเป็นสไตล์มังสวิรัติแปลกดี  เป็นซุปมะเขือเทศผสมผักหลายอย่าง ส่วนของหวานก็เป็นพายแอปเปิ้ล รสเปรี้ยวอมหวาน ขนาดความหวานของไอศกรีมก็สู้ไม่ได้...คนติดหวานอย่างย่าจึงไม่รู้สึกอร่อยเท่าที่วาดหวังไว้แต่แรกเห็น

เช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อนที่อยู่ห้องมุมตึกซ้ายมือชั้นล่าง ใกล้ๆกับห้องย่า เล่าด้วยท่าจริงจัง ว่าได้ยินเสียงเดินกุกกักๆจากชั้นบนตลอดคืน แถมตอนเช้ามืดยังมีมือใครก็ไม่ทราบมาผลักที่บ่าอย่างแรง ทำนองปลุกให้ลุกได้แล้ว...บรื๊อ!!...โชคดีที่ย่าหลับสบายๆได้ตลอดคืน

 

เราอำลาโรงแรมอายุกว่าร้อยปี ตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพื่อเดินทางไกลอีก 6 ชั่วโมง ไปเขต Highland ดินแดนที่พลาดไม่ได้

.................

 



Edited by yanid - 24 Nov 2015 at 16:32

Post Options Edit Diary   Quote yanid Quote wrote: 24 Nov 2015 at 12:20

DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : yanid
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 5(จบ) The Hermitage [1/280]
นกกินปลีอกเหลืองตกสวรรค์ [3/285]
เที่ยวรัสเซียปี 2560- ตอนที่ 4 Peterhof [2/333]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่3 St.Basil's Cathedral [2/237]
เที่ยวรัสเซียปี2560- ตอนที่2 ดอกไม้ในมอสโก [2/224]
เที่ยวรัสเซียปี2560 - ตอนที่1 ภาพรวม [2/296]
เปิดกล้องส่องนกที่บ้าน [3/201]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก( 4/4) [4/991]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (3/4) [3/997]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (2/4) [3/734]
ชมสามอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก (1/4) [3/364]
ภาพ ‘หยดพระเสโท ’ [3/816]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเราปี 2559 (ตอนสอง) [3/470]
ทำความรู้จักกับ “ปีกสวย พันสี...ที่ภูพิงค์” [3/380]
ทำความรู้จักกับ "ติโต" [2/233]
พุทธธรรมในคำสอนของ 'พ่อ' [1/365]
นกกินปลีอกเหลืองที่บ้านเรา ปี 59 [3/994]
กรุงเวียนนา...เดินๆๆเพลิดเพลินใจ [2/214]
พระราชวัง Schonbrunn –กรุงเวียนนา [2/169]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 4/4 [1/188]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 3/4 [2/283]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่ 2/4 [3/217]
สาระสำคัญของแก่นพุทธศาสน์ ตอนที่1/4 [3/746]
โบสถ์กระดูก ( Ossuary) ที่ Sedlec [3/310]
Prague Castle ..พลาดไม่ได้เมื่อไป Czech Republic [2/266]
แวะ Hluboka ก่อนไป Prague [2/212]
Five Fingers...มีเซอร์ไพรซ์ [3/455]
เหมืองเกลือเก่าแก่ที่สุดในโลก [2/457]
Hallstatt 2016 [5/398]
Konigsee Lake (ทะเลสาบโคนิคซี่ ) [3/505]
แก่นพุทธศาสน์...ความว่าง 2/3 [1/423]
แก่นพุทธศาสน์....สรุปสาระสำคัญ 1/3 [1/753]
ไปอินเดียปี2559(8)-ตอนจบ...เดลี และ อัคระ [1/511]
ไปอินเดียปี2559(7)-สาวัตถี..เมืองเศรษฐีแต่เก่าก่อน [1/608]
ไปอินเดียปี 2559 (6) ลุมพินี..ถิ่นนี้ของเนปาล [3/697]
ไปอินเดียปี 2559(5)- กุสินารา..หมอกหนา เมตตาเด่น [1/478]
ไปอินเดียปี 2559(4)- พาราณสี..ล่องคงคา.. [2/768]
ไปอินเดียปี 2559 (3)- พุทธคยาพลาดไม่ได้ [2/1111]
ไปอินเดียปี 2559 (2)-เตรียมรับปัญหา [2/3228]
ไปอินเดียปี 2559 (1)-ไปทำไม [2/550]
ทดลองกล้อง Sony DSC-RX100 IV [0/357]
เที่ยว Glasgow เมืองโก้หรู – สก๊อตแลนด์ [0/1467]
เที่ยว เกาะ Skye กับ ปราสาท Eilean Donan แดนวิวสวย [0/419]
เที่ยว Dunkeld เดินเล่นสบายๆ - สก๊อตแลนด์ [0/335]
เที่ยว Blair Castle ปราสาทสีขาว – สก๊อตแลนด์ [1/455]
เที่ยวพระราชวังโฮลี่รู้ด วันฝนโปรย - สก๊อตแลนด์ [0/324]
เที่ยว ปราสาทเอดินเบอระ- สก๊อตแลนด์ [0/357]
ชมชุมชนริมน้ำจันทบูร [1/822]
สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ กับ โครงการสวนกลางมหานคร [2/1697]
แวนโก๊ะ และ ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ [2/2316]
แวนโก๊ะ กับ ดอกไม้ [0/4172]
แวน โกะห์ กับ ดอกทานตะวัน [2/15295]
พระนางตารา ( TARA Goddess) [4/1053]
เหตุสมควรโกรธ....ไม่มีในโลก [3/232]
อานุภาพและกับดักของวิปัสสนา [2/210]
อานุภาพของสมาธิตามธรรมชาติ [1/173]
วิธีคิดเพื่อละการยึดถือในความมีตัวตน [1/187]
อานุภาพของสมาธิและปัญญา [1/179]
ศีล สมาธิ และ ปัญญา [0/233]
ความยึดมั่นถือมั่น [0/153]
ศีล-ธรรม-การเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ [0/167]
หลักพุทธศาสนาขั้นสูงสุด และการเข้าถึง [0/199]
สาระสำคัญของคู่มือมนุษย์ฉบับสมบูรณ์ [0/686]
คู่มือมนุษย์-ใช้เวลา 20 ปี กว่าจะอ่านจบ [0/347]
นกเขาชวาที่บ้านเราปี 2558 [0/374]
เที่ยวเมืองลูบลิยาน่า (Ljubljana)...ก่อนกลับไทย [0/480]
เที่ยวถ้ำโพสตอนย่า....อายุนับล้านปี [0/355]
ไปเบลด(Bled)..เมืองตากอากาศยอดฮิตของSlovenia [0/1408]
เที่ยวซาเกรบ (Zagreb)…เมืองหลวงของโครเอเชีย [0/562]
เที่ยวพลิตวิเซ่ (Plitvice)..น้ำตกๆๆๆ..งามมวากก.. [4/629]
เที่ยวเมืองซาดาร์ (Zadar)...ที่ย่าช้อบชอบ [2/772]
ไปซีบีนิก (Sibenik)คลิกๆๆหน้าคน [2/469]
สบายๆในเมืองสปลิท (Split) [2/934]
เที่ยวเมืองโทรเกียร์ (Trogir) [2/594]
เที่ยวเมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) [4/1661]
ปราสาทสัจธรรม ณ 1 พค. 57 [1/714]
สอ เสถบุตร ในมุมมองของภรรยาคนสุดท้าย [1/4079]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอนจบ [0/473]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) - ตอน6 มองไกล เห็นกว้าง [0/370]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ)- ตอน5-เหนือตัวตนพ้นสมมุติ [0/678]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) - ตอน 4.ส่องกระแสธรรม [0/359]
ตื่นรู้ที่ภูหลง(ฉบับย่อ) – ตอน 3 ปลูกสติกลางใจ [2/480]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ) – ตอน 2.พ้นบ่วงมาร [2/485]
ตื่นรู้ที่ภูหลง (ฉบับย่อ)-ตอน1 อยู่กับความรู้ตัว [2/665]
กรรมฐาน [6/922]
บวชที่บ้าน – ภาคปฏิบัติ [6/551]
บวชที่บ้าน – ภาคทฤษฎี [11/902]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ yanid ]
[ All yanid diary ]

November 2017
S M T W T F S
1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ