ธุดงค์ญี่ปุ่น กับ คู่บารมีของท่านมิตซูโอะ(1)

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options

 

ตอนที่ 1 ธุดงค์ญี่ปุ่น

 
 

หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งที่1 และ 2 เดือนกพ. และ มีค. 54 ย่าได้หนังสือเล่มนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2554 ตั้งใจว่าจะอ่าน แต่ก็ถูกเล่มอื่นแซงคิวตลอด

เพิ่งแซงคิวเล่มอื่นมาอ่านได้ ก็ตอนที่มีเรื่องช็อควงการศาสนา จากการลาสิกขาบทแบบเงียบๆของท่านมิตซูโอะ ตามมาด้วยรูปหวานแหววของทิดสึกใหม่กับสาวสวย การจดทะเบียนสมรสกัน และ การพยายามขุดคุ้ยเบื้องหลังของทั้งสองคน อย่างไม่หยุดหย่อนจนถึงปัจจุบัน

ท่านมิตซูโอะเป็นชาวญี่ปุ่น ที่สามารถพูดและสอนภาษาไทยได้ดีมากด้วยสำเนียงเหน่อๆอย่างมีเสน่ห์ ท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม กาญจนบุรี บวชมาแล้ว 38 พรรษา ได้รับความเชื่อถือ และความนิยมชมชอบจากคนไทยมากมาย

ย่าอ่านหนังสือเล่มนี้จบในวันเดียว เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กค.นี้เอง เพราะสนุกมาก ได้รับรู้ถึงประสบการณ์ในการเดินเท้าของท่านในญี่ปุ่นประมาณ 1,000 กม. หลังจากการบวชมาแล้ว 15 ปี โดยแทรกธรรมะ ความรู้เกี่ยวกับสถานที่และนิกายต่างๆในญี่ปุ่น รวมทั้งความเป็นมาของมูลนิธิมายาโคตมีที่ท่านเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งขึ้นด้วย

ถือได้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็นบทสรุปถึงประสบการณ์และความเป็นตัวตนของท่านด้วยตัวเอง ระหว่าง พ.ศ. 2514-2533 ได้ชัดเจนที่สุด

จึงอยากสรุปสาระสำคัญของหนังสือ และ ความคิดของตัวเองเกี่ยวกับเรื่องของท่านไว้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าความคิดจากการอ่านท่านผ่านหนังสือ กับ ผลต่อจากนี้ไปจะตรงกันหรือไม่

สาระสำคัญของหนังสือ ธุดงค์ญี่ปุ่น

หนังสือแจ้งว่าเป็นธรรมบรรยายเล่มที่ 38 แต่ไม่ได้บอกว่า ท่านบรรยายที่ไหน เมื่อไร ทราบแต่ว่ามีการพิมพ์เป็นเล่มในปี 2554

อย่างไรก็ตาม จากการบรรยายตอนหนึ่ง ท่านพูดว่า “ เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน อาจารย์บวชมาแล้ว 15 พรรษา” แสดงว่า ขณะที่ทานบรรยายเรื่องนี้ ท่านบวชมาแล้ว 35 ปี  ดังนั้น ท่านน่าจะบรรยายเรื่องนี้ประมาณ ปี 2553 หรือ ประมาณ 20 ปีหลังจากที่ท่านไปธุดงค์ที่ญี่ปุ่น

การพิมพ์เป็นเล่ม  เข้าใจว่า มีการถอดเทปคำบรรยายของท่านแล้วเรียบเรียงพร้อมเพิ่มภาพวาดให้น่าสนใจขึ้น (ภาพวาดโดย ธนิต โพธิ์กลาง) เช่นเดียวกับหนังสือธรรมบรรยายทั่วๆไป

หนังสือนี้แบ่งเป็น 3 ภาค

·        ภาคหนึ่ง     เน้น เรื่องการปฏิบัติธรรม และ เกริ่นถึงเป้าหมายของการปฏิบัติธรรมของท่านในการไปธุดงค์ที่ญี่ปุ่น

·        ภาคสอง     เน้นที่แรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตของท่าน และ ประสบการณ์ระหว่างการไปธุดงค์ที่ญี่ปุ่น

·        ภาคสาม     เน้นที่ความเป็นมาในการก่อตั้งมูลนิธิมายา โคตมีและแนวคิดในการดำเนินงานมูลนิธิฯ

ภาคหนึ่ง  ท่านเน้น เรื่องการปฏิบัติธรรม และ เกริ่นถึงเป้าหมายของการปฏิบัติธรรมของท่านในการไปธุดงค์ที่ญี่ปุ่น

เริ่มจาก เรื่อง มรรคมีองค์ 8 และเชื่อมโยงว่า เป็นเรื่องเดียวกับ ไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา)

ศีล หมายถึง สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต และ สัมมาอาชีโว

สมาธิ หมายถึง  สัมมาวาโย สัมมาสติ และ  สัมมาสมาธิ

ปัญญา หมายถึง  สัมมาทิฐิ และ สัมมาสังกัปปะ

จากนั้นอธิบายโดยละเอียด และ แนะการปฏิบัติธรรมแบบอานาปานสติ (ฝึกสติโดยรู้สึกถึงลมหายใจเข้าออก)

ท่านเน้นว่า “ เมื่อพูดถึงการปฏิบัติธรรม ส่วนใหญ่เราจะนึกถึง การเข้าวัด สมาทานศีล นั่งสมาธิ เดินจงกรม ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น

แม้แต่อยู่ที่บ้านก็ตาม เราก็มักเข้าใจว่าปฏิบัติธรรม คือ การจัดเวลาไว้สำหรับสวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรมเป็นวัตรปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ปฏิบัติแล้ว การดำเนินชีวิตประจำวันกับการปฏิบัติธรรมถือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต่อเนื่องกันตลอดเวลา

เราต้องรักษาการปฏิบัติธรรมไว้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในสภาพแวดล้อมอย่างไร กลางวัน กลางคืน ก็ให้เราเป็นผู้ประพฤติธรรม ปฏิบัติธรรมตลอดกาล ตลอดเวลา"

ตอนท้ายของภาคนี้ เล่าว่า ตัวท่านเองมีช่วงหนึ่งที่เดินทางไปญี่ปุ่น โดยตั้งใจให้การเดินทางครั้งนั้นเป็นการเดินธุดงค์

แผนการง่ายๆของท่าน คือ รักษาพระวินัย  คือ

·        ไม่รับเงินทอง

·        อาศัยอาหารจากการบิณฑบาต

·        หาที่พัก

·        ไม่นั่งรถ

·        ตั้งใจจะเดินไปให้ถึงเมืองฮิโรชิม่า

“ แต่เป้าหมายโดยแท้จริง คือ ให้การเดินทางครั้งนั้นเป็นการฝึกจิตให้เป็นสมาธิ คือ การเดินจงกรม จึงไม่ใช่การเดินอย่างรีบร้อนเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย  แต่เป็นการเดินไปทีละก้าวด้วยความเอาใจใส่ มีสติสัมปชัญญะ แต่ละก้าวที่ย่างเท้าไป คือ สันติสุข ดูจิต รักษาจิตของเราไว้ ทำหน้าที่ในปัจจุบันให้ดีที่สุดด้วยใจดี มีความสุขใจ ซึ่งเป็นเป้าหมายของการธุดงค์”

 

ภาคสอง  เน้นที่แรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตของท่าน และ ประสบการณ์ระหว่างการไปธุดงค์ที่ญี่ปุ่น

เริ่มด้วยการยก บทกวี “ ไม่ยอมแพ้กระแสฝน” ของ มิยาซาว่า เคนจิ กวีชื่อดังของญี่ปุ่นมาเป็นบทนำ โดยท่านมิตซูโอะเป็นผู้แปลเป็นภาษาไทย

กวีบทนี้เป็นบทกวีที่โด่งดังที่สุดของมิยาซาว่า

บทกวีนี้ เป็นการประกาศเจตนารมณ์หรืออุดมคติ ของมิยาซาว่า ว่า อยากเป็นคนเช่นไร นั่นคือ ไม่ยอมแพ้ต่อภัยธรรมชาติ ทั้งฝน ลม หิมะ และความร้อน ขอเพียงแค่เป็นคนแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่โลภ ไม่โกรธและยิ้มอย่างสงบเสมอ ไม่เห็นแก่ตัว เป็นอยู่อย่างพอเพียง และคอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อยู่เสมอ..แม้ใครๆจะเรียกว่าเป็นคนไม่ได้ความ และไม่มีใครชมเชย แต่ก็ไม่มีใครรำคาญ

และในชีวิตจริง มิยาซาว่าก็ปฏิบัติตัวตามเจตนารมณ์ของเขา เขาเสียชีวิตเมื่ออายุเพียง 37 ปี ก่อนท่านมิตซูโอะจะเกิด 18 ปี

ท่านมิตซูโอะเล่าว่า ท่านอ่านงานเขียนชิ้นนี้ตั้งแต่วัยรุ่นแล้วประทับใจมาจนถึงขณะที่ท่านบรรยายธรรม เพราะ…..

“อ่านแล้วรู้สึกว่าเราเห็นคุณค่าของชีวิตแบบนี้ ต้องการใช้ชีวิตอย่างนี้เหมือนกัน....เป็นงานเขียนที่เป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนเป็นจำนวนมาก....กระแสฝน กระแสลม หิมะฤดูหนาว ความร้อน เปรียบเหมือนความไม่แน่นอนและอุปสรรคที่มนุษย์ทุกชีวิตต้องเผชิญ”

ท่านมิตซูโอะเชื่อมโยงบทกวีนี้กับความตั้งใจในการออกธุดงค์ไปญี่ปุ่นว่าเหมือนกัน

“เราก็ตั้งใจแน่วแน่ที่จะรักษาใจดีไว้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความยากลำบากขนาดไหน เราจะไม่ละทิ้ง ‘ยิ้มน้อยๆในใจ’ และเตือนใจตัวเองว่า อดได้ ทนได้ รอได้ ด้วยใจดี”

ต่อจากนั้นท่านได้เล่าถึง การปฏิบัติตัวของท่านในการแสวงหาความหมายของชีวิต ซึ่งในตอนที่หนึ่งนี้ ขอสรุปเป็นข้อๆ ตั้งแต่ท่านออกจากญี่ปุ่น จนถึง ตอนที่ท่านจะออกจากไทยกลับธุดงค์ที่ญี่ปุ่น เท่านั้นนะคะ จะได้ไม่ยาวเกินไป คือ

1.   ท่านออกจากญี่ปุ่นตอนอายุ 20 ปี (2514) เดินทางไปทั้งอินเดีย เนปาล อาฟกานิสถาน อิหร่าน ตุรกี ยุโรป และ ตัดสินใจกลับมาบวชเป็นโยคีที่อินเดีย

 

2.   ท่านฝีกสมาธิและโยคะที่อินเดียประมาณปีครึ่ง ได้ผลน่าพอใจจากการฝึกสมาธิ...เห็นนิมิต..รู้สึกว่าร่างกายหายไป...มีแต่จิตมองเห็นทุกทิศทาง..ทำให้เข้าใจความหมายของพุทธภาษิตที่ว่า ความสุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี....” ตอนนั้นอาจารย์ก็ตั้งใจว่าจะอยู่อย่างนี้ตลอดชีวิต”  แต่มีปัญหาเรื่องวีซ่าจึงต้องออกจากอินเดีย

 

3.   พระชาวฝรั่งเศสรูปหนึ่งแนะว่า มาบวชที่เมืองไทยก็สามารถปฏิบัติต่อได้

 

4.  ท่านจึงมาบวชเป็นสามเณรที่วัดเบญจมบพิตรตอนอายุ 23 ปี (ปลาย ปี2517)และอยู่ที่นี่ 3 เดือน จากนั้นจึงไปบวชเป็นพระที่วัดหนองป่าพง 5 ปี ระหว่างนั้น “ ยังไม่มั่นใจว่าจะบวชอยู่ในนิกายเถรวาทนี้ตลอดไปไหม มีความคิดอยากจะกลับไปบวชที่ญี่ปุ่นเพื่อปฏิบัติแบบมหายานอย่างนิกายเซ็นอยู่เหมือนกัน”

 

5.  จากนั้นไปเข้าห้องกรรมฐานปิดวาจาเพื่อเจริญสติปัฏฐาน 4 ที่วัดสังฆทาน อีก 2 ปี (2524) ขั้นตอนเข้มข้นสุดๆ คือฝึกรักษาสติต่อเนื่อง 7 วัน 7 คืน ซึ่งต้องพยายามอยู่หลายสิบครั้งกว่าจะสำเร็จ.....“ พอเข้าห้องกรรมฐานได้พบประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจเรื่องสติปัฏฐานชัดเจนพอสมควร อาจารย์เลยเกิดศรัทธามั่นคงว่าเถรวาทนี้ดีที่สุด จะบวชเป็นพระอยู่ในนิกายเถรวาทตลอดชีวิต”

 

6.  “ เมื่อมีศรัทธามั่นคงในนิกายเถรวาทแล้ว อาจารย์ก็ตั้งใจจะปฏิบัติต่อ ทีแรกก็ตั้งใจจะปฏิบัติอยู่ในห้องกรรมฐาน สัก 7 ปี 9 ปี แต่ก็มีเหตุจำเป็นต้องออกไปประชุมที่วัดป่านานาชาติ”

 

7.   หลังจากนั้นท่านก็ไปเยือนสังเวชนียสถานที่อินเดีย ตามมาด้วยการธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมหลายแห่งทางภาคเหนือและอิสาน เป้าหมายหลัก คือ พยายามหาถ้ำในอุดมคติ เพื่อนั่งสมาธิและเดินจงกรม และพบถ้ำที่พอใช้การได้ที่มุกดาหารในปี 2531 (ประมาณ 7 ปี)    หรือ ปีที่ 14 หลังจากที่บวชในไทย

 

8.  ปี 2532 ท่านรับกิจนิมนต์ตามคำเชิญของเศรษฐีชาวญี่ปุ่นที่มาชวนไปสอนการเดินจงกรม  แต่บังเอิญเศรษฐีป่วย จึงต้องยกเลิก... “ อย่างไรก็ตามอาจารย์ก็ตั้งใจจะไปแล้วก็เลยไป ถึงเขาจะไม่นิมนต์ เราก็ไปเอง  ทีนี้ ไปญี่ปุ่นอาจารย์คิด เมื่อ 20ปีก่อนยังหนุ่ม ยังมีกำลัง บวชมาได้พรรษา 15  แล้ว มีประสบการณ์ธุดงค์ในเมืองไทยพอสมควร เดินข้ามจังหวัดเป็นเดือนๆก็เคยเดิน เคยเจอสัตว์ป่าหลายชนิด เสือก็เจอมาแล้ว คราวนี้ก็ลองดู เดินธุดงค์ในญี่ปุ่นดูบ้าง”          

 

ถึงตอนนี้ ย่ามีข้อสังเกตว่า ตลอดเวลา 17 ปีที่ท่านบวชเป็นโยคีและบวชพระ ท่านเน้นที่การปฏิบัติอย่างเข้มข้นและตั้งใจจะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องตามวิธีการที่ปฏิบัติแล้วได้ผลดี  แต่ก็มีเหตุปัจจัยภายนอก เป็นตัวแปรให้ท่านต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนความตั้งใจเดิม เป็นระยะๆ

 

นอกจากนี้ การกลับไปญี่ปุ่นบ้านเกิดของท่าน ตามเหตุปัจจัยที่สมควร ก็เป็นเรื่องที่ท่านไม่เคยลืมเลือนเลย

 

ตอนต่อไป จะเป็นการสรุปประสบการณ์ธุดงค์ในญี่ปุ่นของท่านค่ะ

........................



Edited by GrandmaNid - 14 Jul 2013 at 09:41

Post Options Edit Diary   Quote GrandmaNid Quote wrote: 08 Jul 2013 at 22:21

ann_gemini View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 23 Feb 2010
Location: Bkk
Posts: 2666
Post Options Edit Comment   Quote ann_gemini Quote Direct Link To This Post Posted: 09 Jul 2013 at 12:13 - IP: 202.57.129.XXX

ไว้ต้องจัดสรรเวลาหามาอ่านบ้างค่ะคุณย่า

 
ถามว่าช๊อคมั้ย ตอบว่าช๊อค แต่นะ ทุกคนย่อมมีกรรมเป็นเครื่องกำหนด คิดแบบนี้จะได้หายช๊อค
Back to Top
GrandmaNid View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 31 Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 2372
Post Options Edit Comment   Quote GrandmaNid Quote Direct Link To This Post Posted: 09 Jul 2013 at 21:11 - IP: 101.108.13.XXX
Avatarใช่ค่ะ คิดอย่างคุณแอนถูกแล้ว..อย่าลืมถนอมดวงตาด้วยนะคะ
ย่านิด
Back to Top
DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : GrandmaNid
ธุดงค์ญี่ปุ่น กับ คู่บารมีของท่านมิตซูโอะ(ตอนจบ) [5/1303]
ธุดงค์ญี่ปุ่น กับ คู่บารมีของท่านมิตซูโอะ(3) [0/2328]
ธุดงค์ญี่ปุ่นกับคู่บารมีของท่านมิตซูโอะ(2) [0/542]
ธุดงค์ญี่ปุ่น กับ คู่บารมีของท่านมิตซูโอะ(1) [2/1076]
อิตาลีใต้- ตอน7-ตอนจบ- โรม (Rome) [9/1656]
อิตาลีใต้ – ตอน6 ซิซิลี (Sicily) [5/2796]
อิตาลีใต้- ตอน 5 อัลเบอโรเบลโล ( Alberobello) [6/1472]
อิตาลีใต้- ตอน 4 อมาลฟี่โคสท์ (Amalfi Coast) [8/3034]
อิตาลีใต้- ตอน 3 เกาะคาปรี ( Capri ) [22/3267]
อิตาลีใต้ - ตอน 2 :ซอเรนโต้ ( Sorrento) [15/3342]
อิตาลีใต้- ตอน 1. ปอมเปอี (Pompei) [15/2414]
ไปพิพิธภัณฑ์บัวครั้งที่ 2 (แก่แล้วฯ25) [11/3215]
เดินไปมาใน Hotel de la Paix (แก่แล้วฯ24) [17/2113]
เต่าทะเล..หนังสือฟรีที่ตรงใจ ( แก่แล้วฯ23) [8/2821]
ปฏิบัติการฟื้นความจำ (แก่แล้วฯ 22 ) [15/942]
วันแห่งความรัก ( แก่แล้วทำอะไร 21) [22/893]
เล่นกับบัว (แก่แล้วฯ20) [22/2071]
ภาพถูกใจในงาน”ควงกล้องท่องโลก” (แก่แล้วฯ19) [14/963]
ตราด – นานแค่ไหนก็ไม่เคยลืม (แก่แล้วฯ18) [22/1446]
ความสุขที่ดาษดา (แก่แล้วฯ17) [20/2234]
ช่วงนี้มีอะไรใน Diarylove (แก่แล้วฯ16) [13/856]
ปีใหม่ อยากใช้ dihead ใหม่ [16/909]
เที่ยวเมียนมาร์แบบคนสูงวัย ตอนจบ [13/1439]
เที่ยวเมียนมาร์แบบคนสูงวัย- 3. มัณฑเลย์ [17/2660]
เที่ยวเมียนมาร์แบบคนสูงวัย – 2. อินเล [13/2704]
เที่ยวเมียนมาร์แบบคนสูงวัย - 1.ย่างกุ้ง [18/3163]
หัดเดินจงกรม ตอน 2-จบ ( แก่แล้วทำอะไร14) [13/854]
หัดเดินจงกรม ตอนที่1 (แก่แล้วทำอะไร14) [14/920]
The Idol ( แก่แล้วทำอะไร 13) [26/986]
ทำไม ทำไม ทำไม (แก่แล้วฯ 12) [17/845]
หมอดู - (แก่แล้วทำอะไร 11) [19/907]
ตับอักเสบเฉียบพลัน (ตอนจบ) [29/2389]
ตับอักเสบเฉียบพลัน (Acute Hepatitis) ตอนที่ 1 [16/4479]
เพชรบุรี...ไปกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ- (แก่แล้วฯ 9) [17/4117]
ผ้าที่รักกับพิพิธภัณฑ์ผ้า (แก่แล้วฯ 8) [17/7204]
เรื่องโจ๊กๆ - แก่แล้วทำอะไร7 [14/885]
เที่ยวภูฏาน ตอนที่ 4 – ปูนาคา (Punaka) [15/2218]
เที่ยวภูฏาน ตอน 3-ทิมพู (Thimpu) [14/1537]
เที่ยวภูฏาน ตอน 2 – เมืองปาโร( Paro) [18/2025]
เที่ยวภูฏาน ตอน 1- ภาพรวมของภูฏาน (แก่แล้วฯ 6) [19/3007]
เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร-แก่แล้วฯ 5 [18/6151]
ยาพระบอก (แก่แล้วทำอะไร 4) [12/606]
เริ่มจากช็อกโกแลตขาว..ลากไปย้าวยาว (แก่แล้วฯ 3) [19/7062]
เอแคลร์ครบสี่ขวบ [20/993]
เนเธอร์แลนด์แดนในฝัน 1/2 (แก่แล้วทำอะไรฯ 2) [37/6278]
ครั้งหนึ่งในชีวิต (แก่แล้วทำอะไร 1) [17/1214]
Cars Fever [25/789]
ไปทุ่งพระเมรุ (โลกสวยฯ62) [17/2457]
เดินผ่านวัดโพธิ์ (โลกสวยฯ61) [21/3765]
ชื่อปทุมธานีเพราะมีบัว (โลกสวยฯ60) [19/8442]
มหัศจรรย์นิทานดนตรี [30/979]
ย่ากับ DL, FB และ DC (โลกสวยฯ 59) [44/959]
น่าน..น้าน..นาน- ตอนจบ – ดอยเสมอดาวกับเสาดิน [20/1939]
น่าน..น้าน..นาน- ตอน 4 -ชมชมพูภูคาและบ่อเกลือ [12/2845]
น่าน..น้าน..นาน - ตอน3 - ชงกันสบายๆ [11/6035]
น่าน..น้าน..นาน - ตอน 2 - เสียงกระซิบจากปู่ย่า [12/2478]
น่าน..น้าน..นาน - ตอน 1 - ถนนสำหรับมืออาชีพ [24/5335]
เที่ยวงานราชพฤกษ์ ๒๕๕๔ แบบคนแก่ ( โลกสวยฯ56) [23/4480]
เขาค้อ+ภูทับเบิก (โลกสวยฯ 55) [21/6246]
ความสุขของปู่ [30/790]
เจ็ดเดือนของนักเรียนชั้นอนุบาลหนึ่ง [39/2502]
แมวบ้านเรา - โลกสวยฯ(54) [23/1452]
ไปฝรั่งเศสใต้กับสเปน ตอนที่ 4 (ตอนจบ) [27/1335]
ไปฝรั่งเศสใต้กับสเปน ตอนที่ 3 [21/3017]
ไปฝรั่งเศสใต้กับสเปน..ตอนที่2 [15/2105]
ไปฝรั่งเศสใต้และสเปน ตอนที่ 1- โลกสวยฯ(53) [23/2537]
ใส่สลักปาก - โลกสวยฯ52 [19/560]
ขอบคุณค่ะ..เด็กดื้อ (โลกสวยฯ51) [24/1692]
อัญเชิญพระพุทธรูปทองคำมาช่วย( โลกสวยฯ50) [24/1137]
ความปรารถนาของแม่ - (โลกสวยฯ 49) [24/3553]
ได้เวลาร่าเริง (โลกสวยฯ 47) [25/2400]
เรื่องของน้องเหมียวไร้เจ้าของ- โลกสวยฯ(47) [21/780]
กระทบไหล่คนดัง (โลกสวยฯ 46) [25/775]
มีแต่ข่าวติดลบ [29/670]
พระมาช้า (สวนโมกข์ฯ1) [19/635]
รวมเล่มรวมรักไว้ให้เอแคลร์ [52/1242]
ครบรอบปีไปนอนโรงพยาบาลอีกแล้ว [36/807]
พุทธทาสกับสติอย่างหยาบๆเลวๆ- โลกสวยฯ(44) [20/1997]
พร้อมสู่โลกกว้าง [21/1335]
ก่อนถึงวันเปิดเทอมจริง [33/3048]
หัวหินครั้งที่สองของเอแคลร์ [32/1393]
สัตว์ไม่ได้เลี้ยง – (โลกสวยฯ 43) [25/2232]
สสว.ทัวร์อ่างทอง -(โลกสวยฯ 42) [34/1486]
เอแคลร์ไปโรงเรียน [32/746]
นิทานนก - โลกสวยฯ (40) [33/1148]
ย่ากับ DL และ FB - โลกสวยฯ (40) [49/2004]
ถ้ารู้ธรรมะพระพุทธเจ้าอาตมาคงไม่ติดคุก-โลกสวยฯ39 [18/1118]
อาจารย์เหม่ง [23/1470]
วันสบายๆของเอแคลร์ [23/787]
อยู่คู่กันมา 36 ปีเพราะอะไร (โลกสวยฯ38-ตอนที่ 2) [26/743]
อยู่คู่กันมา 36 ปีเพราะอะไร (โลกสวยฯ 38- ตอนที่1) [19/714]
ครบ 36 ปี...ได้ไปที่ชอบ+ชอบ-โลกสวยฯ37 [30/1389]
ทริปนี้มีได้-เสีย- โลกสวยฯ(36) [22/697]
เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน (โลกสวยฯ 35) [15/636]
เย้ๆ! เอแคลร์สนุกกับการกินผักแล้ว [18/606]
เฟื่องฟ้าของแม่ (โลกสวยฯ 34) [26/2953]
เอแคลร์กะผักผลไม้ [28/992]
เจ้าแม่ถูกปลดแล้ว!! [22/548]
ช่องว่าง (2) [21/572]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ GrandmaNid ]
[ All GrandmaNid diary ]

February 2018
S M T W T F S
1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ