อิตาลีใต้- ตอน 5 อัลเบอโรเบลโล ( Alberobello)

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
 
 
ตอนที่แล้วจบลงที่ความงดงามและมีประโยชน์ของขวดแยมเล็กๆที่วางเป็นวงกลมอย่างสวยงามบนโต๊ะอาหารเช้า ในโรงแรม Sheraton ที่เมือง Bari
 

ย่านำแผนที่แสดงการเดินทางไกลมาให้เห็นชัดๆ เพราะก่อนหน้านั้น เรานั่งรถโค้ชข้ามจาก Amalfi Coast  ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกไปยังเมือง Bari ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตก ห่างกัน 321 กม.

เช้านี้ เราจะนั่งรถโค้ชจากเมือง Bari ไปหมู่บ้านเล็กๆที่ชื่อออกเสียงค่อนข้างยาก ว่า Alberobello ใช้เวลาราวๆชั่วโมงครึ่ง

เนื่องจากต้องเดินทางไกลและใช้เวลานาน บริษัทท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไป จึงมักจะไม่พาลูกทัวร์มาแวะที่นี่

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวอิตาเลี่ยน

ช่วงนี้ ไม่ค่อยเห็นทุ่งหญ้าสีเขียว ที่ย่าเห็นและรู้จัก ส่วนใหญ่เป็นไร่องุ่น

นั่งเพลินๆไปพักใหญ่ ก็เริ่มเห็นบ้านที่มีหลังคาทรงกรวย (หรือ ทรงปิรามิด) อยู่ในไร่เป็นระยะๆ พอให้ตื่นเต้นว่าใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

โชคดีที่ถ่ายภาพวงเวียนโรยหินสีขาวโดดเด่น แปลกตากลางแดดจ้าภาพนี้ ได้โดยภาพไม่ไหวเหมือนอีกหลายๆภาพที่ถ่ายระหว่างรถวิ่งผ่าน

ชอบจัง หลายๆเมืองในอิตาลี จัดที่ให้รถคันใหญ่ จอดอยู่ไกลที่ท่องเที่ยวในแหล่งชุมชน พร้อมทั้งมีห้องน้ำสะอาดๆไว้บริการด้วย (คนละ 50 เซนต์) ห้องน้ำส่วนใหญ่อยู่ชั้นล่าง

บ้านเรือนบริเวณใกล้ที่จอดรถ เป็นรูปทรงสมัยใหม่ ที่น่าสังเกต คือ ผนังด้านนอกของทุกหลังเป็นสีขาวสะอาดตา

บริเวณที่เราจะไปชม ต้องนั่งรถเล็ก หรือ เดินไปตามลูกศร ที่ชี้ทางไป Zona monumental a trulli  ซึ่งผู้สูงวัยเช่นเรา ย่อมเลือกไปทางรถอยู่แล้ว ใช้เวลายืนรอ 5 นาที นั่งในรถ 5 นาที

เช้านี้ เราจะไปชม หมู่บ้าน Trulli ซึ่งอยู่ในเมือง Alberobello

Trulli มาจากภาษากรีก แปลว่า dome ส่วน Alberobello แปลว่า ต้นไม้สวย เพราะสมัยโบราณแถบนี้เต็มไปด้วยป่าต้นโอ๊คที่สวยงาม
 

หมู่บ้าน Trulli ได้รับการประกาศจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี 1996  เพราะ มีบ้านลักษณะโดดเด่นรูปแบบเดียวกันที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่14 รวมอยู่ในที่เดียวกันในลักษณะหมู่บ้านได้จนถึงปัจจุบัน

ขณะนี้มีบ้านแบบนี้รวมอยู่ในที่เดียวกัน เหลืออยู่ประมาณ 1,600 หลัง ส่วนในที่อื่นๆก็บ้าง แต่อยู่กระจัดกระจายกัน

เหมือนทุกแห่ง เราต้องจ้างไก๊ด์ท้องถิ่นตามระเบียบ ไก๊ด์คนนี้หน้าตาดี หุ่น six pack

เรายืนฟังไก๊ด์ที่ลานกว้างบนเนิน คงเป็นที่ที่ทางการจัดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวของหมู่บ้าน Trulli ในภาพรวมได้เต็มตา

เขาเล่าประวัติให้ฟังว่า บ้านหลังคาทรงปิรามิดที่เรียกกันว่า Trullo นี้มีการสร้างกันมานานแล้ว (บ้านหลังเดียวมีหลังคาเดียวเรียกว่า Trullo แต่บ้านหลังเดียวกัน มีหลายหลังคา เรียกว่า Trulli )  แต่ที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนก็ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 (ราวๆ 700 ปีมาแล้ว)

เดิมเป็นการสร้างโดยใช้แผ่นหินปูน (limestone) ซึ่งมีมากในแถบนี้วางซ้อนๆกันเท่านั้น (drywall construction) โดยไม่มีการยาปูนขาว (mortarless)  และเป็นที่อยู่ของผู้ทำไร่ทำนาผู้ยากไร้

ปัจจุบันมีการดัดแปลง Trullo หลายแห่งเป็น ภัตตาคาร ร้านค้า รวมถึงที่พักแรม อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีหลายแห่งที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวเมืองเช่นกัน

บังเอิญย่าได้ภาพถ่ายของบ้านเก่าบริเวณนี้ เมื่อปี 1936 จากป้ายคำอธิบายของทางการระหว่างที่เดินชมเมือง จึงขอแทรกภาพไว้ตรงนี้ด้วย

เล่าสั้นๆ แล้วก็เปิดโอกาสให้ถ่ายภาพบ้านแบบ Trullo,Trulli ยุคใหม่และเก่ากันอย่างสนุกสนาน

จะเห็นได้ว่าหลังคาออกแนวแตกต่างไปจากเดิมบ้าง และมีหลายแบบมากขึ้น แต่ส่วนที่ยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือ ผนังด้านนอกของทุกหลัง ยังฉาบปูนสีขาวสะอาดตา จนย่าอยากจะเรียกแบบไทยๆว่า หมู่บ้านสีขาว

ซูมมาให้เห็นภาพชัดๆ จากมุมมองบนที่สูง

ตัวอย่างการเรียงและซ้อนแผ่นหินปูนส่วนที่เป็นหลังคา

ตัวอย่างการเรียงและซ้อนหินส่วนที่เป็นผนัง

ประตูบ้านใช้ไม้ และอาจตกแต่งโดยใช้ผ้าสีขาวสวย

หลังนี้ หินยังดูใหม่มาก คงเพิ่งปรับปรุง แต่ประตูเป็นไม้ธรรมดาไม่มีการตกแต่ง

ส่วนยอดของหลังคาแบบต่างๆ ไก๊ด์ให้ข้อมูลว่า สมัยก่อน ยังไม่มีเลขที่บ้าน ชาวบ้านจะสร้างยอดหลังคาแตกต่างกันไป เพื่อเป็นที่สังเกต

ขณะที่พวกเรากำลังอยากรู้อยากเห็นว่า ภายในบ้านจะมีหน้าตาอย่างไร ไก๊ด์ก็พามาถึงบ้านที่เตรียมไว้ให้เราเข้าชมพอดี

ตามข้อมูลที่อ่านมา บอกว่าบ้านหลังใหญ่นิยมทำยอดหลังคาเป็นรูปแบบต่างๆ  แต่บ้านหลังนี้ไม่มียอดหลังคาสวยๆ แสดงว่า คงไม่ใช่บ้านขนาดใหญ่นัก

อย่างไรก็ตาม บ้านหลังนี้มีหลังคาทรงปิรามิด 2 อันในหลังเดียวกันมีประตู 2 ประตู เข้าทางหนึ่งแล้วก็เดินทะลุออกอีกทางหนึ่งได้  เนื้อที่ใช้สอยคงจะไม่จิ๊บจ๊อยเกินไปนัก

สิ่งแรกในบ้าน ที่สะดุดตาย่า คือ ถาดอินทผาลัม

เป็นตามคาด พอ เราเข้ามากันครบ เจ้าของบ้าน ก็ถือถาดวนไปให้ทุกคนหยิบทาน

ย่าแอบเห็นว่า ไม่มีใครปฎิเสธเลย หวานอร่อยมากๆ แต่เขาไม่ยักกะมีน้ำเย็นๆ ต้อนรับแขกเหมือนธรรมเนียมบ้านเราแฮะ..ยังพอไหว เพราะถาดขนาดนี้ได้กินแค่คนละชิ้นพอดีๆ

ภายในบ้าน ส่วนกลางจะเป็นโต๊ะอาหาร ซึ่งเป็นไปตามรูปแบบเดิม

มุมหนึ่งจะเป็นเตียงนอน พร้อมห้องน้ำในตัว ส่วนนี้เป็นการประยุกต์แล้ว เพราะเดิม ห้องน้ำจะอยู่นอกบ้าน

มองไปข้างบน เป็นด้านในของหลังคาทรงปิรามิด ที่สมัยนี้ใช้ปูนขาวยา  เป็นบ้านที่อยู่ได้อย่างถาวร เจ้าของบ้านบอกว่า บ้านหลังนี้มีอายุ 600 ปีแล้ว....แต่ก็คงจะมีการบูรณะปรับปรุงกันเป็นระยะๆ

สมัยก่อน บ้านแบบนี้ สร้างเพื่อพร้อมที่จะรื้อถอนได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อเลี่ยงการจ่ายภาษีบ้าน เพราะทางการมีกฎหมายให้เก็บภาษีบ้านที่ปลูกสร้างใหม่ เจ้าของที่ดินจึงให้ชาวไร่ชาวนา ปลูกบ้านที่พร้อมจะสูญหายไปจากสายตาได้อย่างไร้ร่องรอย ก่อนที่นายภาษีอากรเดินทางมาถึง

ที่ระลึกในการเข้าเยี่ยมชมบ้าน เจ้าของ คือ ชายสูงวัยเสื้อสีเทาที่มีเคราค่ะ

นี่เป็นส่วนต่อเนื่องจากห้องกลาง ด้านตรงกันข้ามกับเตียงนอน  เป็น ส่วนที่ใช้จัดเตรียมอาหาร ซักล้างและอื่นๆ

ย่าเลือกถ่ายมาเฉพาะส่วนที่ใช้สอยอื่นๆและน่ารักน่าเอ็นดูกล่องนี้ เท่านั้น เพราะทั้งเตาแก็ส เครื่องซักผ้า ไม่มีอะไรแปลกตาน่าชม

อนุสาวรีย์เล็กๆกลางเมือง

ที่นั่งพักของชาวเมืองใต้ร่มไม้ใหญ่ อยู่ถัดจากอนุสาวรีย์

อาคารนี้ เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการเริ่มต้น เปลี่ยนแปลงรูปแบบของบ้าน เป็นรูปแบบใหม่ เนื่องจากในปี 1797 ที่มีการสร้างบ้านหลังนี้ เป็นปีที่ยกเลิกกฎดั้งเดิมพอดี ส่งผลให้เมือง Alberobello มิได้เป็นสมบัติของตระกูลใดตระกูลหนึ่งอีกต่อไป และมีสถานะเป็นสมบัติของแผ่นดิน

ป้ายติดที่อาคารให้ข้อมูลว่า บ้านนี้เป็นของ Francesco D’Amore มิได้สร้างเป็นแบบ Trullo เหมือนในอดีตเป็นบ้านที่สร้างจากปูน มีบันไดและมีระเบียงเล็กๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ของอิสระภาพที่เมืองนี้ได้รับจากพระมหากษัตริย์ของ Naplesในปี1797

หลังจากนั้นเป็นต้นมา การสร้างบ้านแบบ Trullo ก็เริ่มลดน้อยลงๆ

ปัจจุบันอาคารนี้ใช้เป็นสำนักงานการท่องเที่ยว

ที่อาคารนี้มีการแสดงนิทรรศการภาพวาด รวมทั้งจำหน่ายภาพและของที่ระลึกด้วย

ย่าได้รับรูปนี้ซึ่งด้านหลังมีลายเซ็นของศิลปิน จากเจ้าหน้าที่ที่ขายของที่ระลึกของสำนักงานการท่องเที่ยว เนื่องจากพวกเราซื้อ magnet ติดตู้เย็นของเขาหลายชิ้นจนเกือบหมดร้าน  ย่ามาสมทบทีหลังจึงได้เพียงอันเดียว พยายามถามว่ามีอีกมั้ยๆ เธอก็บอกว่าหมดแล้ว แต่คงเห็นว่าย่าสนใจมากและทำท่าเสียใจที่ของหมด จึงหยิบรูปนี้ใส่ถุงเป็นของแถมให้ซ้ำยังทำท่ากระซิบกระซาบไม่ให้บอกคนอื่น...ทำเอาย่าเป็นปลื้ม!!

ร้านนี้มี Trullo จำลองมากมาย แต่ย่าได้รูปของจริง และรูปวาดแล้ว จึงสนใจน้อยลง

ตอนนี้เรากำลังลงเนินเพื่อไปที่อื่น มีบันไดซอยถี่ๆ ช่วยให้ไม่รู้สึกเหนื่อย ทั้งๆที่ระยะทางยาวไกลพอสมควร

รูปสวยหวานชวนฝันราวกับนางพรายน้ำรูปนี้ ตั้งโชว์ในร้านขายงานศิลป์ ระหว่างที่เราเดินชมเมืองช่วงแรก ย่าชอบมากจึงแอบถ่ายมาเป็นที่ระลึก
 

เดินไปแวะไปอย่างสบายๆ แต่ต้องพยายามไม่ให้หลงจากกลุ่ม ในที่สุดเราก็มาโผล่ที่ถนนใหญ่ ซึ่งช่วยดึงเราออกมาสู่โลกยุคปัจจุบันอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นเราก็เลี้ยวเข้ามาสู่โลกของบ้านแบบ Trullo อีกครั้งหนึ่ง แถบนี้ผู้คนคึกคักกว่าช่วงแรก เพราะอยู่ใกล้ศูนย์กลางของการขายของที่ระลึก

มีคนนั่งวาดรูปบนกำแพงด้วย ท่าทางน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่าคนพื้นเมือง

วิญญาณนักช้อปเริ่มสิงสู่ย่าแล้ว เพราะไก๊ด์ให้เวลาอิสระตามอัธยาศัยเกือบชั่วโมง

ปู่ถ่ายรูปแถวๆนั้น รอๆย่าพักนึง แต่ย่าไม่หันมามองเลย พอเห็นว่าหมดหวังแน่ๆแล้ว ปู่จึงเริ่มเดินถ่ายรูปคนเดียว ออกไปไกลจากกลุ่มในที่ที่ไม่มีใครในกลุ่มเราเดินไปถึง แล้วปู่ก็ได้ถ่ายเฉพาะรูปสถานที่สวยๆมากมายสมใจ

รูปต่อจากนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของรูปถ่ายตามอัธยาศัยของปู่ ย่าคัดมาฝากเพียงนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง

ในภาพนี้เป็นเด็กๆที่ครูพามาชม Trulli ทุกคนใส่หมวกสีแดงจ้า ให้ตามตัวได้ง่าย
 

สามภาพบนแสดงว่าหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้มี Bar และ Pub สวยๆหลายแห่ง แทรกอยู่ตามถนนสายต่างๆ
มีคนบอกว่า หมู่บ้าน Trulli นี้ ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงก็เดินได้ทั่วแล้ว....ย่าก็อยู่ที่นั่นราวๆสองชั่วโมง แต่ไม่แน่ใจว่าเดินทั่วรึยัง เพราะโดยภาพรวมมันเหมือนกันไปโม้ด ต้องค่อยๆสังเกตจึงจะเห็นความแตกต่าง
 

 
 

นี่เป็นโบสถ์แบบ Trulli ซึ่งมีเพียงแห่งเดียว ปู่บอกว่ามีผู้คนมากมายอยู่ในโบสถ์ จึงไม่ได้เข้าไปถ่ายรูปข้างใน

ปู่ถ่ายรูปหลังคาที่มีการตกแต่งสวยงามทำนองนี้มาหลายรูป อ่านจากเน็ตทราบว่า มีการสันนิษฐานกันว่า รูปกลมๆหมายถึงพระอาทิตย์ และยังมีอีกหลายรูปที่เกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาล แต่ก็ไม่มีมีใครระบุถึงรายละเอียดและที่มาเกี่ยวกับการเขียนรูปเช่นนี้ไว้บนหลังคาได้อย่างชัดเจน

บ้านหลายหลัง ประดับปล่องไฟด้วยแผ่นโลหะเท่ๆ รูปนี้เป็นฝีมือของปู่กะย่า เดาได้ไหมว่าใครถ่ายภาพไหน

ในที่สุดปู่ก็เดินกลับมาสมทบกับกลุ่ม ซึ่งวนเวียนกันอยู่ไม่ไกลจากร้านขายของที่ระลึก ส่วนย่าก็เสร็จจากภารกิจช้อบปิ้งพอดี จึงได้เป็นนางแบบหน้ากล้องอีกครั้งหนึ่ง

ย่าซื้อของจากร้านของหนุ่มแว่นดำคนนี้ ประทับใจมาก เพราะย่าเพลินกับการเลือกของใหม่ จนลืมของเก่า..วางรูปวาดที่เพิ่งได้ฟรี ทิ้งไว้ในร้านของเขา เขาเลยฝากพี่กลุ่มเดียวกันมาคืนให้

ใกล้ถึงเวลานัดหมาย พวกเราจึงมานั่งรวมกลุ่มกันมากขึ้น

ปู่บอกว่าดอกไม้ประดับหน้าต่างคู่นี้สวยดี จึงขอให้ย่ามายืนเป็นนางแบบประดับดอกไม้

เราตื่นเต้นกันมากที่เห็นป้ายคำว่า Trullo Siamese ที่อาคารหลังนี้

ถามไก๊ด์ได้ความว่า  เขาเรียกเช่นนี้เพราะอาคารนี้มีหลังคาติดกันแบบฝาแฝดอินจันแห่งเมืองไทยเท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นเพราะมีสินค้าจากเมืองไทยมาจำหน่ายที่นี่

ถึงจะไม่ใช่ร้านขายของที่ระลึกที่มาจากสยามประเทศเหมือนที่ย่าเดา แต่ก็ขอถ่ายรูปคู่กะอาคารไว้ก่อนก็แล้วกัน

มื้อกลางวันที่ร้านแบบ Trullo  ออกจะแออัด แต่ได้บรรยากาศดั้งเดิม ดี

อาหารกลางวันมื้ออร่อยแบบอินเตอร์ จานหลักเป็นไปตามที่แต่ละคนสั่ง แต่สเต๊กเนื้อมีผู้คนสั่งกันมากกว่าอย่างอื่น

ขนมหวานกับไอศกรีม ให้กินรวมกัน..คนละคำ ....หวานนนเย็น ชื่นใจ

เกือบจะลืมถ่ายรูปคู่กันซะแล้ว...ตรงนี้ คือ ร้านอาหารกลางวัน

 

ย่าชอบรูปนี้ที่เพื่อนถ่ายให้ ดูเหมือนหนุ่มสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน ต้องยืนห่างๆกัน

 
...ได้เวลาออกจาก Alberobello แล้ว
 

บ๊ายบาย ยามบ่าย....เรากำลังจะเดินทางไปค้างคืนที่ Naples กันค่ะ

……………………..    



Edited by GrandmaNid - 24 Jun 2013 at 14:56

Post Options Edit Diary   Quote GrandmaNid Quote wrote: 21 Jun 2013 at 22:39

patjang View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Feb 2010
Posts: 1205
Post Options Edit Comment   Quote patjang Quote Direct Link To This Post Posted: 24 Jun 2013 at 16:20 - IP: 119.63.93.XXX
ไดตอนนี้คุณปู่ถ่ายรูปสีท้องฟ้าได้ฟ้ามากๆ เลยค่ะ .. สบายตาดีจิง

รูปประดับบนหลังคาบ้านสีท้องฟ้าสดใสฝีมือของคุณปู่  ... ส่วนไก่สีแดงนี่ฝีมือคุณย่า ...ถูกมั๊ยคะ ^^

ปล.เวลาคุณปู่กับคุณย่าถ่ายรูปคู่กันทีไร .. มักจะเป็นคุณย่าที่คอยโอบมากกว่าคุณปู่นะคะ  อิอิ
Back to Top
GrandmaNid View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 31 Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 2372
Post Options Edit Comment   Quote GrandmaNid Quote Direct Link To This Post Posted: 24 Jun 2013 at 21:33 - IP: 101.108.21.XXX
Avatarถูกต้องแล้ว ไก่ฝีมือย่าเองแหล่ะ... 55 หนูภัทช่างสังเกตจัง หลังแต่งมาแล้วเกือบ 40 ปี ก็ต้องยึดกันไว้หน่อย.กลัวหายไปกะสายลมแสงแดด จ้ะ
ย่านิด
Back to Top
TonMonNonMai View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 24 Feb 2010
Posts: 2678
Post Options Edit Comment   Quote TonMonNonMai Quote Direct Link To This Post Posted: 26 Jun 2013 at 09:45 - IP: 101.109.249.XXX
หมู่บ้านสีขาวสวยสะอาดมากค่ะ เห็นแล้วอยากไปดูของจริงบ้างจัง ชอบหลังคาที่มองจากด้านนอกดูเหมือนเค้าเอาหินมาซ้อนๆ กันเห็นแล้วกลัวมันหล่นจังแต่พอดูจากข้างในก็ดูเหนียวแน่นแข็งแรงดี ยังงงๆ อยู่ว่าเวลาเค้ารื้อหนีเรื่องภาษีบ้านจะรื้อกันยังไงนะคะ ^^

แฝดสยามของเราโด่งดังไปทั่วโลกจริงๆ เห็นแล้วปลื้มใจจังค่ะ

รูปสวยๆ ทั้งนั้นเลย ตึกขาวๆ สีตัดกับท้องฟ้ายิ่งสวยเข้าไปใหญ่

รอติดตามตอนต่อไปนะคะคุณย่า ^^

ป.ล. ว่าจะทายรูปแต่คุณย่าเฉลยไปแล้ว แอบกระซิบว่าถึงทายก็ผิดแหละค่ะ 555 ><


Edited by TonMonNonMai - 26 Jun 2013 at 09:47
Back to Top
GrandmaNid View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 31 Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 2372
Post Options Edit Comment   Quote GrandmaNid Quote Direct Link To This Post Posted: 27 Jun 2013 at 21:26 - IP: 101.108.2.XXX
Avatar-ขอบคุณค่ะ คุณอุ้มอ่านละเอียดและช่างคิดช่างสังเกตจัง เรื่องหลังคา ย่าลืมเน้นให้ชัดอีกทีนึงค่ะ คือ เมื่อก่อนเขาแค่เรัยงหินซ้อนๆกันให้พออยู่ได้เท่านั้น ไม่มีการยาปูนขาวข้างในเลยค่ะ จึงรื้อได้ง่ายๆ....แอบได้ยินแล้วค่ะว่ามีคนทายผิดด้วย ดีใจจัง แสดงว่าบางทีฟลุ๊คๆฝีมือย่าก็พอสู้ปู่ได้เหมือนกัลล...
ย่านิด
Back to Top
OHMEEAIA View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 07 Nov 2012
Posts: 229
Post Options Edit Comment   Quote OHMEEAIA Quote Direct Link To This Post Posted: 29 Jun 2013 at 21:52 - IP: 27.130.109.XXX

 หมีทึ่งการวางหิน เรียงซ้อนกัน (หรือเพราะหมีเรียนวิศวะก็เป็นได้ครับ ชอบครับ น่าสนใจมากครับ)

 หมีอยากทานมื้อกลางวันด้วยครับ น่าทานมากครับ คุณย่า

 หมีดีใจกับคุณย่ากับรูปภาพพร้อมลายเซ็นพิเศษที่คุณย่าได้รับมากครับคุณย่า

 ภาพคู่ของคุณปู่คุณย่าที่ยืนห่างกันน่ารักมากครับ

 สุดท้ายนี้ Mee ขอบพระคุณคุณย่าที่ทำไดอารี่สวยๆให้ได้อ่านและตามเที่ยวต่อนะครับ ขอให้คุณย่ามีความสุขมากๆนะครับ  
Back to Top
GrandmaNid View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 31 Jan 2011
Location: Bangkok
Posts: 2372
Post Options Edit Comment   Quote GrandmaNid Quote Direct Link To This Post Posted: 30 Jun 2013 at 17:27 - IP: 101.108.209.XXX
Avatarขอบคุณค่ะ ย่าก็ทึ่งกับการสร้างบ้านหินค่ะ แต่พอเข้าไปในบ้านจริงๆแล้วรู้สึกอึดอัดค่ะ อาจจะเป็นเพราะเนื้อที่ค่อนข้างคับแคบ หรือไม่โปร่งเหมือนบ้านเราก็ได้..55 ย่าก็ชอบรูปนี้ อยู่ห่างกันก็รู้สึกอบอุ่นได้นะคะ
ย่านิด
Back to Top
DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : GrandmaNid
ธุดงค์ญี่ปุ่น กับ คู่บารมีของท่านมิตซูโอะ(ตอนจบ) [5/1303]
ธุดงค์ญี่ปุ่น กับ คู่บารมีของท่านมิตซูโอะ(3) [0/2328]
ธุดงค์ญี่ปุ่นกับคู่บารมีของท่านมิตซูโอะ(2) [0/542]
ธุดงค์ญี่ปุ่น กับ คู่บารมีของท่านมิตซูโอะ(1) [2/1076]
อิตาลีใต้- ตอน7-ตอนจบ- โรม (Rome) [9/1656]
อิตาลีใต้ – ตอน6 ซิซิลี (Sicily) [5/2796]
อิตาลีใต้- ตอน 5 อัลเบอโรเบลโล ( Alberobello) [6/1472]
อิตาลีใต้- ตอน 4 อมาลฟี่โคสท์ (Amalfi Coast) [8/3034]
อิตาลีใต้- ตอน 3 เกาะคาปรี ( Capri ) [22/3267]
อิตาลีใต้ - ตอน 2 :ซอเรนโต้ ( Sorrento) [15/3342]
อิตาลีใต้- ตอน 1. ปอมเปอี (Pompei) [15/2414]
ไปพิพิธภัณฑ์บัวครั้งที่ 2 (แก่แล้วฯ25) [11/3215]
เดินไปมาใน Hotel de la Paix (แก่แล้วฯ24) [17/2113]
เต่าทะเล..หนังสือฟรีที่ตรงใจ ( แก่แล้วฯ23) [8/2821]
ปฏิบัติการฟื้นความจำ (แก่แล้วฯ 22 ) [15/942]
วันแห่งความรัก ( แก่แล้วทำอะไร 21) [22/893]
เล่นกับบัว (แก่แล้วฯ20) [22/2071]
ภาพถูกใจในงาน”ควงกล้องท่องโลก” (แก่แล้วฯ19) [14/963]
ตราด – นานแค่ไหนก็ไม่เคยลืม (แก่แล้วฯ18) [22/1446]
ความสุขที่ดาษดา (แก่แล้วฯ17) [20/2234]
ช่วงนี้มีอะไรใน Diarylove (แก่แล้วฯ16) [13/856]
ปีใหม่ อยากใช้ dihead ใหม่ [16/909]
เที่ยวเมียนมาร์แบบคนสูงวัย ตอนจบ [13/1439]
เที่ยวเมียนมาร์แบบคนสูงวัย- 3. มัณฑเลย์ [17/2660]
เที่ยวเมียนมาร์แบบคนสูงวัย – 2. อินเล [13/2704]
เที่ยวเมียนมาร์แบบคนสูงวัย - 1.ย่างกุ้ง [18/3163]
หัดเดินจงกรม ตอน 2-จบ ( แก่แล้วทำอะไร14) [13/854]
หัดเดินจงกรม ตอนที่1 (แก่แล้วทำอะไร14) [14/920]
The Idol ( แก่แล้วทำอะไร 13) [26/986]
ทำไม ทำไม ทำไม (แก่แล้วฯ 12) [17/845]
หมอดู - (แก่แล้วทำอะไร 11) [19/907]
ตับอักเสบเฉียบพลัน (ตอนจบ) [29/2389]
ตับอักเสบเฉียบพลัน (Acute Hepatitis) ตอนที่ 1 [16/4479]
เพชรบุรี...ไปกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ- (แก่แล้วฯ 9) [17/4117]
ผ้าที่รักกับพิพิธภัณฑ์ผ้า (แก่แล้วฯ 8) [17/7204]
เรื่องโจ๊กๆ - แก่แล้วทำอะไร7 [14/885]
เที่ยวภูฏาน ตอนที่ 4 – ปูนาคา (Punaka) [15/2218]
เที่ยวภูฏาน ตอน 3-ทิมพู (Thimpu) [14/1537]
เที่ยวภูฏาน ตอน 2 – เมืองปาโร( Paro) [18/2025]
เที่ยวภูฏาน ตอน 1- ภาพรวมของภูฏาน (แก่แล้วฯ 6) [19/3007]
เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร-แก่แล้วฯ 5 [18/6151]
ยาพระบอก (แก่แล้วทำอะไร 4) [12/606]
เริ่มจากช็อกโกแลตขาว..ลากไปย้าวยาว (แก่แล้วฯ 3) [19/7062]
เอแคลร์ครบสี่ขวบ [20/993]
เนเธอร์แลนด์แดนในฝัน 1/2 (แก่แล้วทำอะไรฯ 2) [37/6278]
ครั้งหนึ่งในชีวิต (แก่แล้วทำอะไร 1) [17/1214]
Cars Fever [25/789]
ไปทุ่งพระเมรุ (โลกสวยฯ62) [17/2457]
เดินผ่านวัดโพธิ์ (โลกสวยฯ61) [21/3765]
ชื่อปทุมธานีเพราะมีบัว (โลกสวยฯ60) [19/8442]
มหัศจรรย์นิทานดนตรี [30/979]
ย่ากับ DL, FB และ DC (โลกสวยฯ 59) [44/959]
น่าน..น้าน..นาน- ตอนจบ – ดอยเสมอดาวกับเสาดิน [20/1939]
น่าน..น้าน..นาน- ตอน 4 -ชมชมพูภูคาและบ่อเกลือ [12/2845]
น่าน..น้าน..นาน - ตอน3 - ชงกันสบายๆ [11/6035]
น่าน..น้าน..นาน - ตอน 2 - เสียงกระซิบจากปู่ย่า [12/2478]
น่าน..น้าน..นาน - ตอน 1 - ถนนสำหรับมืออาชีพ [24/5335]
เที่ยวงานราชพฤกษ์ ๒๕๕๔ แบบคนแก่ ( โลกสวยฯ56) [23/4480]
เขาค้อ+ภูทับเบิก (โลกสวยฯ 55) [21/6246]
ความสุขของปู่ [30/790]
เจ็ดเดือนของนักเรียนชั้นอนุบาลหนึ่ง [39/2502]
แมวบ้านเรา - โลกสวยฯ(54) [23/1452]
ไปฝรั่งเศสใต้กับสเปน ตอนที่ 4 (ตอนจบ) [27/1335]
ไปฝรั่งเศสใต้กับสเปน ตอนที่ 3 [21/3017]
ไปฝรั่งเศสใต้กับสเปน..ตอนที่2 [15/2105]
ไปฝรั่งเศสใต้และสเปน ตอนที่ 1- โลกสวยฯ(53) [23/2537]
ใส่สลักปาก - โลกสวยฯ52 [19/560]
ขอบคุณค่ะ..เด็กดื้อ (โลกสวยฯ51) [24/1692]
อัญเชิญพระพุทธรูปทองคำมาช่วย( โลกสวยฯ50) [24/1137]
ความปรารถนาของแม่ - (โลกสวยฯ 49) [24/3553]
ได้เวลาร่าเริง (โลกสวยฯ 47) [25/2400]
เรื่องของน้องเหมียวไร้เจ้าของ- โลกสวยฯ(47) [21/780]
กระทบไหล่คนดัง (โลกสวยฯ 46) [25/775]
มีแต่ข่าวติดลบ [29/670]
พระมาช้า (สวนโมกข์ฯ1) [19/635]
รวมเล่มรวมรักไว้ให้เอแคลร์ [52/1242]
ครบรอบปีไปนอนโรงพยาบาลอีกแล้ว [36/807]
พุทธทาสกับสติอย่างหยาบๆเลวๆ- โลกสวยฯ(44) [20/1997]
พร้อมสู่โลกกว้าง [21/1335]
ก่อนถึงวันเปิดเทอมจริง [33/3048]
หัวหินครั้งที่สองของเอแคลร์ [32/1393]
สัตว์ไม่ได้เลี้ยง – (โลกสวยฯ 43) [25/2232]
สสว.ทัวร์อ่างทอง -(โลกสวยฯ 42) [34/1486]
เอแคลร์ไปโรงเรียน [32/746]
นิทานนก - โลกสวยฯ (40) [33/1148]
ย่ากับ DL และ FB - โลกสวยฯ (40) [49/2004]
ถ้ารู้ธรรมะพระพุทธเจ้าอาตมาคงไม่ติดคุก-โลกสวยฯ39 [18/1118]
อาจารย์เหม่ง [23/1470]
วันสบายๆของเอแคลร์ [23/787]
อยู่คู่กันมา 36 ปีเพราะอะไร (โลกสวยฯ38-ตอนที่ 2) [26/743]
อยู่คู่กันมา 36 ปีเพราะอะไร (โลกสวยฯ 38- ตอนที่1) [19/714]
ครบ 36 ปี...ได้ไปที่ชอบ+ชอบ-โลกสวยฯ37 [30/1389]
ทริปนี้มีได้-เสีย- โลกสวยฯ(36) [22/697]
เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน (โลกสวยฯ 35) [15/636]
เย้ๆ! เอแคลร์สนุกกับการกินผักแล้ว [18/606]
เฟื่องฟ้าของแม่ (โลกสวยฯ 34) [26/2953]
เอแคลร์กะผักผลไม้ [28/992]
เจ้าแม่ถูกปลดแล้ว!! [22/548]
ช่องว่าง (2) [21/572]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ GrandmaNid ]
[ All GrandmaNid diary ]

February 2018
S M T W T F S
1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ