กล่องกระดาษของพ่อ

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
มีพ่อ ลูกคู่หนึ่งอาศัยอยู่ ที่ชายป่า พ่อมีอาชีพปลูกผักและเก็บไปขายในเมือง ส่วนลูกชายอายุ 10 ขวบมีหน้าที่สำคัญคือไปโรงเรียนและตั้งใจศึกษาหาความรู้ลูกชาย ของคนปลูกผักเป็นเด็ก เรียนดีมีมารยาท เป็นที่รักใคร่ของครูบาอาจารย์และผู้ใหญ่ที่พบเห็น แต่มาในระยะหลัง ผู้เป็นพ่อสังเกตเห็นว่า ลูกมักจะกลับมาบ้าน ด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง เหมือนมีเรื่องขุ่น มัวในใจ จึงเรียกเข้ามาคุยด้วยในเย็นวันหนึ่ง
 
 
ลูกรัก ระยะหลังมานี้พ่อ รู้สึกว่าลูกไม่ค่อย มีความสุขนัก หน้าตาของลูกบึ้งตึงไม่ชวนมอง โดยเฉพาะเวลาที่กลับ จากโรงเรียน มีอะไรเกิดขึ้นกับลูก บอกความจริงกับพ่อมา เถิด
 
 
ลูกชาย ไม่คิดปิดบังพ่อของ เขาอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาเขาเห็นว่า พ่อเหนื่อยเพราะทำงาน หนัก จึงไม่อยากรบกวนให้ต้องมากังวลด้วยเรื่องของตนอีก แต่เมื่อพ่อเอ่ยปาก ถามมาเช่นนี้ เขาก็จำเป็นต้องพูดความจริงออกไป
 
 
ที่ห้องของผมมีนักเรียน ย้ายมาใหม่ครับเขาเป็นลูกคนมีเงินแต่ชอบดูถูกคนและมักรังแกเพื่อนที่อ่อนแอกว่าเสมอ เมื่อเขาเห็นว่าผมสอบ ได้คะแนนดีและได้รับคำชมจากครูบ่อยๆเขาก็มักพูดจาถากถาง และคอยกลั่นแกล้งผม อยู่ตลอดเวลาลูกชายระบายให้พ่อของเขาฟังอย่างคับแค้นใจ แล้ว ลูกทำอย่างไรเมื่อโดนเขาแกล้ง ผู้เป็นพ่อถามต่อ ตัวผม พยายามไม่สนใจ แต่เขาก็ไม่ยอมลดละ แต่ผมคิดว่าผมคงทนเขาไปได้อีกไม่นานหรอกครับพ่อ สักวันผมจะต่อยเขา เอาให้เลือดของเขาไหลออกมาล้างปากเสีย ๆ ของเขาบ้าง

 
พูดจบ ผู้เป็นลูกก็ตกใจวูบขึ้นมาทันที เพราะนึกได้ว่าตนเองเผลอใช้คำพูดที่รุนแรงออกไป เขาเหลือบมองหน้าพ่อ คิดว่าพ่อจะต้องโกรธ มากแน่ ๆ เพราะพ่อสอนเขาให้เป็นผู้ชายที่สุภาพบุรุษ ไม่ทำตัวเกกมะเหรก เกเร หาเรื่องชกต่อยกับใครทว่า พ่อของเขากลับไม่ได้พูดหรือแสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา ลูกชายชั่งใจดูท่าทีของพ่ออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อว่า
 
 
ผมรู้ ว่าพ่อไม่ชอบให้ผม ก้าวร้าว แต่ผมทนไม่ไหวแล้วครับ ผมอยากให้ไอ้คนที่ทำ กับผมรู้จักความเจ็บ ปวดและอับอายบ้าง มันจะได้รู้ว่าคนอื่นรู้สึกอย่างไรเวลาที่ถูกกลั่นแกล้ง ผู้เป็นพ่อมองหน้าลูกชายแล้ว ยิ้มน้อย ๆ เขาบอกแก่ลูกด้วยเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันเลยว่า อีกสามวันจะเป็นวันเกิดครบ สิบเอ็ดขวบของลูก ตัวพ่อเองก็ยากจน ไม่เคยให้ของขวัญอะไรลูกเลย แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่ พ่อจะให้ของขวัญแก่ลูก
 
ลูกชาย รู้สึกงุนงงที่จู่ ๆ พ่อก็พูดเรื่องนี้ ขึ้นมา อย่างไรก็ตามเขารู้สึกดีใจมาก และเฝ้านับวันรอให้ วันเกิดในอีกสามวันมา ถึงเร็วๆ ครั้น เมื่อถึงวันเกิดของ ลูกชาย คนปลูกผักก็นำของขวัญมามอบให้แก่ลูกชายของเขาตามสัญญา เป็นกล่องกระดาษสีขาว และสีดำ ขนาดใหญ่ อย่างละ 1 กล่อง
 
 
พ่อครับ ทำไมต้องให้ของขวัญแก่ผมตั้งสองชิ้นล่ะครับ ถึงผมจะอยากได้ของ ขวัญจากพ่อ แต่แค่ชิ้นเดียวก็น่าจะพอแล้วลูกชายกล่าวด้วยความ เกรงใจ ด้วยรู้ว่าพ่อขายผักแต่ละครั้งได้เงินไม่มากนัก
 
ลูกรักพ่อตั้งใจมอบของขวัญให้ลูกเช่นนี้เองเพราะมันจำเป็นแก่ตัวลูกทั้งสองกล่องจงรับไปจากพ่อเถิด
 
ลูกชาย ก้มลงกราบเท้าพ่อและกล่าวคำขอบคุณอย่าง ซาบซึ้งใจ จากนั้นเขาจึงลงมือแกะเชือกที่ผูกกล่องกระดาษสีขาวออก แต่ก็พบว่า ในกล่องสีขาวนั้น ไม่มีอะไรอยู่เลย
 
 
เขาหันไปมองหน้าพ่อเป็นเชิงคำถาม ลูกลองเปิด กล่องสีดำด้วยสิลูกรัก พ่อของเขากล่าวแทนคำตอบ
 
ลูกชาย รีบแกะเชือกที่ผูกกล่องสีดำออก แต่ในกล่องสีดำก็ไม่มีอะไรเลยเช่นเดียวกับกล่องสีขาว นอกจากรูขนาดใหญ่ที่ถูกเจาะเอาไว้ตรงก้นกล่องเท่านั้น
 
 
พ่อครับ ไม่มีอะไรอยู่เลยนี่ครับ ลูกชายบอกกับพ่อของเขา พ่อลืมใส่ของลงไปหรือเปล่าครับ หรือเพราะว่ากล่อง กระดาษสีดำก้นรั่ว ของที่พ่อใส่ไว้ก็เลยหล่นหายไปโดยที่พ่อไม่รู้ครับ
 
ผู้เป็นพ่อยิ้มอย่างใจดี ก่อนจะเดินไปนั่งข้าง ๆ ลูกชายพร้อมกับบอกว่าพ่อคง ให้ของขวัญแก่ลูกได้ แค่กล่องกระดาษสองใบนี้ แต่ของที่อยู่ข้างใน ลูกต้องเป็นผู้ใส่ มันลงไปเอง
 
 
กล่องกระดาษสีขาวเป็นกล่องแห่งความสุข ต่อไปนี้ เมื่อไรก็ตามที่ลูกได้พบกับสิ่งดี ๆ หรือเรื่องที่ทำให้ลูกมีความสุขขอให้ลูกเขียนมันลงไปในเศษกระดาษและนำมาใส่ไว้ในกล่องสีขาว ส่วนกล่องสีดำคือกล่องแห่งความทุกข์ ไม่ว่าอะไรที่ทำให้ จิตใจของลูกเป็นทุกข์ มัวหมอง ให้ลูกเขียนและนำมาใส่ไว้ในกล่องสีดำ แล้ววันหนึ่ง เราจะมาเปิดกล่องทั้งสองใบนี้ดูด้วยกัน
 
 
แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อ จะต้องให้ทำเช่นนี้ แต่ลูกชายก็ยอมทำตามคำขอของพ่อแต่โดยดี ทุก ๆ วันเขาจะนำเศษกระดาษมากมายที่เขียนเรื่องราวดี ๆ ในชีวิตหย่อนลงไปในกล่องสีขาว และเอาเศษกระดาษอีก มากมายที่เขียนเรื่องราวไม่ดีหย่อนลงไป กล่องสีดำ โดยผู้เป็นพ่อคอยเฝ้ามองการกระทำนี้อยู่เงียบ ๆ
 
สามเดือนผ่านไปเย็นวันหนึ่งลูกชายกลับมาจากโรงเรียนด้วยอารมณ์ที่โกรธ โมโหพลุ่งพล่านมากยิ่งกว่าวันไหน ๆ เขาโยนกระเป๋านักเรียนลงบนเก้าอี้ด้วยความกราดเกรี้ยว และทำท่าจะผลุนผลัน ออกจากบ้านไปอีกครั้ง แต่คนปลูกผักสังเกต เห็นก่อน เขาปราดเข้าไปยุดตัวลูกชายไว้และสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น
 
 
ผมทนไม่ไหวแล้วครับพ่อ ไอ้คนเลวคนนั้นมันดูถูกพวกเรา มันว่าพ่อเป็นแค่คนปลูกผักยากจน มันว่าเราสองคนเป็นคนชั้นต่ำไม่มีเกียรติ แล้วมันยังขโมย หนังสือเรียนของผมไป ทิ้งในถังขยะด้วย ผมจะไปจัดการมัน จะทำให้มันเจ็บและจำไปจนตายเลยที่มันบังอาจมาดูถูกพ่อ คนปลูกผักไม่ได้โกรธตามลูกชาย เขาเพียงแต่ถามลูกว่า วันนี้ลูกเขียน เรื่องสุข และทุกข์ใส่ในกล่องสีขาวและกล่องสีดำหรือยัง

 
ลูกชาย ประกาศเสียงกร้าว ทันทีว่า ผมจะไปจัดการไอ้คนนั้นก่อน ให้มันรู้ว่าเราจะไม่ ยอมให้มันมาดูถูกเรา ได้อีกครับพ่อ
 
 
ลูก ต้องไปเขียนก่อน พ่อบอกเสียงเรียบ เพราะวันนี้เราจะเปิดกล่องนั้นออกดูด้วยกัน
 
ลูกชาย มองหน้าพ่ออย่างฉงน ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อจะต้องให้เปิดกล่องพวกนั้นในเวลานี้ด้วย แต่เขาไม่ใช่เด็กดื้อ จึงยอมข่มอารมณ์โกรธ ลงชั่วคราวแล้วก็ทำตาม ที่พ่อบอก

 
หลังจาก หย่อนกระดาษความสุข ความทุกข์ลงในกล่อง กระดาษสีขาวสีดำเรียบ ร้อยแล้ว ผู้เป็นพ่อจึงบอกให้ลูกชายยกกล่องกระดาษสีขาวมาวางไว้บนโต๊ะหน้าบ้าน

 
โอ้โห แค่สามเดือนที่ผมใส่ เศษกระดาษลงไป ผมไม่คิดเลยว่าจะทำให้กล่องสีขาวหนักได้ขนาดนี้ ลูกชายอุทานอย่างคาด ไม่ถึงผู้เป็น พ่อยิ้ม และบอกว่าทีนี้ลูกไปยกกล่องสีดำมาวางตรงนี้ด้วยสิ พ่อ ผมคิดว่าในกล่องสีดำน่าจะหนักกว่านี้ อีกนะครับ เพราะว่าผมใส่เรื่องไม่ดีของคนที่ชอบแกล้งผมเอาไว้มากทีเดียว

 
แต่ทันทีที่ลูกชายยก กล่องกระดาษสีดำ ขึ้นจากที่ตั้งเดิมของมัน เศษกระดาษมากมายที่เคยอัดแน่นอยู่ภายในก็ร่วงพรูออกมาจากก้นกล่อง บัดนี้ กล่องกระดาษสีดำก็เบาหวิวไร้น้ำหนัก เพราะไม่มีอะไรคงเหลืออยู่ในนั้นแล้ว ลูกชาย หันไปมองหน้าพ่อพ่อครับ ผมลืมไปเสียสนิทเลยครับว่า กล่องใบนี้มีรูอยู่ ด้วย เดี๋ยวผมจะเก็บเศษกระดาษพวกนี้ไปใส่ลงในกล่องใหม่นะครับ
 
 
แต่ผู้เป็นพ่อบอกว่าจะเก็บไปทำไมล่ะลูก ในเมื่อมันร่วงออกมาจากกล่องทั้งหมดแล้ว มันก็ คือขยะ ใส่กลับเข้าไปก็ไม่ได้อะไร ลูกไปเอาไม้กวาด มากวาดมันทิ้งไปให้หมดเถิด ต่อไปนี้กล่องแห่งความทุกข์ของลูกจะได้ว่างเปล่า ไม่มีความขุ่นข้อง หมองใจเหลืออยู่อีก ในขณะที่กล่องแห่งความสุขของลูกจะเต็มไปด้วยความสุขตลอดเวลา

 
อันที่จริงเมื่อลูกบอกพ่อว่า ลูกทนคนที่กลั่นแกล้งทำร้ายลูกไม่ไหวนั้น พ่อก็ไม่เห็นว่าทำไมลูกจะต้องไปทนเขาด้วย เพราะเรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องทนเลย เพียงแค่ลูกไม่เก็บเอาสิ่งแย่ ๆ ที่เขาทำกับลูกมาขังไว้กับตัวเอง ไม่ต้องไปทำความรู้จักมัน ความทุกข์นั้นก็ระรานหัวใจของลูกไม่ได้ ดูในกล่องสีขาวสิ ลูกของพ่อมีความสุขความภูมิใจของลูกตั้งมากมายก็อัดแน่นอยู่ในนั้น ทำไมลูกถึงมองข้ามไป เราควรละทิ้งความทุกข์ทุกอย่างที่ไร้ซึ่งประโยชน์กับชีวิตของลูก แล้วอยู่กับสิ่งที่ทำให้ลูกเป็นสุขไม่ดีกว่าหรือ
 
 
ลูกชาย มองหน้าพ่ออย่าง อัศจรรย์ใจ เขาเพิ่งเข้าใจความหมายของกล่องกระดาษสองใบนั้นอย่างแจ่มชัดในวันนี้เอง ความโกรธขึ้งที่มีต่อ เพื่อนคนนั้นค่อย ๆ จางหาย หัวใจผ่อนคลายไม่บีบรัดเหมือนเมื่อครู่ ความเปลี่ยนแปลงนี้ เกิดขึ้นได้ก็เพราะ กล่องแห่งความทุกข์ ของเขาว่างเปล่าแล้ว นั่นเอง
 
บทสรุปคือ ความจริงคนเรามักจะจดจำเรื่องราวที่ทำให้ตนเองเจ็บปวดได้แม่นยำ และยาวนานกว่าความสุขอีกตั้งมากมาย ที่เราเคยรู้จัก สิ่งที่คนปลูกผักมอบให้เป็นของขวัญแก่ลูกชาย ไม่ใช่แค่กล่องกระดาษสีขาวหรือ สีดำ แต่เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข ด้วยการละทิ้งความ ทุกข์ แล้วทำความรู้จักกับความสุขที่มี ให้มากกว่าเดิม เพียงการให้ที่แสนจะธรรมดาครั้งเดียวนี้ก็ทำให้ลูกของเขารู้จักความสุขไปจน ตลอดชีวิต
 
 
เราอาจจะเลี่ยงคนสกปรก ที่ชอบโยนขยะ และความโสโครกใส่หน้าบ้านเรา ไม่ได้ แต่เราก็เลือกที่จะไม่ก้มลงเก็บมันเข้ามาไว้ในบ้าน และกวาดมันทิ้งไปอย่างไม่แยแสได้ แน่นอนว่าการรับมือกับคนพวกนี้เป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย แต่ถ้าเราทำได้ ต่อไปความสกปรกก็จะหายไปจากหน้าบ้านของเราเองโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลยขอบคุณ นิทานดี ๆ จากหนังสือด้วยรักบันดาล นิทานสีขาวโดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา.

Post Options Edit Diary   Quote บทความดีดี Quote wrote: 13 Aug 2012 at 20:40



DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : บทความดีดี
นิทานธรรมสอนใจ คนเลี้ยงไก่ หลวงพ่อชา [0/532]
นิทานคุณธรรมความโลภเป็นเหตุ [0/568]
อานิสงส์ของการรักษาอุโบสถศีล [1/456]
ได้ดังประสงค์ แต่ก็ไม่สมปรารถนา [1/379]
เกร็ดธรรม โดยพระไพศาลวิสาโล [2/556]
บทสวดมนต์ก่อนนอน [0/1998]
ข้อแตกต่างระหว่าง อนุโมทนา และ โมทนา [1/424]
ชาวนา กับ ลา [1/315]
หนูกับคนกับแมว [0/313]
ชายขายผัก [0/285]
อาหารที่ควรระวัง [1/258]
ตาหรือใจ ที่บอด [1/259]
การออม [0/289]
ทางแห่งความสำเร็จ [1/246]
การหาจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองเพื่อสมัครงาน [0/750]
โรคกรดไหลย้อน [2/370]
สิ่งที่น่าจะทำ (น้อย) แต่ให้ผล (มาก) ในชีวิต [1/248]
มหัศจรรย์ 30 นาทีก่อนนอน [2/482]
พี่สาวและน้องชาย [0/2863]
ดวงจันทร์สองดวง [1/180]
ชายชาวอินเดีย (คนหนึ่ง) [0/169]
ความสุขยิ่งกว่าการให้ หมายถึงอะไร ? [1/198]
นมสดหนึ่งแก้ว [1/202]
ค้างคาว สามตัว [4/161]
เลือกทางไหนดี ??? [0/168]
กับดักหนู [0/230]
จดหมายจากพ่อถึงลูก และ จดหมายจากลูกถึงพ่อ [1/345]
ถ้า...ไม่ลงจากรถ [3/199]
เพราะ..รัก [1/210]
บทความดีดี "แตกต่าง" จากคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย [0/235]
นก วัว แมว [0/175]
ความเชื่อใจ [0/261]
จงแข่งกับสถานการณ์ ไม่ใช่กับตัวบุคคล [1/141]
เรื่องบางเรื่องอาจทำให้คิดได้ด้วยตัวเอง [0/190]
คุณค่าที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง [0/147]
สิ่งมีค่าที่แท้จริง [1/170]
คนสามคน [0/282]
สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ คืออะไร [1/306]
แท้ที่จริงแล้ว [0/170]
เวลา [0/171]
พญานกแขกเต้า [0/227]
ข้าวเปลือกสองหาบ [1/150]
ผลแห่งการให้ทาน [1/175]
วังจื้อเหยิน [0/116]
กล่องกระดาษของพ่อ [0/164]
เสียงเรียกเข้า..เสียงเดียว [1/177]
กอด [0/322]
คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว [1/919]
เป็นคุณ...จะเลือกใคร [2/200]
วีรกรรมสุดยิ่งใหญ่ของคุณแม่คนหนึ่ง [1/144]
คนที่เรามองไม่เห็น [0/131]
ไม้ขีดไฟ [0/160]
ชีวิตของคนเราอยู่ได้แค่ลมหายใจเข้าออกเท่านั้นเอง [0/205]
เรื่องของ...ส้ม 9 ลูก [0/169]
ความในใจของผู้ชายคนหนึ่ง [2/285]
ริบบิ้นสีฟ้า (มีความรู้สึกดีๆมาให้) [0/315]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ บทความดีดี ]
[ All บทความดีดี diary ]

August 2014
S M T W T F S
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.258 seconds.